อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ หารือความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยชื่นชมคณะรัฐมนตรีชุดก่อนที่เสนอร่างกฎหมายนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลปัจจุบันเร่งดำเนินการพิจารณาเพื่อให้เป็นกฎหมายบังคับใช้ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะช่วยคุ้มครองประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้นโดยกำหนดให้คดีอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษและศาลอาญาคดีทุจริตฯ ห้ามเจ้าหน้าที่อ้างสถานการณ์ฉุกเฉินในการกระทำผิด และให้ผู้บังคับบัญชาต้องรับโทษร่วมด้วยเพื่อป้องปราม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา เขตเลือกตั้งที่ ๑ ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาตอบกระทู้ในวันนี้ ในกระทู้เรื่อง ความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้ บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลักการเบื้องต้นของการอำนวยความยุติธรรม ก็คือผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับการคุ้มครอง ตามหลักการทั่วไปที่ให้สันนิษฐานว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนผู้ที่กระทำความผิดนั้นก็ต้องได้รับการลงโทษอย่างเป็นธรรม ผิดก็ต้องว่ากันตามผิด ประเด็นเหตุการณ์การซ้อมทรมานของบุคคล การบังคับคนให้สูญหาย ในสังคมไทยเราได้ยิน ได้เห็นกันมาโดยตลอด มีการบังคับคน มีการซ้อม มีการทรมานที่เราได้ยินมาโดยตลอด กรณีที่ตกเป็นผู้ต้องหา เพื่อบังคับให้รับสารภาพ มีเหตุการณ์ที่ผู้นำองค์กรภาคประชาสังคม ที่สูญหายขณะที่มีการเรียกร้องต่อสู้ให้กับองค์กรตัวเอง เรารู้จักนายทนง โพธิ์อ่าน ประธานสภาลูกจ้าง ที่สูญหายในปี ๒๕๓๔ เรารู้จักนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรม นักกฎหมายมุสลิม ที่สูญหายในปี ๒๕๔๗ เรารู้จักนายพอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้สิทธิชุมชน กะเหรี่ยง ที่สูญหายเมื่อปี ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราเป็นภาคีอนุสัญญา ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ คืออนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี อีกฉบับหนึ่งก็คืออนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนให้พ้นจากการหายสาบสูญที่ถูกบังคับ โดยฉบับแรกนั้นประเทศไทยเราลงนามและให้สัตยาบันแล้วในปี ๒๕๕๐ ฉบับที่ ๒ คือในส่วนของสัญญาคุ้มครองบุคคลให้พ้นจากการสูญหายนั้น ประเทศไทยเราได้ลงนามแล้ว เมื่อปี ๒๕๕๕ และเมื่อปี ๒๕๖๐ เราได้ให้สัตยาบัน แต่ตอนนี้ประเทศไทยเรายังไม่ได้มอบ สัตยาบันศาลให้กับเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ จะอย่างไรก็แล้วแต่ผมต้องขอชื่นชม แล้วก็ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คณะรัฐมนตรีชุดที่แล้ว ที่เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาในฐานะฝ่ายบริหารให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้พิจารณา เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีที่ภาคประชาสังคมหรือทุกภาคส่วนเรียกร้องให้มีกฎหมายฉบับนี้ ในประเทศไทย มีรัฐบาลหลายรัฐบาล แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหน หรือสภาเสนอกฎหมายฉบับนี้ จนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๖๐ สภานิติบัญญัติแห่งชาติในรัฐบาลชุดที่แล้วได้รับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาและพิจารณา แต่มีเหตุอันใดไม่ทราบที่ทำให้กฎหมายฉบับนี้ ไม่สามารถที่จะนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติและตราออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้ แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่เราก็หวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและตราใช้เป็นกฎหมายต่อไป ท่านประธานครับ การทรมาน การกระทำให้บุคคลสูญหายที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เราไม่อาจยกเว้นให้กระทำได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ๆ ร่างพระราชบัญญัติที่มีการเสนอโดยคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้ว