ประมวล พงศ์ถาวราเดช หารือปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำจากปริมาณการนำเข้ามะพร้าวต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าการอนุมัตินำเข้าโดยคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชไม่เป็นธรรม ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุด และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพว่า วันนี้พี่น้อง ชาวสวนมะพร้าวมีปัญหามาเป็นระยะเวลาหลายปีนะครับ มะพร้าวผลช่วงนี้ราคา ๕.๕๐–๖.๐๐ บาทต่อ ๑ ผล เหตุสำคัญที่สุดทุกครั้งที่มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ปัญหาใหญ่ของมะพร้าวคือการอนุมัตินำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา ครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ เหตุผลสำคัญที่สุดคือรัฐบาลอนุมัตินำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ เคยอนุมัตินำเข้ามาไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ต่อมาปี ๒๕๖๐ อนุมัติกระโดดมาเป็น ๔๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ทำให้มะพร้าวราคา ๑๐ กว่าบาท เหลือลูกละ ๔ บาท ๕ บาท เพราะฉะนั้นผมจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า เราจะแก้ปัญหา อย่างไรกับมะพร้าวราคาตกต่ำ สิ่งแรกพื้นที่ปลูกมะพร้าวของประเทศไทยก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศไทย คือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ และเป็นพื้นที่ที่เป็นราคา มะพร้าวมาตรฐานคือราคามะพร้าวของทับสะแก เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ของประเทศ หรือส่วนใหญ่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือส่วนใหญ่ของภาคใต้ บางส่วน ก็ทำสวนมะพร้าวเป็นหลัก เหตุผลที่ผมบอกมาประการแรกคือการอนุมัตินำมะพร้าว ต่างประเทศเข้ามา โดยการพิจารณาของคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ซึ่งมีคณะกรรมการชุดแรกคือคณะกรรมการบริหารสินค้ามะพร้าว ซึ่งกรรมการชุดนี้จะอ้าง เหตุผลหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อจะนำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา อย่างเช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ได้ประชุมว่าพื้นที่ปลูกมะพร้าวในประเทศไทยมีพื้นที่เท่าไร โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตรเข้าไปตรวจสอบและพยายามลดพื้นที่การปลูกมะพร้าวให้ลงมาเรื่อย ๆ ลดผลผลิต ของมะพร้าวในประเทศให้ลงมาเรื่อย ๆ เพราะอะไรครับ เพราะจะอนุมัติมะพร้าว ต่างประเทศเข้ามานะครับ เราอนุมัติมะพร้าวต่างประเทศเข้ามาทุกเดือนเลยนะครับ เข้ามา ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เข้ามา ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เสียภาษี ๕๔ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเอามาทำกะทิ แล้วส่งออกต่างประเทศ แต่เมื่อส่งออกต่างประเทศเสร็จก็สามารถคืนภาษีได้ แต่เมื่อนำเข้า เข้ามาแล้วมะพร้าวในประเทศจะราคาลดต่ำลงเรื่อย ๆ และนี่จ้องจะนำมะพร้าวต่างประเทศ เข้ามาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ตันครับ ๓๐๐,๐๐๐ ตันกี่ผลเข้าใจหรือไม่ท่านประธาน ๓๐๐,๐๐๐ ตันนี่ ๒๔๐ ล้านผลนะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวอยู่ที่ รัฐบาล อยู่ที่ข้าราชการประจำนะครับ คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชโดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีหลายกระทรวงเป็นกรรมการ แล้วมีชาวสวนมะพร้าว ชาวสวนปาล์ม ชาวสวนถั่วเหลือง เป็นกรรมการอยู่ แต่การอนุมัติทุกครั้งผมได้ถามกรรมการที่อยู่ในนั้น ซึ่งเป็นชาวสวนมะพร้าว เขาบอกว่าตีเช็คเปล่า คือบอกอนุญาตนำมะพร้าวเข้ามาได้ แต่ไม่บอกจำนวนกี่ตัน นี่คือปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวที่เกิดขึ้น ทุกครั้ง มีทั้งการลักลอบเข้ามา มีทั้งการอนุมัติถูกต้อง ช่วงนี้รัฐบาลก็พยายามว่าจะดูแล เพราะพี่น้องประชาชนชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นมาประท้วงที่กรุงเทพฯ หลายรอบ พยายามจะออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายมะพร้าวยากยิ่งขึ้น และให้การนำมะพร้าวเข้ามาโดยถูกต้อง โดยเข้ามาแค่ ๒ ทาง คือท่าเรือคลองเตย และท่าเรือแหลมฉบัง และพยายามกวดขันการลักลอบนำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา ให้มากยิ่งขึ้น แต่ได้ผลแค่ส่วนหนึ่ง และตอนนี้นำมะพร้าวเข้ามาโดยการถูกต้องจริง แต่ว่าเข้ามาเกินจนพี่น้องเกษตรชาวสวนมะพร้าวราคาตกต่ำไปเรื่อย ๆ แล้วกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติการได้ อย่างเช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของผม เข้าทุกเดือนเลยนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้ต้องแจ้งพาณิชย์จังหวัดว่า มะพร้าวไปจังหวัดไหนบ้าง จังหวัดไหนบ้าง โดยโรงงานกะทิมะพร้าวหลาย ๆ โรงงานก็ขออนุญาตนำเข้า แล้วก็ส่งไป แต่ละจังหวัด จังหวัดราชบุรีบ้าง ของท่าน ส.ส. รังสิมาบ้าง และของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์บ้าง ของหลาย ๆ ที่ เพื่อทำอะไร เพื่อกะเทาะทำเป็นกะทิมะพร้าว มะพร้าวกะทิแล้วก็ส่งเข้า โรงงาน เขาเรียกว่ามะพร้าวขาว ได้กิโลกรัมละประมาณ ๑๒ บาท ๑๓ บาท ๑๔ บาท แล้วพอทำมะพร้าวขาวส่งโรงงานปุ๊บ โรงงานก็จะทำกะทิส่งออกต่างประเทศ เมื่อโรงงาน ไม่ซื้อมะพร้าวในประเทศโดยนำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา เพื่อให้ล้งหรือให้โบรกเกอร์ (Broker) ของเขาไปทำมะพร้าวขาว แล้วส่งให้เขา ล้งหรือโรงงานโบรกเกอร์ (Broker) ของเขาก็ไม่ซื้อมะพร้าวของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ต่าง ๆ นี่คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้ เกษตรกรอยู่ไม่ได้ โดยราคาสินค้ามะพร้าวเหลือ ๕ บาท ๖ บาท เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานสภาทุกครั้ง ปัญหามะพร้าวที่เกิดขึ้นและผมอภิปรายในสภาทุกครั้ง อยู่ที่การอนุมัตินำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา เราไม่ได้ห้าม สามารถอนุมัติได้ประมาณ ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ตันบวกลบ แต่เราให้ดูราคาสมดุลว่ามะพร้าวในประเทศอย่าให้ราคาต่ำกว่า ๑๐ บาท อย่าให้ราคาสูงมาก ให้เกษตรกรอยู่ได้ ให้โรงงานผลิตอยู่ได้ ทุกอย่างก็อยู่ได้ เมื่ออยู่ได้พี่น้องเกษตรกรก็อยู่ดีกินดี ผมเคยพูด เคยอภิปรายว่าใครเป็นรัฐบาลก็ได้ เกษตรกร อยู่ดีกินดี ไม่ว่า ชาวสวนมะพร้าว ชาวสวนปาล์ม ชาวสวนยาง ชาวประมง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ผู้แทนทุกคนเดินไปไหนมาไหนก็ยิ้มแก้มบุ๋มเพราะอะไร เพราะพี่น้องประชาชน ไม่บ่น เพราะเขาอยู่ดีกินดี เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าฝากไปถึง รัฐบาลด้วยว่า ที่ท่านเตรียมที่จะอนุมัติมาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ประมาณ ๒๔๐ ล้านผล ขอให้ ยกเลิกและขอให้ยุติ และให้ดูการสมดุลของมะพร้าวในประเทศ ปัญหาสำคัญที่สุดและผม ฝากเรียนไปหน่วยงานของรัฐด้วย โดยเฉพาะสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นคนวิจัย วิเคราะห์ว่าผลผลิตมะพร้าวเท่าไร ราคาต้นทุนเท่าไร เนื้อที่ผลิตได้เท่าไร ผลิตทั้งประเทศ ได้เท่าไร นี่เป็นสำนักงานหนึ่งจึงเท่ากับกรมที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ๒. กรมวิชาการ พอผมถาม ไปที่กรมการค้าต่างประเทศ เขาบอกกรมวิชาการไม่มาดูแลว่าผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาหรือสินค้า ที่เข้ามานี้มีศัตรูแมลงเข้ามาด้วยหรือไม่ ๓. กรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศท่านไม่ต้อง ไปกลัว ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ท่านไม่ต้องไปกลัว อาฟตา (AFTA) ประเทศอินโดนีเซีย เราส่งหอมแดงไป เราส่งผลไม้เข้าไป ประเทศอินโดนีเซียเผาทำลายและไม่ให้เราเข้าด้วย แต่เราเป็นเด็กดี เรารับหมดเรากลัว ดับเบิลยูทีโอ (WTO) บ้าง กลัว อาฟตา (AFTA) บ้าง เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่ผมกล่าวไปแล้วทั้ง ๔ หน่วย ช่วยเข้ามาดูแลร่วมกับกรมศุลกากร ด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมฝากเรียนท่านประธานโดยพอสังเขป ฝากไปถึงหน่วยงานของรัฐ ทุกหน่วยงานและผู้บริหารที่จะเข้ามาใหม่ว่าช่วยแก้ปัญหาโดยเฉพาะพื้นที่ของผมคือ เมืองหลวงมะพร้าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าอย่าให้ราคามะพร้าวต่ำกว่า ๑๐ บาท ไม่ต้องให้สูงมากครับ ชาวสวนอยู่ได้ โรงงานอยู่ได้ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน