สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการไม่กล่าวถ้อยคำสำคัญเกี่ยวกับการเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นการขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งและส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณในการดำเนินนโยบายอย่างโปร่งใส และตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมที่ขัดรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่รัฐประหารในปี 2557 เป็นต้นมา
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานถึงเหตุผล ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านได้เสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อจะซักถาม ข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ในกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๑ และการแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๖๒ ดังต่อไปนี้
กราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อ พระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ เพื่อเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตาม มาตรา ๑๖๑ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ ได้บัญญัติไว้ว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรี ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ ซึ่งกระผมคัดออกมาจากใน รัฐธรรมนูญซึ่งเขียนไว้ดังนี้นะครับ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” แต่ในข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกท่านได้กล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณว่าดังนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ตลอดไป”
ท่านประธานที่เคารพครับ จากถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณของ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีข้างต้นจะเห็นได้ว่า ได้ขาดถ้อยคำอันมีสาระสำคัญที่ว่า ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ และนอกจากนั้นยังมีการกล่าวถ้อยคำเพิ่มเติมขึ้นมาอีกคือคำว่า ตลอดไป ทั้ง ๆ ที่คำว่า ตลอดไป นี้มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเลย เมื่อการกล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนถูกต้อง โดยขาดข้อความอันเป็นสาระสำคัญดังที่ได้กราบเรียน กรณีนี้จึงถือเป็น เรื่องสำคัญที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการถวายสัตย์ปฏิญาณ ท่านประธานครับ หลังจากที่ได้ทราบข้อเท็จจริงในการถวายสัตย์ปฏิญาณของ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งไม่ครบถ้วนถูกต้อง ทั้งประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านก็ได้ให้โอกาสท่านนายกรัฐมนตรีได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ในการแก้ไขข้อผิดพลาดและบกพร่องนั้น ๆ เลย หลายฝ่ายได้เสนอ ทางออกให้กับท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เพิกเฉย จึงเป็นหน้าที่ของ พวกผมที่จะต้องนำมากราบเรียนต่อท่านประธานและเปิดอภิปรายในวันนี้ ท่านประธานครับ การถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นแปลว่า การถวายให้คำมั่นสัญญาอันเป็นความจริงแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และประการสำคัญวัตถุประสงค์ของการ ถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นเป็นการให้คำสาบานต่อองค์พระประมุขก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งมีอยู่ หลาย ๆ พิธีกรรมในสังคมไทย แม้แต่ในประเทศอื่น ๆ ก็มีเช่น การสาบานตนของ ประธานาธิบดี เป็นต้น เป็นการให้คำรับรองยืนยันต่อองค์พระประมุขว่าจะใช้อำนาจหน้าที่ ภายใต้กรอบของการถวายสัตย์ปฏิญาณ จะใช้อำนาจตามอำเภอใจมิได้ การถวายสัตย์ ปฏิญาณต่อหน้าสถาบันอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เพื่อแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์และระลึก ว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งได้สกัดออกมาแล้วว่า เป็นสาระสำคัญ ของการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งคำว่า จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน และการรักษาและปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คณะรัฐมนตรีต้อง กล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณด้วยถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ บัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งถือเป็นถ้อยคำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด จะกล่าวถ้อยคำซึ่งน้อยกว่าหรือยาวไปกว่าตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้มิได้ ในเรื่อง กล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรีนี้กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหลายสมัย ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย ท่านได้กล่าวไว้ในข้อเขียนของท่านในหนังสือชุด เรื่องเล่าจากเนติบริกร ซึ่งมีอยู่ด้วย ๓ เล่ม โดยเล่มที่ ๓ ชื่อหลังม่านการเมือง ท่านได้กล่าวไว้ ตอนหนึ่งว่า รัฐมนตรีผู้ใดยังไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณในทางกฎหมายถือว่าผู้นั้นยังเป็นรัฐมนตรี ไม่สมบูรณ์ ยังใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีมิได้ ท่านได้กล่าวไว้ในหลาย ๆ จุดในหนังสือ ดังกล่าวว่า จะต้องเปล่งวาจาด้วยถ้อยคำที่กฎหมายกำหนด จะพูดน้อยหรือยาวกว่านี้ไม่ได้ นอกจากนี้ในข้อเขียนนี้ยังระบุไว้ด้วยว่า การกล่าวนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้กล่าวนำ ความสำคัญจึงอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งจะผิดไม่ได้ ซึ่งโดยปกติสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีจะพิมพ์ลงในบัตรแข็งให้อ่าน เพื่อไม่ให้พลาด ขืนท่องจำผิด ๆ ถูก ๆ ตกคำว่า และ หรือ คำว่า หรือ ไปสักตัว ก็อาจจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าได้ถวายสัตย์ ปฏิญาณครบถ้วนหรือยัง ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาถึงถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ จะเห็นว่าขาดข้อความที่มีสาระสำคัญ ที่ถือว่าเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวด คือถ้อยคำที่ว่า ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ กระผมได้กล่าวคำว่า ถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ขาดหายไปเป็นถ้อยคำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด กระผมมีเหตุผลที่อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธาน ดังนี้ครับ
