สมคิด ชี้ชาวนาขาดทุน วอนกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาข้าว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

สมคิด เชื้อคง หารือปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและกรรมาธิการวิสามัญเร่งแก้ไข ทั้งด้านการกำหนดราคา การส่งเสริมการตลาด และการดูแลโรงสีและโกดังข้าวอย่างเป็นธรรม

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้พูดคุยกันเรื่องอ้อย ผมเองเดิมเป็นชาวนาครับ ชาวนาเหมือน ท่านประธาน ผมเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องของชาวนาก็เป็นเรื่องของข้าวเป็นหลัก ผมเรียนว่า ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้ คนที่ทำนาไม่มีตรงไหนไม่เดือดร้อน วันนี้ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ เรื่องพืชผลเกษตร ผมก็อยากฝากทุกเรื่องของชาวนาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเขาไปดู ๔-๕ ปีมานี้ข้าวเขาทำของเขาดี ๆ เมืองไทยอาชีพทำนามันเป็นวัฒนธรรม มันต้องทำมาตลอด แล้วก็คนทำนาลำบากที่สุดท่านประธาน ผมเองก็ทำนาอยู่ ทำข้าวหอมมะลิ เดี๋ยวอีก ๓-๔ เดือนออกมา เดี๋ยวผมสีข้าวเสร็จจะเอามาฝากท่านประธาน จะดูว่าข้าวหอมมะลิ ภาคอีสานขนาดไหน ภาคอีสานปลูกข้าวหอมมะลิประมาณสักเกือบ ๒๐ ล้านไร่ ทั่วประเทศ ทำนาทั้งหมดก็ประมาณ ๕๐ กว่าล้านไร่ นานี่มันต้องทำ ไม่ใช่ว่ามีผู้นำรัฐบาลฝั่งไหนก็ไม่รู้ คนไหนก็ไม่รู้มาบอกว่าถ้ารู้ว่ามันขาดทุนไปทำทำไมนา อ้าวก็มีนาจะทำอะไรละครับ มันจะ ไปทำเหมืองทองได้อย่างไร มันต้องทำนา เพราะบ้านผมทำนา ผมถึงบอกว่าต้นทุนพี่น้องทำนา ผมเชื่อว่าใกล้เคียงกัน เรื่องข้าวใกล้เคียงกันครับ ข้าวหอมมะลิทางภาคอีสานไร่หนึ่ง ก็ประมาณสัก ที่นาผมได้ประมาณ ๔๐๐ กิโลกรัม ก็แปลว่า ๔๐๐ กิโลกรัมนี้เป็นข้าวเปลือกครับ ท่านประธาน ปีแรก ๆ ที่เปลี่ยนรัฐบาลบ้านผมขายได้ ๗ บาท มันเจ๊งตั้งแต่ยังไม่คิดจะขาย ต้องไปดูเรื่องนี้มันเป็นเพราะอะไร พอว่ามาหน่อยปีถัดมาได้ ๘-๙ บาท ปีที่แล้วผมขาย ๑๑ บาท ต้นทุนไร่หนึ่ง ๔๐๐ กิโลกรัม ก็แปลว่า ๒ ไร่ครึ่งได้ตันหนึ่ง ต้นทุน ไล่ไปไล่มา ไร่ละ ๔,๕๐๐ บาท ก็แปลว่าตันหนึ่งต้นทุนเกือบ ๕,๐๐๐ บาทนะครับ เพราะฉะนั้นต้นทุนต่อไร่มันแพง ต้นทุนต่อตันมันแพง แต่เวลาไปขายแล้วมันไม่ได้ แล้วใคร จะดูชาวนา แล้วบอกว่าชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ กระดูกแบบนี้ละครับรัฐบาล ไม่ดูแลละครับ อ้างว่าปล่อยตามกลไกตลาด กลไกใครละครับทุกวันนี้ กลไกใคร เพราะฉะนั้น กรรมาธิการถึงจำเป็นต้องไปดู ไปดูว่าทำไมราคาข้าวในตลาด ข้าวสาร กิโลละ ๓๐ บาท ทำไมล่ะครับ แต่เวลาพวกผมขายทำไมได้ ๑๑ บาท ๑๒ บาทล่ะครับ ก็มีรัฐมนตรีในรัฐบาล ที่แล้วไปจังหวัดอุบลราชธานีก็ดีครับ ไปถึงบอกว่าปีนี้ข้าวหอมมะลิราคาดี ไปพูดตอนปีใหม่ จะเลือกตั้ง ตั้ง ๑๗ บาท