หากเราพิจารณาฉบับร่าง ก่อนที่จะมีการปรับปรุงโดยคณะกรรมาธิการ เราจะเห็นว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ดี และเหมาะสมในการบังคับใช้ มีจุดเด่นในการที่จะช่วยเหลือในการให้ประชาชนได้มีสิทธิ เข้าถึงกฎหมาย เข้าถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพได้อย่างมากกว่าปกติ ไม่ใช่เฉพาะต้องเป็น ผู้เสียหายที่เป็นบิดามารดาหรือครอบครัวเท่านั้น ใครก็ได้ที่รับรู้ รู้เห็นเรื่องของการบังคับ สูญหายหรือการซ้อมทรมานก็สามารถจะดำเนินการได้นะครับ คดีที่เกี่ยวกับการซ้อมทรมาน หรือการบังคับให้สูญหายให้ไปอยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเป็นคดีขึ้นมา ก็ให้เสนอต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมันไม่ใช่กระบวนการปกติในการใช้ กระบวนการกล่าวหา แต่เป็นกระบวนการไต่สวน ซึ่งกระบวนการไต่สวนเป็นการให้โอกาส กับประชาชนในการที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะประชาชนทั่วไปไม่สามารถจะเข้าถึง พยานหลักฐานได้อย่างเจ้าพนักงาน นอกจากนั้นแล้วในร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนั้น ยังให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามกฎหมายต้องรับโทษได้ด้วย เช่นกัน เพื่อเป็นการป้องปรามให้ผู้บังคับบัญชาต้องทำหน้าที่กำชับกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ของตนเอง นอกจากนั้นแล้วในกฎหมายฉบับดังกล่าวนั้นยังห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ อ้างสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานการณ์สงคราม หรือสถานการณ์ความมั่นคงของรัฐ หรือสถานการณ์พิเศษใด ๆ ก็แล้วแต่ในการยินยอมให้เจ้าหน้าที่กระทำฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ในการซ้อมหรือทรมาน หรือบังคับให้สูญหายได้ กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจน ตัวร่างนะครับ ไม่ใช่ตัวฉบับที่มีกรรมาธิการพิจารณาตัด ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าหากคณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามา ในสภา ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้มีผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่มีความสามารถ ผู้ที่ให้ความสำคัญกับ การปกป้องสิทธิเสรีภาพ ต้องช่วยกันปกป้อง ต้องช่วยกันตรวจสอบรายละเอียดของกฎหมาย โดยละเอียดนะครับ นอกจากนั้นแล้วจุดเด่นสำคัญที่ผมอยากจะโน้มน้าวให้เพื่อน ๆ สมาชิก ได้ทราบ ถ้าอนาคตหากสภา หากคณะรัฐมนตรีมีการนำเสนอกฎหมายเข้ามา กฎหมายฉบับนี้ ห้ามไม่ให้รับฟังคำให้การใด ๆ ที่ได้มาจากการซ้อมทรมาน คำรับสารภาพของบุคคล ขณะที่ถูกกล่าวหาว่าซ้อมทรมาน ไม่สามารถจะนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ เพราะปัจจุบันนี้ แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะมีบัญญัติไว้ว่าห้ามไม่ให้รับฟังพยานหลักฐาน ที่ได้มาโดยมิชอบ แต่ก็มีข้อยกเว้นที่อาจจะรับฟังได้ แต่กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ ตัดไม่ให้ รับฟังโดยเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่คิดว่าจะเป็นพัฒนาการของประเทศไทยที่เราได้มีกฎหมายที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยมีกฎหมายฉบับนี้แล้ว ปัญหาการร้องเรียน คำถามของผม ที่จะถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านรัฐมนตรี ผมถือว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการยืนยัน เจตจำนงของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง จึงขอเรียนถาม ๒ คำถาม และให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ รัฐบาลมีนโยบายจะดำเนินการ ให้มีการทบทวนและพิจารณาให้ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... เป็นกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด
คำถามที่ ๒ ผมขอถามพร้อมกันเลย รัฐบาลมีนโยบายที่จะดำเนินการ เพื่อกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน ในการส่งมอบสัตยาบันศาลให้กับเลขาธิการองค์การ สหประชาชาติตามข้อกำหนดของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคน จากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