สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ช่วงนี้ จะอภิปรายเข้าสู่ประเด็นเฉพาะเรื่องของยาเสพติดชนิดหนึ่งซึ่งเป็นปัญหาของเราอยู่นานก็คือยาบ้า หรือที่เราเรียกว่า เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) เดิมผมว่าพี่น้องประชาชนเอง เขาก็ใช้ยานั้นเป็นยาขยันเรียกว่า ยาม้า แต่พอปี ๒๕๓๙ มา ซึ่งเดิมยาม้าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตประสาท แต่ประเทศเราเห็นว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ก็ยกสถานะของยาม้าเป็นยาบ้า เข้าไปอยู่ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง ซึ่งผมมองว่านี่คือโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น กับประเทศเรา เพราะว่านี่คือสถานการณ์อันน่ากลัว เพราะการที่ยกระดับเอาเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) มาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งมันเป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่องของการที่ท่านตั้งใจในการปราบปราม คำถามคือ วันนี้เราเอาหลักอะไรเข้ามาจับว่ายาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) ควรจะลดลง เพราะในที่สุดเราพบว่ามันไม่ได้ลดลงเลยตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกได้ชี้ให้เห็นตัวเลขว่าในเรือนจำผู้ป่วยหรือเปล่าไม่รู้ แต่เป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีข้อหา ยาเสพติดอยู่ในเรือนจำอยู่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่า ๑๐๐ คนที่อยู่ในเรือนจำเป็น ผู้ต้องขังในคดียาเสพติด คำถามคือวันนี้เราเดินถูกทางไหม วันนี้มีคนตั้งคำถามและมีคนคิด แต่พอเสนอเข้าไปในสังคมแล้วไม่มีใครกล้าบอกว่าเรื่องนั้นควรจะทำต่อ ก็คือเอาหลัก เศรษฐศาสตร์เข้ามาจับ เรื่องดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) วันนี้คนค้ายาบ้า ผลิตยาบ้าออกมาขายเขาก็อยากจะผลิตเพราะผลิตเม็ดหนึ่ง ๕๐ สตางค์ขายได้ ๑๐๐ บาท ถ้าเราจะทำให้ฝั่งซัปพลาย (Supply) มันไม่มีความหมาย ผลิตมาดีมานด์ (Demand) ไม่ได้ต้องการมัน ในที่สุดแล้วคนก็จะเลิกผลิต เพราะคิดว่าการผลิตแล้วไม่มีกำไรก็ไม่รู้จะทำ การค้าไปทำไม นี่คือสิ่งที่หลายท่านก็เคยคิดว่า ถ้าเราไปลดตรงนั้นได้ก็น่าจะทำให้เป็นการ แก้ปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาบ้า คำถามว่าวันนี้ถึงขณะนี้เราเดินถูกทางหรือไม่ อย่างไรก็ยังตั้งข้อสงสัย คำถามที่ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง ป.ป.ส. ก็คือว่า วันนี้การปราบปรามยาเสพติด ยาบ้า ทำไมเราต้องจ่ายสินบนให้กับท่านที่ไปจับ ในรายงานระบุไหมครับว่า ป.ป.ส. ได้รับเงินสินบน เป็นจำนวนเท่าไร วันนี้เราทบทวนกันไหมว่านอกจากงบประมาณในการจ้างเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดไปจนถึงอัยการ ศาล และต้องสร้างเรือนจำเพิ่มขึ้น แต่ละปี เราใช้งบประมาณเท่าไรเพื่อรองรับลูกค้าที่เราเรียกกันว่าผู้ต้องขังในคดียาเสพติด ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น รัฐเรากำลังจะทุ่มไปตรงนี้ แล้วรัฐได้อะไรตอบแทนจากการที่เราไป เปลี่ยนกฎหมายจากยาเสพติดให้โทษที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทให้มาเป็นยาเสพติด