ฐนภัทร กิตติวงศา หารือถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างการป้องกันยาเสพติดควบคู่กับการปราบปราม โดยเสนอโครงการ D.A.R.E. ที่ใช้ตำรวจเป็นวิทยากรในการให้ความรู้เยาวชน พร้อมชี้แจงความสำเร็จของโครงการและเรียกร้องให้เพิ่งบประมาณสนับสนุนค่าเดินทางของผู้สอนเพื่อส่งเสริมการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน โดยอ้างอิงพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อย้ำความสำคัญของการป้องกันไม่ให้เหตุเกิด และนำเสนอคลิปประกอบการอภิปรายเพื่อสนับสนุนข้อเสนอของตน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคอนาคตใหม่ครับ ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณที่ให้โอกาสผมได้มานำเรียนในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป้องกันปราบปรามยาเสพติดครับ ซึ่งจากการที่ได้ดูรายงานของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด แล้วก็ถือว่าเป็นการทำงานในกรอบหน้าที่ทางยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ซึ่งก็มีผล ในเรื่องของการปราบปรามเป็นอย่างดีนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ นะครับว่าการที่จะให้ยาเสพติดหมดไปจากไปจากประเทศไทยเรานั้น ลูกหลานของเราปลอด จากยาเสพติดนั้น การปราบปรามอย่างเดียวนั้นย่อมไม่เกิดผลสำเร็จอย่างสูงสุดครับ ท่านประธานครับ การทำงานอีกด้านหนึ่งก็คือในเรื่องของการป้องกัน ท่านประธานครับ ผมอยากจะนำเรียนในเรื่องของการป้องกัน เดี๋ยวอีกสักครู่จะมีวิดีโอ (Video) นะครับ การป้องกันนั้นขออนุญาตที่จะนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ท่านทรงดำรัสไว้ว่า การจับกุมนั้นเป็นความชอบ แต่ถ้าจะให้เป็นความชอบที่ดียิ่งนั้น ควรที่จะป้องกันไม่ให้เหตุเกิดครับ นั่นก็หมายความว่าท่านให้ความสำคัญครับ ความสำคัญ ของการป้องกันปราบปรามยาเสพติดนั้น เป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะในคดีต่าง ๆ ในประเทศของเราไม่ว่าจะเป็นคดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือแม้คดี ข่มขืนอนาจารต่าง ๆ ก็ล้วนแต่ผู้ต้องหานั้น จากการสืบประวัติแล้วก็ล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับยาเสพติดครับท่านประธานครับ ผมมีอยู่โครงการหนึ่งที่อยากจะพูดที่ไม่ซ้ำ กับท่านผู้อภิปรายอื่น ๆ นั่นก็คือในเรื่องของโครงการป้องกันยาเสพติด ซึ่งเป็นการตัดวงจร ของผู้ที่เสพยาเสพติดรายใหม่ ถ้าประเทศของเรานั้นไม่มีผู้เสพยาเสพติดรายใหม่ แล้วก็ทำงานควบคู่ไปกับการปราบปรามยาเสพติดนั้น ก็จะทำให้ยาเสพติดนี้หมดไปจาก ประเทศไทย โครงการที่ผมอยากจะนำเรียนนั่นก็คือโครงการที่มีชื่อว่าโครงการแดร์ (D.A.R.E) ดี (D) เอ (A) อาร์ (R) อี (E) เป็นโครงการป้องกันการติดยาเสพติดในสถานศึกษา แดร์ ดรัก อะบิว รีซิสเตนซ์ เอดดูเคชัน (D.A.R.E : Drug Abuse Resistance Education) เป็นโครงการที่ดี ที่สุดผมว่านะครับ ในโครงการนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายโสตขอวิดีโอ (Video) ด้วยนะครับ โครงการนี้ ๑ นาทีกว่า ๆ ขอเชิญชม ชมเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ไม่มีเสียงหรือครับ โครงการนี้ เป็นโครงการต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐลอสแอนเจลิส มีสมาชิกประเทศที่อยู่ในกลุ่มโครงการแดร์ (D.A.R.E) นี้มีอยู่ ๓๒ ประเทศทั่วโลกนะครับ ปัจจุบันนี้มีนักเรียนที่จบจากโครงการยาเสพติด