ผมบอกว่ารัฐมนตรีนี่ก็ดีอย่าง คือไม่รู้เรื่องข้าว ไปพูดเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ มันจะมีข้าวที่ไหนล่ะครับอย่าว่าแต่ ๑๗ บาทเลย กิโลละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท มันก็ไม่มีขาย มันหมดแล้ว วันนี้รัฐบาลไปดูนะครับใครเข้ามาเป็นรัฐบาล ใครมาเป็นรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ก็แล้วแต่ รัฐบาลพรรคที่หาเสียงไว้ว่าต่อไปนี้ข้าวหอมมะลิ เกทับบลัฟ (Bluff) แหลกจะต้อง ๑๘,๐๐๐ บาท ดีครับท่านประธาน ถ้าทำได้ดี แล้วผมจะบอก ท่านประธานนะครับ ถ้ารัฐบาลทำได้ ผมจะมาอภิปรายขอบคุณที่นี่ ทำให้ได้เถอะครับ วันนี้มันลำบากยากเย็นขนาดไหน ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เพื่อนสมาชิกฝั่งโน้นก็พูดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่แล้วว่า ๕ ปีที่แล้วคนทำนามันลำบาก คนทำนามันยากเย็นนะครับ ก็มีหลายคนมาถาม ผมว่าต้นทุนมันสูงทำนา และไปทำทำไมมันขาดทุน ก็ผมเรียนแล้วอย่างไรครับว่า นานี่มันทำ มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว มันไม่ใช่เพิ่งมาทำนะครับ แล้วที่บอกว่าการทำนานี่ถ้าข้าวแพง ก็อย่าทำเยอะสิ ก็ทำถูกสิ ก็ลดการทำนาลง มันไม่ต้องไปบอกว่าลดหรอกครับ นามันลดลง ทุกปี ปี ๒๕๕๖ นี่นะครับพื้นที่ทำนา ๕๙ ล้านไร่ พอมาปีนี้เหลือ ๕๒ ล้านไร่ไม่ต้องไปบอกว่า ลดหรอกครับ มันลดโดยอัตโนมัติ เพราะพื้นที่ด้านอุตสาหกรรม พื้นที่บ้านจัดสรร คนมากขึ้น มันก็ไปกินพื้นที่นา หน้าที่รัฐบาลที่ทำก็คือว่าทำราคาข้าวให้มันดี ขายข้าวให้เป็น รัฐบาล ก่อนโน้นเขาทำมาเขาก็ขายได้ ท่านประธานคงทราบนะครับ ข้าวหอมมะลิของไทยขายดีที่สุด ไม่พอขายนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรทำนาที่ทำอยู่ตรงนี้ ทำเถอะครับ มีหน้าที่ก็ทำ รัฐบาลมีหน้าที่ไปขาย ขายไม่ได้พวกเราก็มายำกันตรงนี้ว่าเพราะอะไร ทั่วโลกผมเชื่อว่า ท่านประธานก็รู้ ทั่วโลกขายข้าวประมาณ ๓๐-๔๐ ล้านตัน เมืองไทยส่งออก ๑๐ ล้านกว่าตัน ปีที่แล้ว ๑๑ ล้านตัน แปลว่า ๑ ใน ๓ ของประเทศซื้อข้าวจากเมืองไทย ไหนละครับว่า ขายไม่ได้ ไหนละครับว่าต้องทำนาลดลง ไม่จริงครับ ไม่จริงไปขายให้มันได้ราคา ขายให้เป็น ได้ราคาให้เป็นเท่านั้นเองครับและมันก็จะดีขึ้น ผมฝากกรรมาธิการช่วยดูหลายเรื่อง อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าสิ่งที่รัฐบาลก่อนเขาทำกิโลละ ๒๐ บาทเขาทำอย่างไร วันนี้กระจองอแง ไปทั่วแล้วครับ นอกจากชาวนาเดือดร้อน ท่านประธานทราบไหมครับ โรงสีก็เดือดร้อน รัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลเมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วนี่ละครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลที่แล้วไปเช่าโกดังเขา นอกจากจะเอาข้าวเขาดี ๆ ไปขายเป็นข้าวเน่าแล้ว ไปขายเป็น อาหารสัตว์แล้ว ไม่จ่ายค่าโกดังเขาอีกครับ ไม่ยอมจ่ายค่าโกดังเขา แถมยังจะไปฟ้องร้อง เอาค่าเสียหาย วันนี้เขาก็ฟ้องร้องคืน ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในกระบวนการ ชาวนา อันนี้วันก่อนผมคุยกับสมาคมชาวนาท่านประธาน เขาบอกว่าจะมีกติกาออกใหม่ ห้ามซื้อข้าวข้ามเขต ซึ่งเท็จจริงอย่างไรผมยังไม่เห็นเอกสาร อย่าทำเลยครับ พ่อค้าที่เขา ไปซื้อมันมีปัญหา แถวบ้านผมท่านประธานทราบไหมครับ ข้าวหอมมะลิไม่พอขาย เพราะพ่อค้าโรงสีจากภาคกลางขึ้นไปซื้อที่บ้านผมที่จังหวัดอุบลราชธานี เพราะฉะนั้น เรื่องนี้อย่าทำเลยครับ ให้พ่อค้าทุกคนเขาไปซื้อ แล้วชาวนาก็ไปขายได้ทุกที่ ฝากให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเข้ามาช่วยกันดู ช่วยกันดูว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เรื่องข้าว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพูดเรื่องอ้อย ผมก็เลยต้องไม่ไปเรื่องนั้น ว่าแต่เรื่อง ข้าวนี่แหละให้มันอยู่ได้ ท่านประธานครับ ข้าวหอมมะลิปีหนึ่งมันทำครั้งเดียว ชาวนา ภาคกลางยังดี อย่างน้อย ๆ พี่น้องภาคกลางก็ทำได้ ๒-๓ รอบ ก็ยังพออยู่ได้ แต่เขาก็ขาดทุน แต่อีสานบ้านผมภาคเหนือส่วนหนึ่ง บ้านท่านประธานด้วย ท่านประธานท่านไปถามพี่น้อง ชาวนาของท่านเถอะครับ ท่านก็เป็นผู้แทนเหมือนผม ลำบากหรือไม่ครับ ลำบากครับ วันนี้เราถึงมาพูดราคาพืชผล เราอย่ามาบ่นว่า โอ้ย เศรษฐกิจไม่ดี ฐานรากไม่ดี มันจะดีอะไร ในเมื่อราคาอย่างนั้น จมดิ่งอยู่อย่างนั้น ชาวนามันจมอยู่อย่างนั้น แต่คนรวยก็รวย เอาเถอะ รวยให้เข็ดเลย แต่ปัญหามันคือว่าถ้ามีรัฐบาลที่บริหารจัดการดี เรื่องข้าวไม่ใช่ปัญหา ทำไม่ได้ บอกผมสิครับ เดี๋ยวจะไปเล่าให้ฟัง ยินดีที่จะบอก พรรคฝ่ายค้านจะนำเสนอว่าทำอย่างไร ราคาข้าวถึงจะดี ไม่ได้ติอย่างเดียวหรอกครับ บอกให้ทราบด้วยว่าแก้อย่างไร ใจกว้างคุยกัน และมันจะนำทางไปสู่พี่น้องประชาชนอยู่ดีมีสุข สมกับพวกเราเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ ฝากเรียนคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น นอกจากจะมีข้าว มียางพารา มีทุกอย่างแล้วครับ พืชผลเกษตรลำบากมาก เขตบ้านผมก็มีทั้งยางพารา มีทั้งมันสำปะหลัง เดี๋ยวเพื่อนสมาชิก ก็จะมาพูดต่อ แต่วันนี้ผมขอนำเสนอเรื่องข้าวว่าอย่าไปกีดกันราคาข้าว อย่าไปให้ชาวนา เดือดร้อนอีกเลยครับ เขาเดือดร้อนพอแล้ว การเปลี่ยนราคาข้าวมาทำนโยบายใหม่ เชื่อหรือไม่ครับท่านประธาน ทำให้วิถีชีวิตของพี่น้องผมเปลี่ยนไป บางคนมีลูก ๓ คน เคยเรียน ๒ คน ๓ คนไม่ได้เรียนนะครับ บางคนต้องออกไปทำงาน บางคนก็เรียนหนังสือ นี่คือเหตุผลที่ว่าวันนี้เราอยากให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาดูเรื่องข้าวทั้งระบบ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสมาพูด ผมรักษาเวลาท่านครับ เดี๋ยวท่านจะมองมา ทางผมครับ ขอบพระคุณครับ