ให้โทษประเภท ๑ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต โทษเท่ากับฆ่าคนตายโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว พฤติการณ์หรือการกระทำของเขาไม่ควรถึง ขนาดที่จะต้องดำเนินคดีหรือลงโทษเขาตรงนั้น วันนี้ตำรวจจับก็ต้องฟ้อง อัยการก็ต้องมี ความเห็นสั่งฟ้อง อยู่ในมือศาลก็โทษมันบอกลงหนักอย่างนี้ศาลจะลงไปอย่างอื่นก็ไม่ได้ คำถามคือวันนี้หลักอาชญาวิทยาถูกต้องไหมที่เราจะใช้วิธีการลงโทษหรือกำหนดโทษทาง อาญาอย่างรุนแรงให้กับผู้ต้องขัง หรือว่าผู้กระทำความผิดในโทษสถานเบาอย่างนี้ ผมว่าวันนี้ เราต้องทบทวนกันให้ชัดฝาก ป.ป.ส. ว่าวันนี้ท่านกำลังเดินถูกทางหรือไม่วิธีการในการ ดำเนินการในการปราบปรามยาเสพติด วันนี้ประเทศไทยเราใช้งบประมาณมากมายในเรื่อง เหล่านี้ คำถามว่าถ้าเราเดินไม่ถูกทางเราควรจะย้อนกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้องเอาหลัก เศรษฐศาสตร์มาจับ วันนี้ถ้าเราลดเรื่อง ซัปพลาย (Supply) ไม่ได้ ฝั่ง ดีมานด์ (Demand) ป.ป.ส. น่าจะเป็นกำลังหลักในการที่จะเข้าไปเอกซเรย์ ทำไมไม่เข้าไปในหมู่บ้านแบบเอาจริง เอาจัง เอาทุกหน่วย ทั้งตำรวจ อปพร. ชรบ. หรือแม้กระทั่งทหารเข้าไป ไปอยู่ในหมู่บ้าน ให้เอกซเรย์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เห็นว่าในแต่ละหมู่บ้านมีใครที่เสพ มีใครที่ค้า แล้วท่านอยู่กับมัน ทุกชุมชนประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ผมว่าไม่เหลือกำลังที่ราชการของเราทุกฝ่ายจะร่วมมือ กันเพื่อที่จะไปเอกซเรย์ หาผู้ที่ป่วย เสพก็เข้าไปบำบัด ใครค้าท่านก็หาวิธีการจัดการได้ ซึ่งผมว่าไม่เหนือความสามารถของตำรวจหรือว่าท่านเอง รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ วันนี้ ต้องคิดใหม่แล้วครับ วันนี้ถ้าในที่สุดท่านไม่กล้าที่จะไปลดเรื่อง ซัปพลาย (Supply) ท่านก็ลดเรื่องดีมานด์ (Demand) วันนี้เอ็กซเรย์ ผมว่าวันนี้เพื่อนผมบางคนที่เป็นตำรวจ เขาเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ แล้วจะเกษียณเป็นนายพลผู้ชราไปโดยทุ่มเท แต่ว่าก็ไม่ได้รับการ เจริญก้าวหน้าอย่างสมควรในตำแหน่งหน้าที่ราชการทั้ง ๆ ที่เขาทุ่มเทในเรื่องการปราบปราม ยาเสพติด วันนี้ต้องยอมรับว่าการปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้ามันมีเรื่อง ผลประโยชน์หลายเรื่องที่สังคมยังไม่ทราบ เพราะฉะนั้นผมยังอยากยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วย ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดไปด้วย แล้วก็จับ แล้วก็ได้สินบนนำจับไปด้วย ผมว่าวันนี้มันไม่จบหรอกครับ ท่านต้องยอมรับว่าวันนี้ท่านต้องเลิก สินบน ๒๐ สตางค์ ต่อเท่าไรนี่นะครับ ขอโทษทีนะครับ วันนี้เม็ดละ ๒ บาท เดิม ๑๐ เม็ดแรก ๓๕๐ บาท จากนั้นเม็ดละ ๑๐ บาท ตอนนี้เม็ดละ ๒ บาท อย่างไรก็เป็นปัญหาที่ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตอนนี้ท่านไป ดำรงตำแหน่งเป็นองคมนตรี ท่าน พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ท่านมีแนวคิดเรื่องดี ๆ เหล่านี้มาก ผมว่าวันนี้ถ้าท่าน ป.ป.ส. ได้มีโอกาสไปกราบเรียนปรึกษาท่าน เรื่องวิธีการแก้ไข ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