โครงการแดร์ (D.A.R.E) นี้ ๓๒ ล้านคน ทั่วโลก โครงการแดร์ (D.A.R.E) มีหลักการก็คือว่าจะให้ตำรวจไปอบรมนักเรียนนะครับ ตำรวจก็ต้องผ่านการฝึกอบรมการเป็นครู จำนวน ๑๐ วันด้วยกันจากวิทยากร เริ่มต้นจาก วิทยากรที่เป็นต้นแบบก็คือวิทยากรจากอเมริกา ซึ่งเรารับจากอเมริกาเลยทีเดียวนะครับ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ สมัยนั้นท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านทั้ง ๒ นี้ ซึ่งถือว่า ท่านมีบุญคุณกับโครงการแดร์ (D.A.R.E) นี้เป็นอย่างยิ่ง โครงการแดร์ (D.A.R.E) นี้ หลักใจความสำคัญก็คือให้ตำรวจแต่งเครื่องแบบไปสอนหนังสือในโรงเรียนในแต่ละโรงเรียน วันละ ๑ ชั่วโมง โดยอาศัยเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ปกติของตัวเองเสร็จแล้วก็จะ เข้าไปติดต่อในโรงเรียน เข้าไปในโรงเรียน แล้วก็ไปประสานกับทางโรงเรียนมีฝ่ายผู้ปกครอง มีชุมชน มีความชื่นชมกับคุณครูแดร์ (D.A.R.E) ของเรา เพราะว่าในแต่ละสัปดาห์นั้น ก็จะต้องไปปรากฏตัวที่โรงเรียน ในการสอนเด็กนักเรียนนั้นก็จะมุ่งเน้นในเรื่องของการที่จะ ให้ความรู้กับเด็กนักเรียนในเรื่องโทษพิษภัยของยาเสพติดว่า ยาเสพติดนั้นมีโทษ มีพิษ มีภัย ตั้งแต่บุหรี่เป็นยาเสพติดให้โทษ เหล้าเป็นยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า ยาอี กัญชา ทุกอย่างถ้าเราเสพ ครั้งเดียวจะทำให้ติดได้ อันนี้เราก็ต้องให้ทักษะการปฏิเสธยาเสพติดให้กับเด็กนักเรียน หรือว่าลูกศิษย์ของเราด้วยนะครับ คุณครูแดร์ (D.A.R.E) ของเราใช้เวลา ๑๓ คาบด้วยกัน วันละ ๑ ชั่วโมงเป็นเวลา ๑๓ ครั้ง หรือ ๑๓ สัปดาห์ เหตุที่จะให้ไปสอนครั้งละ ๑ ชั่วโมง ก็เพื่อที่ว่าเป็นกลอุบายในการที่จะให้ตำรวจเหล่านั้นเข้าไปในพื้นที่เข้าไปในโรงเรียนบ่อย ๆ เพื่อให้นักเรียนนั้นมีความรัก มีความศรัทธาในคุณครูของเขา โครงการนี้อยากจะเรียน อย่างนี้ว่าเป็นโครงการที่ลดการติดยาเสพติดรายใหม่ของเด็กนักเรียนได้เป็นอย่างดีนะครับ จากการวิเคราะห์วิจัยในการทำวิจัยมาแล้วโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่ง แต่มันก็มีปัญหาอุปสรรคว่าในแต่ละครั้งที่ตำรวจของเราไปสอนหนังสือ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เราได้รับค่าตอบแทนในเรื่องของการใช้น้ำมัน ใช้รถ ใช้ยานพาหนะของตนเองชั่วโมงละ ๓๐๐ บาท ก็อยากจะเป็นตัวแทนให้กับครูแดร์ (D.A.R.E) ทั่วประเทศ บางจังหวัดครูแดร์ (D.A.R.E) ต้องขับรถขึ้นเขา ขับรถไปในที่ชุมชนที่เสี่ยง หรือว่าในที่ถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ชั่วโมงละ ๓๐๐ บาท ซึ่งครูแดร์ (D.A.R.E) จริง ๆ ก็ไม่ได้เรียกร้องนะครับ แต่ในเมื่อผม มาเป็นตัวแทนของครูแดร์ (D.A.R.E) ในฐานะครูแดร์ (D.A.R.E) ในสภาทรงเกียรติแห่งนี้ แล้วก็อยากจะเรียกร้องสักนิดหนึ่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพิ่มงบประมาณในการสอนให้คุณครูแดร์ (D.A.R.E) ของเราด้วยนะครับ คุณครูแดร์ (D.A.R.E) ของเราเป็นผู้ที่มีจิตอาสาการทำงานนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดนะครับว่าโครงการของเรานั้น โครงการแดร์ (D.A.R.E) ถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำเร็จอีกโครงการหนึ่งสมควรที่จะทำงานควบคู่ไปกับ การปราบปรามยาเสพติดเพื่อป้องกันที่จะไม่ให้ลูกหลานของเรามียาเสพติด หรือปลอดจาก ยาเสพติดครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบคุณครับ