ชลน่าน ชี้สภาค้างพิจารณาญัตติ ห้ามนำเรื่องอื่นแทรกต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒

ชลน่าน ศรีแก้ว ทักท้วงการนำเรื่องอื่นมาพิจารณาแทนญัตติที่เคยเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว โดยยืนยันว่าการพิจารณาต้องดำเนินต่อเนื่องตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้ขัดข้อบังคับและทำให้ญัตติตกไป

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

แต่ก่อนที่จะมีมติตรงนั้นผมอยากจะขอ อนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพว่าท่าน ส.ส. จุลพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ได้ลุกขึ้นมาหารือท่านประธาน ทักท้วงท่านประธานว่าถ้าเรานำเอาเรื่องด่วนที่ ๒๑ เรื่องด่วนที่ ๒๒ ด้วยความเคารพท่านประธานว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะเป็น ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเหรียญตราของรัชกาลที่ ๑๐ ๒ ร่าง พวกเราเห็นด้วยว่า จำเป็นต้องมาพิจารณา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ในขณะที่เขาห้ามนำเรื่องใด ๆ พิจารณาขณะที่มีการพิจารณาญัตติอยู่ เว้นแต่นั่นเป็นข้อเว้นนะครับ ท่านประธานไล่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ไป ผมด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมว่าใช้ ข้อ ๔๗ มาอ้างในเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรของเรา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ท่านประธานเองได้เข้าสู่วาระพิจารณาเรื่องด่วน โดยให้สมาชิกได้นำเสนอญัตติ ญัตติในวาระประชุมเรื่องด่วนที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ท่านประธานก็มีมติว่าให้พิจารณารวมกัน เรื่องทำนองเดียวกัน เพื่อนสมาชิกได้แถลงญัตติไป ๒ ญัตติ พร้อมกับอภิปรายและเหตุผล ประกอบ หลังจากนั้นหมดเวลาประชุม ท่านบอกว่าให้นำไปพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ที่ผมนำเรื่องนี้เรียนขึ้นมา ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งนั้นเราเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาเรื่องด่วนไปแล้ว แล้วค้างอยู่ ยังไม่มีการพิจารณาต่อ ยังไม่มีการลงมตินะครับ เพราะฉะนั้นในการประชุมครั้งต่อไป หมายถึงวันนี้ถ้าจะมีการ พิจารณาไปตามลำดับที่มีการพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๘ เป็นการต่อเนื่อง หลังจากวาระ ที่ประธานแจ้งให้ทราบแล้ว วาระแจ้งให้ทราบนะครับ ไม่ใช่การพิจารณา ที่เรารับทราบเรื่อง ป.ป.ส. ไปนี่เป็นการแจ้งให้ทราบ ไม่มีการลงมติใด ๆ ก็เป็นไปตามระเบียบวาระได้ แต่ต่อไป ถ้าจะนำเรื่องใดมาพิจารณาถ้าท่านไม่ได้คำนึงถึงเรื่องที่เราเข้าสู่ระเบียบวาระไปแล้ว ผมเอง เพื่อนสมาชิกหลายท่าน และผู้รู้หลายคนที่ผมพยายามไปสอบถาม เราอยู่ในช่วง การพิจารณาและเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาญัตติไปแล้ว ถ้าท่านเอาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มาแทรก ญัตตินี้จะตกด้วยข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ครับ จริงอยู่หลายท่านอาจจะตีความว่าขณะที่ พิจารณาเรื่องญัตติใด ๆ อยู่ ถ้านำเรื่องอื่นมาพิจารณาญัตตินั้นเป็นอันตกไป การตีความว่า ขณะที่ ไม่ได้หมายความตีว่า ขณะที่พิจารณากำลังพิจารณาอยู่ในวันนั้นเพียงอย่างเดียว ความหมายของคำว่า ขณะการพิจารณาคือเรื่องนั้นยังไม่แล้วเสร็จ ผมยกตัวอย่าง ๒ เรื่อง ที่เห็นกันชัด ๆ วันนี้ ขออนุญาตใช้เวลานิดเดียวครับ แม้แต่ว่าเรื่องประธานแจ้งให้ทราบ วาระรับทราบ เรื่อง ๒.