ประการแรก รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทย และเพื่อ คุ้มครองความเป็นกฎหมายสูงสุดดังกล่าว มาตรา ๕ วรรคแรก จึงได้บัญญัติว่า บทบัญญัติใด ของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำผิด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติ หรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
ประการที่ ๒ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจอธิปไตยที่เป็น ของปวงชนชาวไทยทางรัฐสภา ทางคณะรัฐมนตรี ทางศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี กลับไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ว่าจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย กระผมจึงถือว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ได้กระทำการอันเป็นการขัดต่อ รัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยนำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณมาแล้วหลายครั้ง กระผมจึงมี ข้อสงสัยว่าในการถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นั้น เหตุใดจึงขาด ถ้อยคำอันเป็นสาระสำคัญ ท่านมีเจตนาไม่ใช้เอกสารของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่จัดให้ ท่านมีเจตนาไม่กล่าวถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญหรืออย่างไร และท่านจะแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นและแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งสิ่งนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน อีกหลาย ๆ ท่านก็คงจะอภิปราย แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหาให้กับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป กระผมขอกราบเรียนว่าผลแห่งการที่คณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนถูกต้องนั้นย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๖๑ อันส่งผลให้การถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนั้นเป็นอันใช้มิได้ตามที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และจะส่งผลต่อความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการแถลง นโยบายของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการบริหารราชการแผ่นดิน การอนุมัติโครงการต่าง ๆ และงบประมาณต่าง ๆ ของรัฐบาลอีกด้วย
ท่านประธานครับ กระผมมีอีก ๑ เรื่องที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานกรณีที่ รัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๖๒ ของรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ซึ่งกระผมและคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านเห็นว่า คำแถลงนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว มิได้ดำเนินให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการอภิปรายคัดค้านไปแล้ว แต่คณะรัฐมนตรี ก็ดูยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องแต่อย่างใด ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น กระผมอยากจะกล่าวกลับไปอีกนิดหนึ่งคือว่า คสช. ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้น เพื่อทำหน้าที่ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยตัวของท่านเอง ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าอย่างไร คณะรัฐมนตรีที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญตามที่ท่านบัญญัติเอาไว้ กระผมขอยกตัวอย่างในเรื่องนโยบายต่าง ๆ สัก ๒-๓ ประเด็น เช่น ข้อ ๕.๖ พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยข้อ ๕.๖.๑ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและสามารถรองรับการขนส่งการเดินทาง ต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ ข้อ ๕.๖.๒ แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในเขตพื้นที่ เขตเมืองโดยการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ และข้อ ๖.๒ ส่งเสริมและเร่งรัด การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ กระผมยกตัวอย่างเพียงแค่ ๓ นโยบายหลักที่กระผมได้ยกตัวอย่างมานี้ ให้เห็นถึงภาพรวมว่ารัฐบาลนั้นจะต้องใช้เงิน อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน หากจะดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ปัญหาอยู่ที่ว่า คณะรัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดในแต่ละนโยบายเลยว่าท่านจะต้องใช้วงเงินเท่าไร ท่านจะนำรายได้จากไหนมาเพื่อใช้ในการดำเนินนโยบายเหล่านั้น ท่านจะอ้างลอย ๆ เพียงว่า จะนำเงินจากงบประมาณแผ่นดินมาใช้นั้นก็คงเป็นเพียงเท่านั้นไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอกล่าวโดยสรุปอีกสัก ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมและการกระทำของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้กระทำติดต่อมาอย่างต่อเนื่อง กระผมพบว่าท่วงทีทำนองในการกระทำที่จงใจกระทำขัด รัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งมา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติมาโดยตลอด กระผมจะเริ่มต้น จากการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยการกระทำรัฐประหาร ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ก่อนที่ท่านจะสืบต่ออำนาจต่อมา