นิยม อธิบายกลไก ป.ป.ส. เชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นป้องกันพื้นที่เสี่ยง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒

นิยม เติมศรีสุข อธิบายโครงสร้างและกลไกการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ส. ตั้งแต่ระดับชาติจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ ๒๕ แห่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ๕ ปี เพื่อเชื่อมโยงสู่แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และระบุมาตรการหลักในการป้องกันกลุ่มเป้าหมายต่างๆ รวมถึงพื้นที่เสี่ยง

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ใคร่ขอกราบเรียนชี้แจงว่าในส่วนของเหตุผลในการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๐ เป็นไปตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๑๔ วรรค ๖ ที่ได้กำหนดว่าให้เลขาธิการ ป.ป.ส. จัดทำรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีใคร่ขอกราบเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า รายงานดังกล่าว เป็นรายงานที่เป็นเฉพาะผลของการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัตินี้เท่านั้นนะครับ ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นได้ว่าจะมีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในปี ๒๕๖๐ เพียง ๑๗,๐๐๐ กว่ารายเท่านั้นนะครับ นั่นหมายถึงว่าใน ๑๗,๐๐๐ กว่าราย ก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ประมาณ ๑๑,๐๐๐ รายไม่ได้หมายถึงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งประเทศ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทั้งเป็นของทหาร และตำรวจและฝ่ายปกครองรวมกันอยู่ในนั้นนะครับ ซึ่งตามรายงานนี้ทางสำนักงาน ป.ป.ส. โดยเลขาธิการ ป.ป.ส. จะต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ข้อสังเกตต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาโดยให้มีการรายงานข้อเท็จจริงถึงปัญหาอุปสรรค ปริมาณ การปฏิบัติงานและผลของการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. การนำเสนอรายงาน การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นี้มีวัตถุประสงค์เนื่องจากว่าการใช้อำนาจของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไปแล้วก็คือ ไม่ว่าจะเรื่องของ การค้น การจับ การเรียกเอกสาร การเรียกบุคคล การควบคุมตัว อาจจะไปส่งผลกระทบต่อ สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน กฎหมายจึงได้กำหนดให้มีการจัดทำรายงานเพื่อที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา หรือสภาทั้ง ๒ ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจ ดังกล่าวแทนประชาชนได้นะครับ ตรงนี้ก็ต้องเป็นส่วนที่ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ขออภัยนะครับ เนื่องจากว่าจะไม่มีเนื้อหาในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา รวมอยู่ด้วย เนื่องจากว่าจะเป็นการรายงานเฉพาะเพียงที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เท่านั้นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามสำนักงาน ป.ป.ส. จะรับข้อเสนอในการ ปรับปรุงในเรื่องของรายงานไปดำเนินการต่อนะครับ

ผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ เกี่ยวกับเรื่องการ ดำเนินงานนะครับโดยคร่าว ๆ เพื่อจะได้เห็นภาพร่วมกันนะครับว่าโดยสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจะทำงานในฐานะเลขานุการหรือหน่วยงาน ปฏิบัติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่เราเรียกว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส. ซึ่งจะมีคณะกรรมการหรือประธานอย่างที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว มาแล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตามภายใต้คณะกรรมการนั้นก็จะมีกลไกอีกส่วนหนึ่งที่เรา เรียกว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชาติ ซึ่งจะมีทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ถัดลงมาก็จะเป็นศูนย์อำนวยการที่ลงไป ตั้งแต่ในระดับของศูนย์อำนวยการระดับจังหวัด อำเภอ และในขณะนี้โดยกฎหมายจะมี ศูนย์อำนวยการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดลงไปถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นหมายถึงว่ากลไกในการแก้ปัญหาจะลงไปถึงในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีศูนย์อำนวยการที่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชายแดน ภาคเหนือ พื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนของการดำเนินงานจะเป็นการดำเนินงานในฐานะที่สำนักงาน ป.ป.ส. จะอยู่ในฐานะ หน่วยยุทธศาสตร์หรือหน่วยนโยบาย อย่างที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวว่า ป.ป.ส. มีบุคลากรเพียงเล็กน้อย อันนั้นใช่นะครับ เนื่องจากโดยฐานะบทบาทหน้าที่ของหน่วย โดยเราจะบูรณาการกับหน่วยงานทั้ง ๘ กระทรวง ๒๕ หน่วยงาน ๒ หน่วยงานไม่สังกัด คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วก็สำนักงาน ปปง. การดำเนินการที่ใช้งบประมาณประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านทั้งหมดจะเป็นการใช้อยู่ใน ๒๕ หน่วยงานดังที่ผมกล่าวมานะครับ การดำเนินงานจะเป็นภายใต้แผนการปฏิบัติงาน หรือแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติดในขณะนี้อยู่ในช่วงของแผน ๕ ปี คือปี ๒๕๕๘-๒๕๖๒ ปีนี้จะเป็นปีสิ้นสุดแผน แต่อย่างไรก็ตามในเนื้อหาสาระของแผนในปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมาจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพัน กับตัวแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี การดำเนินงานจะถือยุทธศาสตร์หลักใน ๘ ยุทธศาสตร์ รวม ๔ มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันในกลุ่มเด็กและเยาวชนทั้งในและนอก สถานศึกษาอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้กล่าวมานะครับ การแก้ปัญหา โดยการรณรงค์ป้องกันในกลุ่มของผู้ใช้แรงงาน พนักงาน แล้วก็ในส่วนของหมู่บ้านชุมชน นอกจากนี้ในมาตรการป้องกันยังรวมถึงการลดพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ที่เป็นปัญหาเป็นแหล่ง แพร่ระบาดยาเสพติดให้กับเด็กและเยาวชน