๑ เรื่องของรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานเรื่องยาเสพติด รายงาน เรื่องยาเสพติด ท่านประธานได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ระเบียบวาระเมื่อสัปดาห์ก่อน เชิญผู้ชี้แจง มานั่งเรียบร้อยก่อนที่สมาชิกจะอภิปรายท่านเข้าสู่ระเบียบวาระ แล้วท่านก็บอกว่าขอเลื่อน ไปพิจารณาในคราวต่อไป ท่านประธานที่ขึ้นบัลลังก์ต่อจากท่านประธานชวนนะครับ ท่านประธานศุภชัยก็นำเอาสิ่งที่ท่านได้พูดไว้ ได้กล่าวในที่ประชุมไว้ว่าระเบียบนี้ได้เข้าสู่ ระเบียบวาระแล้ว ก็ให้สมาชิกได้พิจารณาต่อในเรื่องรับทราบครับ ไม่แปลกใจครับว่าพวกเราเอง ก็เห็นสมาชิกใหม่เรา ๔ คน มารอที่จะกล่าวปฏิญาณตน ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ไม่ว่าท่านขึ้นก็แล้วแต่ หรือท่านประธานชวนขึ้นก็แล้วแต่ ท่านจะขอเอา ๒.๕ ขึ้นมาพิจารณา หรือขึ้นมาดำเนินการก่อนให้เพื่อนสมาชิกได้ปฏิญาณตน เพื่อจะได้ทำหน้าที่ก่อนที่จะ รับทราบเรื่องรายงาน เราทำอย่างนั้นมาตลอดนะครับ แล้วก็สามารถทำได้ด้วย เพราะว่า เป็นข้อหารือของท่านประธาน มันอยู่ในวาระเดียวกัน วาระเดียวกันคือวาระประธาน แจ้งให้ทราบ จะจัดลำดับก่อนหลังอย่างไร ถ้าสภาไม่มีปัญหาก็สามารถเอามาทำได้ ธรรมเนียมเราทำอย่างนั้นมาตลอด แต่ครั้งนี้สาเหตุที่ท่านประธานที่นั่งบัลลังก์ไม่กล้าที่จะให้ ท่านสมาชิกใหม่ของเรา ๔ ท่าน ขึ้นปฏิญาณตน เพราะว่ามันเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณา เรื่องยาเสพติดไปเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ให้ใช้เวลาของสภามาจนถึง ๒ ทุ่มครึ่ง อันนี้คือ ข้อสังเกตที่ผมนำเรียนท่านประธาน แม้ไม่ใช่เรื่องพิจารณาเราก็ยังเคารพข้อบังคับ ความเห็น ผมถ้าจะนำเรื่องใด ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อนญัตติที่เราเข้าสู่การพิจารณาไปแล้ว ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ถูกตีความแน่นอนครับ และเป็นกฎหมายสำคัญด้วย มันเป็นกฎหมายสำคัญด้วย แล้วหลังเสร็จกฎหมายฉบับนี้มันจะมีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วรออยู่ คือข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ก่อนญัตติด้วยครับ แล้วแนวทาง ถ้าท่านพิจารณาตามระเบียบวาระ เรื่องกรรมาธิการเสร็จแล้วจะถูกพิจารณาก่อน แต่ว่าเราเข้าวาระ การพิจารณาเรื่องด่วนไปแล้วค้างอยู่ เรื่องกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็ไม่สามารถ นำขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะฉะนั้นโดยความเห็นของผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ เราไม่ได้เสียเวลาเลยนะครับ เรายินดีสนับสนุนท่านประธานทุกอย่าง สนับสนุนสภาทุกอย่าง ขอเพียงแต่ว่าเรายึดข้อบังคับ ไว้เป็นหลัก