สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒

มณฑล โพธิ์คาย หารือเรื่องปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒๐ กรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอน แขวงดอกไม้ ท่านประธานที่เคารพเป็นที่ทราบ กันอยู่แล้วว่าขณะนี้ปัญหายาเสพติดได้แพร่ระบาดมากเพิ่มขึ้นนะครับ ตามที่สมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กล่าวมาแล้วหลายท่านนะครับ เพราะฉะนั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติด ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และยังส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม และความมั่นคงของประเทศ ปัญหานี้ ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกทางยาเสพติดก็จะเพิ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น วันนี้ผมดีใจที่ได้เห็นท่านเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ท่านมาตอบข้อซักถาม ในอดีตผมได้เคยทำงานร่วมกับท่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดนะครับ เดิมทีเดียวผมรับราชการตำรวจเป็นตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ งานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์เป็นงานแสวงหาความร่วมมือระหว่างข้าราชการตำรวจ กับพี่น้องประชาชน ในอันที่จะร่วมกันหาวิถีทางหรือหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด รวมทั้งอุบัติภัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสังคม เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้อยู่กันอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา ผมเองได้เป็น วิทยากรยาเสพติด ให้ความรู้กับเยาวชนในสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ตามชุมชน และตามสถานประกอบการ เพราะฉะนั้นเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ผมเองพอมีประสบการณ์และมีความรู้อยู่บ้าง ที่ผ่านมาผมได้ติดตามการทำงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐมาตลอด และเคยได้ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ มาหลายโครงการ เช่น โครงการประชารัฐปลอดภัยยาเสพติดปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ หรือโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งโครงการทั้ง ๒ โครงการที่ผมกล่าวนี้ก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ โครงการยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดปีหนึ่งได้ใช้งบประมาณจำนวนมาก อย่างตัวอย่างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้งบประมาณในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประมาณ ๒,๔๘๗ ล้านบาท ได้ระดมกำลังทุกส่วนที่มีส่วนในการรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด แต่แล้วการดำเนินงานที่ผ่านมายาเสพติดก็ไม่ได้ลดน้อย หรือหมดไปจากสังคมไทย ตอนนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกชุมชน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้านของเรายังมีการแพร่ระบาดของ ยาเสพติดจำนวนมากนะครับ ทราบจากไหนครับ จากที่ผมเคยได้เดินเข้าไปพบปะเยี่ยมเยียน พี่น้องตามชุมชนได้รับการบอกเล่าจากพี่น้องประชาชนว่า ชุมชนในขณะนี้ยังมีปัญหา การแพร่ระบาดของยาเสพติด และทราบจากตัวเลขของกรมราชทัณฑ์ที่สรุปจำนวน ยอดผู้ต้องขังทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ว่าตอนนี้มียอดผู้ต้องขังทั้งหมด ๓๖๐,๔๕๘ คน ทั่วประเทศ แต่ที่น่าตกใจเป็นยอดผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๒๘๔,๔๘๓ คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ยอดผู้ต้องขังทั่วประเทศ ๓๔๙,๘๐๔ คน เป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๒๔๗,๑๙๖ คน เท่ากับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ต้องขังทั้งหมดนะครับ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ๒ ปี ระหว่างปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ จะมียอดเพิ่มขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเป็นที่บงชี้แล้วว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด ของเรานี้ถึงแม้หน่วยงานของรัฐจะทำหรือปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในการปราบปราม หรือในการจับกุมก็แล้วแต่ แต่ยอดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เพราะฉะนั้นขอถามท่านประธานฝากไปยังท่านเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติดว่าจะเป็นไปได้ไหม ถ้ามีโอกาสเราอยากจะให้รื้อฟื้นนำโครงการในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ดีในอดีตกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง เพราะที่ผ่านมา เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนนี้เราสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติด และทำให้ปัญหายาเสพติดนี้ ได้ลดน้อยลงไป เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งซึ่งเป็นชุมชนแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ดี อยากจะฝากท่านประธานถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้นำโครงการนี้กลับมาใช้อีกครั้งหนึ่งถ้ามีโอกาสนะครับ เพราะว่ายาเสพติดเป็นอันตราย ต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม และยาเสพติดเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ถ้าหากเราไม่แก้ไขให้ถูกวิถีทางหรือถูกต้องตามยุทธวิธีแล้ว เชื่อว่าปัญหายาเสพติดก็คงจะ ไม่หมดไปจากสังคมไทย และคงจะเพิ่มจำนวนและปริมาณเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานของพี่น้องประชาชนก็อยากจะให้ท่านเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามได้คิดหายุทธศาสตร์หรือวิธีการในการป้องกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติดนี้ให้หมดไปจากสังคมไทย ก็ขอฝากท่านไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