มาตรการที่ ๒ เป็นมาตรการบำบัดรักษาจะเน้นอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ ในเรื่องของ การค้นหา แล้วก็นำผู้เสพผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม จะเห็นได้ว่า ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เราจะมีการดำเนินการโดยเฉพาะการมุ่งเน้นในการนำผู้เสพผู้ติด เข้าสู่ระบบบำบัดรักษาที่เราเรียกว่าระบบสมัครใจมากยิ่งขึ้น ถัดมาก็คือในเรื่องของการ ติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตาม การให้ความช่วยเหลือ การให้โอกาสกับผู้ที่ผ่าน กระบวนการบำบัดแล้วทำอย่างไรไม่ให้เขากลับไปเสพซ้ำนะครับ

ส่วนสุดท้ายก็คือ ในคือในเรื่องของมาตรการปราบปรามจะเป็นอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือ ในเรื่องของการใช้แนวทางในเรื่องของความร่วมมือกับต่างประเทศเชิงรุก ในขณะนี้เราได้มีการดำเนินการภายใต้แผนแม่น้ำโขงปลอดภัยนะครับ โดยร่วมมือกับ ๖ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ประเทศกัมพูชา สปป. ลาว แล้วก็ ประเทศไทย สิ่งที่เราดำเนินการในส่วนของการดำเนินในการสกัดกั้นยาเสพติดจาก ต่างประเทศ ขออนุญาตนำเรียนว่าในปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นในปีเริ่มต้นแผนนี้จนถึงปี ๒๕๖๒ ใน ๖ ประเทศสมาชิกสามารถสกัดกั้นยาเสพติด โดยเฉพาะเป็นประเภทยาบ้าไม่ให้เข้ามาสู่ ในประเทศไทยได้พันกว่าล้านเม็ด จากสถิติการยึดในพื้นที่ทั้ง ๖ ประเทศที่กล่าวมานะครับ เฮโรอีนกว่า ๑๓ ตัน ไอซ์ ๔๓ ตัน กัญชา ๕๘ ตัน แล้วก็เคมีภัณฑ์สารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาบ้า โดยเฉพาะคาเฟอีนถึง ๖๔ ตัน ซึ่งถ้าคาเฟอีน ๖๔ ตัน นำไปผลิตเป็นยาบ้าจะผลิตยาบ้า ได้ถึง ๙๖๐ ล้านเม็ดนะครับ ส่วนการดำเนินการในส่วนของการสกัดกั้นจะเห็นได้ว่าตามที่ ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้กล่าวถึงว่ามีการจับยึดยาบ้าได้ในช่วงที่ผ่านมาถึง ๔๐๐ กว่าล้านเม็ด ขออนุญาตเรียนว่าในนั้นร้อยละ ๗๐ เป็นการจับยึดได้ในพื้นที่ชายแดนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะครับ

ในส่วนการดำเนินการอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็ทางท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้กล่าวมาก็คือ ในเรื่องของการสร้างความมีส่วนร่วมกับประชาชน ในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งตรงนี้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดของประเทศ ในขณะนี้ในการดำเนินการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับหมู่บ้านชุมชน ได้มีการดำเนินการทั้งสิ้นเรียนได้ว่ามีการเข้าไปรณรงค์ป้องกันถึงร้อยละ ๙๐ คือประมาณ ๗๔,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านชุมชนทั่วประเทศนะครับ และผลจากการสำรวจหมู่บ้าน ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดทั่วประเทศจากปี ๒๕๕๗ ซึ่งมีหมู่บ้านชุมชนตามทะเบียนอยู่ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านชุมชน เราพบว่ามีหมู่บ้านที่เรียกได้ว่าไม่มีปัญหาเพียงร้อยละ ๕๙ นะครับ แต่ในปี ๒๕๖๒ จำนวนหมู่บ้านชุมชนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นมาเป็น ๘๔,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านชุมชน สำรวจพบว่ามีหมู่บ้านที่ไม่มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาเป็นถึงร้อยละ ๗๐ โดยจำนวนหมู่บ้านที่มีปัญหา รุนแรงลดลงจากร้อยละ ๙ เหลือร้อยละ ๔.๘ ในปัจจุบันนะครับ การดำเนินการต่าง ๆ ทั้งในด้านมาตรการปราบปรามและป้องกันสะท้อนมาให้เห็นจากผลในเรื่องของการนำ ผู้เสพผู้ติดเข้าสู่ระบบบำบัดรักษาทั่วประเทศนะครับ ในระยะเวลาเฉลี่ย ๕ ปี ที่ผ่านมาประมาณปีละ ๒๑๗,๐๐๐ กว่าราย จะมีผู้เสพที่เป็นรายใหม่ร้อยละ ๗๕ แต่ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งอีก ๒ เดือนจะสิ้นปีงบประมาณในขณะนี้มีผู้ถูกนำเข้าสู่ระบบบำบัด ทั้งหมดทุกระบบ ๑๕๙,๐๐๐ ราย แต่เป็นรายใหม่เพียงร้อยละ ๖๒ เช่นเดียวกันนะครับ ถ้ามองถึงข้อมูลผู้กระทำผิดเฉลี่ย ๕ ปี ๒๕๐,๐๐๐ กว่ารายเช่นเดียวกัน จะมีรายใหม่อยู่ ร้อยละ ๖๓ แต่ในปี ๒๕๖๒ ๑๔๓,๐๐๐ ราย จะมีรายใหม่ประมาณร้อยละ ๖๐ นะครับ ตรงนี้ก็คือประเด็นที่ผมอยากจะเรียนในสภาแห่งนี้ได้ทราบ การดำเนินการในช่วงระยะต่อไป จุดเน้นจะเป็นเรื่องของการดำเนินการใน ๕-๖ ยุทธศาสตร์ตามที่ผมเรียนมานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่จะสกัดกั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคมีภัณฑ์สารตั้งต้นไม่ให้เข้าไปยังแหล่งผลิต และการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจากแหล่งผลิต ออกมาแพร่ระบาดทั้งในประเทศและก็ในประเทศเพื่อนบ้านนะครับ ในการดำเนินการ ในส่วนนี้จะเป็นการดำเนินการนอกจากแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ทางรัฐบาล โดยทางท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการประสานกับประเทศ เพื่อนบ้าน มีการเปิดแผนปฏิบัติการร่วมกันคือ แผนปฏิบัติการร่วมไทย-เมียนมา แล้วก็ แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ลาว ซึ่งในขณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนปฏิบัติการร่วม ไทย-เมียนมา ส่งผลในการปฏิบัติทำให้ใน ๒ เดือนที่ผ่านมาทางรัฐบาลเมียนมาได้ส่งกำลัง เข้ามาตรวจยึดและทำลายแหล่งผลิตตามแนวชายแดนซึ่งติดต่อกับประเทศไทย ได้ยาบ้า ๒๐ กว่าล้านเม็ด นอกจากนั้นยังยึดเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนที่ผมขออนุญาตกราบเรียนเป็นส่วนสุดท้ายนะครับ ก็คือในส่วนของ การดำเนินการตามตัวชี้วัดอย่างที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งข้อสังเกตนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเรื่องของการกำหนดตัวชี้วัดในขณะนี้ไม่ได้กำหนดตัวชี้วัด เชิงปริมาณว่าจะเป็นการจับผู้กระทำผิดได้เยอะหรือเป็นการนำผู้เสพผู้ติดเข้าสู่ระบบบำบัด ได้มาก ผมขออนุญาตเรียนตัวชี้วัดในเรื่องการป้องกันนะครับ การกำหนดตัวชี้วัด กำหนดตัวชี้วัดในการทำให้หมู่บ้านชุมชนมีความเข้มแข็ง จะเห็นได้ว่าตามที่ผมได้เรียน ให้ทราบเมื่อสักครู่ คือการสำรวจหมู่บ้านชุมชนที่ไม่มีปัญหายาเสพติดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แล้วก็กระบวนการที่จะทำให้หมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งแล้วเกิดกระบวนการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาของตัวเองเกิดเพิ่มมากยิ่งขึ้นนะครับ นอกจากนี้ในส่วนของการบำบัดรักษา เป็นการดูว่าผู้เสพหยุดเสพต่อเนื่องจำนวนเท่าไร ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายว่ากระบวนการ บำบัดรักษาที่ทำให้ผู้เสพผู้ติดหยุด หรือสามารถเลิกใช้ยาได้แล้วไม่กลับไปใช้ยาซ้ำ และสุดท้ายในเรื่องของการปราบปรามก็เช่นเดียวกันนะครับ มองถึงเรื่องของการจับกุม ผู้ค้ารายสำคัญ แล้วการดำเนินการต่อผู้ค้ารายสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังในข้อหาสมคบ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมครับ