ธรรมนัส พรหมเผ่า ชี้แจงกรณีอดีตคดีความที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน โดยยืนยันว่าตนเองไม่เคยถูกพิพากษาลงโทษ พร้อมอ้างหนังสือคำพิพากษาของศาลอาญาที่ยกฟ้องคดีทั้งหมด และไม่มีการอุทธรณ์จากฝ่ายอัยการ รวมถึงโต้ข้อกล่าวหาจากผู้ตั้งกระทู้และสื่อต่างประเทศที่อ้างถึงคดีในออสเตรเลีย ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและขาดความเข้าใจในบริบททางกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพรัก ทุกท่าน กระผม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดพะเยา วันนี้ได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ตั้งกระทู้ถาม ประเด็นที่เป็นเรื่องส่วนตัวของกระผมเอง โดยตั้งคำถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรในกรณีเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่แล้วของกระผม ผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผ่านท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๗๗ จังหวัด ถึงประเด็น ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เรียนถามท่านประธานในประเด็นหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับ ตัวกระผม ก่อนที่ผมจะพูดถึงประเด็นต่าง ๆ ขออนุญาตกลับไปเรื่องที่ท่าน พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ได้กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๑ ประเด็นคดีที่มีผมถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผมแทบไม่เชื่อว่าผมจะได้ยินจากปากท่าน พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรศรี ว่าผมถูกลงโทษ ๑ ปีหรือ ๒ ปี แสดงว่าท่านไม่เคยได้ติดตามข่าวสารเลยว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้เป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงในคดีนี้นะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลา ๑ นาที ในการอ่านใบสำคัญคดีถึงที่สุด ของศาลอาญา ในใบคดีนี้มีสาระสำคัญว่า ใบสำคัญฉบับนี้ออกไว้เพื่อแสดงว่าคดีหมายเลขดำ ที่ ๑๐๐๘๙/๒๕๔๑ คดีหมายเลขแดง ที่ ๓๔๐๔/๒๕๔๖ ของศาลอาญาระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ กับ ร้อยเอก พัชระ หรือ มนัส พรหมเผ่า จำเลยที่ ๑ นายเฉลิม โสรวรรณ จำเลยที่ ๒ จ่าสิบเอก สมชาย เนื้อทอง จำเลยที่ ๓ เรื่องความผิดต่อเจ้าพนักงาน ในการยุติธรรม ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ ลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ ลหุโทษ พ.ร.บ. อาวุธปืน บัดนี้คดีถึงที่สุดแล้วท่านฟังให้ดีนะครับ โดยศาลอาญาอ่านพิพากษา เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๖ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ต่อศาล ออกไว้ ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ สำเนาถูกต้อง นายเอกพล ห้องแซง เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม ปฏิบัติการ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่าในเรื่องต่าง ๆ ในคดีในประเทศไทย ผมไม่เคยถูกต้องหา ผมไม่เคย ถูกพิพากษาว่ากระทำความผิดในคดีใด ๆ ทั้งนั้น ดังนั้นในเรื่องนี้อยากจะเรียนชี้แจง ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๗๗ จังหวัด ว่าเรื่องนี้คดีได้จบแล้ว ศาลสั่งให้ผมชนะคดี นั่นคือยกฟ้อง โดยไม่มีการลงโทษใด ๆ ทั้งสิ้น พนักงานอัยการก็ไม่มีการอุทธรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ กลับมาประเด็นที่ พลตำรวจโท วิศณุ ได้พูดถึงเรื่องไม่ว่าจะเป็นประเด็นคำให้การรับสารภาพของกระผมก็ดี การดักฟังของ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดี การให้คำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดี ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของนายไมเคิล ซึ่งได้ส่งเมล์มาหาผม แล้วพยายามจะขอคุยกับผม ผมก็ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด แต่นัยที่ไมเคิลเมล์มาหาผมประมาณว่าจะให้ผมคุยกับเขา ผมก็ตอบไปว่าผมจะคุยกับคุณ เรื่องอะไร ๑. คุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ๒. คุณกลับไปดูประวัติของคุณว่าคุณนำเสนอข่าว อะไรบ้าง ๓. คุณอ้างว่าคุณเอาคำพิพากษาของศาลนครซิดนีย์ซึ่งเป็นศาลท้องถิ่น คุณอ้าง คำให้การของผม คุณอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเครื่องดักฟังผม อยากจะเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพได้รับทราบข้อมูลว่า ผมเคยแถลงข่าวไปกับ พี่น้องสื่อมวลชน โดยพี่น้องคนไทยทั้ง ๗๗ จังหวัด ได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าอะไรคืออะไร ขออนุญาตกราบเรียนท่าน พลตำรวจโท วิศณุ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ว่าโทษการนำเข้า การจำหน่าย การส่งออก สิ่งเสพติดที่เขาเรียกว่า เฮโรอีน นั้น โทษต่ำสุดในปริมาณเล็กน้อย คือ ๑๐ ปี โทษหากเป็นเฮโรอีนจำนวนที่เจ้าไมเคิลนำมาเสนอข่าวคือจำคุกตลอดชีวิต ผมไม่ทราบว่าประเด็นตรงนี้ท่านไม่เคยศึกษากฎหมายของประเทศออสเตรเลียเลย หรืออย่างไร เอาแต่มัน พูด พูด พูด ท่านครับ ผมเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ ผมมีเวลาอยู่นครซิดนีย์ไม่เกิน ๒ ชั่วโมง คดีนี้ไม่มีคำพิพากษาเป็นการพลี บาร์เกนนิง (Plea bargaining) นั่นหมายความว่า เด็กอายุ ๒๔-๒๕ ปี เดินทางไปประเทศ ออสเตรเลีย ภาษาอังกฤษยังหูไม่กระดิก ผมจะมีปัญญาอะไรไปเป็นมาเฟีย (Mafia) ใหญ่ บงการคนนั้นคนนี้ค้ายาเสพติด เด็กตัวเล็ก ๆ จากบ้านนอกจากจังหวัดพะเยา เดินทางไป นครซิดนีย์ภาษาอังกฤษยังพูดไม่รู้เรื่องเลย มีประเด็นที่เขียนไปเยอะแยะว่า ผู้หญิงชื่อป้าก็ดี พันโทโน้น พลโทนี้ คุณเอาอะไรมาพูด คนไทย ๒ คนถูกจับกุม คนหนึ่งไปร้องตัดสินดูก่อน เขาเรียกว่า พลี บาร์เกนนิง (Plea bargaining) เพราะไม่มีสตางค์ที่จะสู้คดี ต้องใช้ทนาย อาสาของประเทศออสเตรเลีย ผมไม่เคยรับสารภาพว่า ผมขนยา ค้ายา หรือนำเข้ายาเสพติด หากเป็นข้อเท็จจริงไปเอามาเลยว่าผมรับสารภาพตรงไหน ผมชี้แจงมาหลายครั้งแล้ว และยัง มาถามอีกว่า ผมติดคุก ๘ เดือนหรืออะไร เขาเรียกว่าการพลี บาร์เกนนิง (Plea bargaining) หรือการลองตัดสิน ผมไม่ได้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนไต่สวนพยานอะไรเลย ผมถูกกักขัง หรือล็อกอัป (Lock up) อยู่ ๘ เดือน หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่พลี บาร์เกนนิง (Plea bargaining) แล้วผมถูกส่งไปอยู่ฟาร์มดูแลผู้ต้องขังเยาวชนที่มันเกเร ประมาณ ๖ เดือนผมกลับมาที่ นครซิดนีย์อีกครั้งหนึ่ง เช้าก็ออกไปทำงานตามที่ผมเคยชี้แจงแถลงข่าวไปกับพี่น้องสื่อมวลชน ตกเย็นผมก็กลับมานอนที่เจ้าหน้าที่เขาเตรียมไว้ให้ผมนอน ผมใช้ชีวิตอย่างนี้จนถึง ๔ ปี ผมบอกและแถลงชัดเจนว่า ขั้นตอนการเจรจาต่อรองนั้น อัยการของนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ผู้พิพากษาท้องถิ่น ณ เวลานั้นบอกเลยว่า ผมต้องมีหน้าที่เป็นพยาน ให้กับผู้ถูกกล่าวหาอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นฝรั่ง เมื่อครบ ๔ ปีผมก็ไม่คิดจะกลับมาประเทศไทย ณ เวลานั้น ผมอยากจะใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ประเทศออสเตรเลีย แต่เมื่อรัฐบาลเขามี นโยบายให้เรากลับ ผมชี้แจงมากี่ครั้งผมก็จะพูดอย่างนี้ การพลี บาร์เกนนิง (Plea bargaining) ศาลออสเตรเลียให้ผมถูกลงโทษ เสนอให้ผมว่าคุณอยู่จนคุณจบวาระการเป็น พยาน นั่นคือ ๔ ปีคดีมันจบ แล้วที่สำคัญที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ ส่งไปถึง พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติได้รับทราบว่า คดีนี้ท้ายที่สุดผู้ต้องหาที่เป็นชาวฝรั่งยกฟ้อง ท่านลองคิดดูก็แล้วกันว่าอะไรคืออะไร ผมคงไม่ต้องกลับมาพูดเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมได้ชี้แจง หลายครั้งแล้วครับ ประเด็นสำคัญที่ท่านวิษณุได้เรียนถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านครับ ปี ๒๕๕๗ มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพรรคหนึ่ง ในบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๕๕ หากไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ณ เวลานั้น ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นมีประเด็นที่ใครจะต้องมาโจมตีอะไรเลย ท่านอ้างรัฐธรรมนูญฉบับโน้นฉบับนี้ อ้างจริยธรรมอย่างโน้นอย่างนี้ ผมตอบแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเลยว่า ชีวิตผมผ่านพระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้างมลทินมากี่ฉบับแล้ว ท่านเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านคงจะรู้ว่าพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชบัญญัติล้างมลทิน มีสาระสำคัญอะไรบ้าง ท่านอยากให้ผมย้อนกลับไปเป็นอดีตหรือครับ หรืออยากจะเห็นผม อยู่กับวันนี้และอนาคต ผมมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมนอนวันละ ๓ ชั่วโมง ผมทำงาน ๗ วันในรอบสัปดาห์ ผมไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชน ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก พี่น้องประชาชนเขากำลังลำบากกันอยู่ ผมไปกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ไปเยี่ยมจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วันจันทร์ที่ผ่านมาถ้าจำไม่ผิดวันที่ ๙ ผมเห็นน้ำตาของชาวบ้านแล้ว ในฐานะที่เรา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ ทำไมเรา ไม่เห็นใจเขาครับ เอาแต่เรื่องไร้สาระมาใส่กัน สาดกันเข้าไป