ไม่แปลกครับที่จะนำขึ้นมา เพียงแต่ขออนุญาตว่าท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ครับ สภาแห่งนี้สามารถมีมติที่จะยกเว้นข้อบังคับบางข้อ หรือหลายข้อ หรือทั้งเล่มก็ได้ โดยอาศัย มติของสภา แน่นอนครับ ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ขององค์ประชุมที่มีอยู่ ที่ครบนะครับ ผมว่าท่านประธานให้สภาทำอย่างนั้นก็จะเป็นการปลอดภัย มันจะเป็นการปลอดภัย ในแง่ที่ ๑ เราพิจารณากฎหมายได้นะครับ อันที่ ๒ เราก็เอาข้อบังคับประชุมมาพิจารณา ต่อเนื่องได้เลย จบแล้วเราถึงค่อยเข้าญัตติที่เราค้างไว้ เพราะเราได้เว้นข้อบังคับแล้ว อย่างน้อยนะครับ ๑. ท่านต้องเว้นข้อบังคับข้อที่ ๕๐ ที่จะพิจารณาเรื่องที่อยู่ในขั้น การพิจารณาแล้วไม่ให้ตกไป ข้อ ๑๖ เรื่องของวาระการประชุม ข้อ ๒๑ ด้วย สำคัญที่สุดคือ ข้อ ๕๐ วันนี้ท่านเลื่อนได้ ถ้าท่านไม่เว้นนะครับ การเลื่อนวันนี้ก็จะเป็นการเอากฎหมาย ๒ ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่ ท่านก็ต้องเว้นข้อ ๕๐ อยู่ดี ถึงแม้ท่านจะ ไม่เว้นข้อ ๔๖ วรรคสอง เพราะการเลื่อนระเบียบวาระที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัตินี่ครับ ต้องเลื่อนมีผลในวันถัดไป อันนี้ท่านไม่ต้องเว้น เพราะพรุ่งนี้ พิจารณาได้ แต่การที่เอากฎหมายมาพิจารณาก่อนวาระที่เราเข้าสู่วาระพิจารณาอยู่แล้ว อันนี้ต้องเว้นครับ ด้วยความเคารพท่านประธานไม่ได้รีบครับ พรุ่งนี้เช้า ถ้าวันนี้ถ้าองค์ครบ ก็ ๒ ใน ๓ ขอเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๐ แล้วก็เลื่อนระเบียบวาระ ผมว่าสภาแห่งนี้ให้ความ เห็นชอบอยู่แล้ว อยากให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัย แล้วก็ทำตามข้อบังคับครับ จะได้ ไม่เป็นปัญหาและไม่เป็นประเด็นครับ และที่สำคัญมีเสียงอย่างนี้ท่านประธานครับ มีเสียงว่า ถ้าไม่เว้นข้อบังคับมันจะมีผลให้ญัตติเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินและญัตติ อีอีซี (EEC) ตก ซึ่งเป็นความต้องการของคนบางกลุ่มหรือเปล่า อันนี้สภาเราตอบไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ถ้ามันตกโดยกระทำอย่างนี้ผมว่าพวกเรายอมไม่ได้นะครับ เรายอมไม่ได้ เพราะนี่คือผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราจะใช้กลไกเทคนิคทางกฎหมายอย่างนี้ทำให้มัน ตกไปพวกผมก็ไม่ยอม ประเทศนี้ใช้เทคนิคกฎหมายมาเยอะท่านประธานที่เคารพครับ อภินิหารกฎหมายมีเยอะ ไม่ถวายสัตย์ตามรัฐธรรมนูญก็เป็นอภินิหารกฎหมาย ก็ยังทำงานได้ และกฎหมายที่จะเข้าสู่สภาพรุ่งนี้นะครับ ถ้าผมเองสมาชิกเข้าชื่อกัน ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเราทำหน้าที่ หมายถึงสภาเรานะครับ ทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ตีความวินิจฉัยเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ทำหน้าที่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก็คือ พิจารณากฎหมายที่ไม่ชอบ เพราะ ครม. ไม่ชอบ มันจะยุ่งตอนหลังนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับไม่ได้เสียหายครับ ใช้เวลานิดเดียวครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานฝากพิจารณาครับ