พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข่าวปลอมผ่านสื่อสังคมเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่พิเศษหลังเหตุระเบิด โดยย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นและยืนยันการเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อคลายความตื่นตระหนกของประชาชน พร้อมย้ำถึงการดำเนินการตามกฎหมาย การติดตามผู้เผยแพร่ข้อความเท็จอย่างจริงจัง และความคืบหน้าในการตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอมโดยคำนึงถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนรวมทั้งสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนอื่นจะต้อง ขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้ถามกระทู้เมื่อสักครู่ คุณพรรณิการ์ วานิช ผมเรียนว่าในเรื่อง ที่ได้สอบถามมานี้ผมเข้าสู่ประเด็นเลยจะได้ไม่เสียเวลานะครับ ในกระบวนการผมเชื่อว่า หลาย ๆ คนวันนี้โดยเฉพาะทุกท่านที่อยู่ในห้องนี้ทราบอยู่แล้วว่ากระบวนการทางโซเชียลมีเดีย (Social media) หรือว่าสิ่งที่เราเผยแพร่ข่าวกันทุกวันนี้มันมีทั้งข่าวจริงแล้วก็ข่าวไม่จริง แล้วก็อย่างที่เคยได้แถลงต่อสภาในวันแถลงนโยบายรัฐบาลว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจเร่งด่วน เพราะว่ามันสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็มีความตื่นตระหนกในวงกว้าง ทีนี้ในคำถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในเรื่องของเหตุระเบิด แล้วก็มีการเผยแพร่ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณานำเรียนไป ผมเรียนว่าจริง ๆ มันมีอีกมิติหนึ่งก็คือในส่วนที่ หลาย ๆ คนคงจะเห็นว่ามีการเผยแพร่นอกจากบุคลากร แล้วก็บุคคลที่ท่านบอกว่าได้รับ ความกระทบในเรื่องของสิทธิมนุษยชน จริง ๆ แล้วมันมีคนอีกกลุ่มใหญ่ของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบ อย่างเช่น มีการเผยแพร่ข่าวจากแหล่งข่าวอยู่บางที่ในเรื่องของการ ประกาศพื้นที่พิเศษหลังจากที่มีการระเบิดในวันนั้น ผมเชื่อว่าพี่น้องสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ แล้วก็อยู่ทางบ้านจะเห็นข่าวนั้นหลังจากที่มีเหตุระเบิดในช่วงเช้าอย่างต่อเนื่อง แล้วก็สร้าง ความตื่นตระหนกและกังวลให้กับพี่น้องประชาชนโดยรวม เนื่องจากว่าในข่าวปลอมนั้น ก็บอกว่า ๗ พื้นที่เป็นพื้นที่พิเศษที่ได้มีการประกาศ ประชาชนก็ตื่นตระหนกนึกว่า ๗ พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่อาจจะมีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย รวมไปถึงต่อเนื่องจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนเช้า เพราะฉะนั้นผมเรียนทางท่านผู้ถาม ท่านสมาชิกว่า ถามว่าเรา ได้ดำเนินการอะไรบ้าง นี่คือตัวอย่างที่ดีมากเลยครับ เพราะว่าวันนั้นหลังจากที่มีการเผยแพร่ ข่าวออกไปตั้งแต่ตอนเช้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้เวลา แล้วก็หาทางในการเผยแพร่ แถลงข่าวในเวลาบ่าย ๒ โมง ๑๕ นาที นั่นคือโฆษกของ กอ.รมน. ออกมาชี้แจงอย่างละเอียด ว่าข่าวที่เกิดขึ้นเป็นข่าวปลอม
ทีนี้กลับมาดูในส่วนของกระทรวง หลังจากที่มีการแถลงข่าวจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทันที ทางตัวผมเองอย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ที่ถามกระทู้ ผมได้ออกมา แถลงข่าวทันทีว่า เหตุการณ์ที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไม่เป็นความจริง แต่อย่างใด หรือว่าเป็นข่าวปลอม เหตุผลที่เราต้องรอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน แล้วผมถึงจะมีโอกาสได้ดำเนินการในส่วนของคดี ผมคิดว่าท่านอาจจะทราบดีครับว่า พ.ร.บ. ไซเบอร์ (Cyber) หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองต่าง ๆ ที่กระทรวงได้ใช้อยู่เราจะสามารถดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจก็ดี ของกระทรวงก็ดี ต้องได้รับคำยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่า เป็นข่าวปลอม หลังจากนั้นถ้ามีการเผยแพร่ข่าวที่มีการยืนยันแล้วว่าปลอม นั่นคือเหตุของ ความผิด ถ้าหลังจากที่มีการยืนยันแล้วท่านยังยืนยันเผยแพร่ส่งต่อ ถือว่าท่านเจตนาบิดเบือน ข้อเท็จจริง นี่คือประการที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติ
เรื่องที่ ๒ ถามว่ากระทรวงเราทำอะไรบ้าง หลังจากที่มีการแถลงจาก หน่วยงานแล้วเราติดตามตรวจสอบมาโดยตลอดว่า บุคคลที่เป็นต้นทางของการเผยแพร่ ข่าวนั้นเป็นใคร วันนี้เราดำเนินการไปได้ประมาณ ๔ ราย แล้วก็มีบุคลากรแล้วว่าที่มาที่ไป ของคนที่ปล่อยข่าวในเรื่องนั้นเป็นอะไร เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเราเอาจริงเอาจัง แล้วก็ทำ อย่างเต็มกำลังตามกฎหมาย หรือ พ.ร.บ. ที่เรามีอยู่
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือทำอย่างไรสิ่งที่เรากำลังจะทำก็คือ ศูนย์ป้องกันข่าวปลอม ที่ผมได้นำเสนอไว้ในวันแรกที่แถลงนโยบายต่อสภา นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องทำให้เกิดให้ได้ครับ วันนี้เป็นเพียงแนวคิดนะครับ แล้วก็กำลังศึกษาและพยายามทำให้ได้ ผมดีใจมาก ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ถามกระทู้นี้ได้สนับสนุนและได้พูดชัดเจนว่าท่านเห็นว่าเรื่องนี้ มันกระทบกับผู้บริสุทธิ์ กระทบกับบุคคลอีกหลายกลุ่มมากในเรื่องของข่าวปลอม ผมก็จะ ตั้งใจทำงานในสิ่งที่ได้เรียนไปแล้วว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นต่อสังคมนี้ แล้วต้องช่วยกันทำ กระทรวงทำคนเดียวก็ไม่ได้ครับ ต้องอาศัยภาคประชาชน สำนักข่าวต่าง ๆ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาชิกในห้องนี้ก็ต้องช่วยกันครับ เพื่อจะเผยแพร่แล้วก็ดูแลป้องกันข่าวไม่ให้มันเกิดขึ้น แล้วก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อย่างที่ท่าน ผู้ที่ได้ถามกระทู้ได้ถามว่า ทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการใส่ร้าย ไม่ให้มีการปล่อยข่าว ไม่ให้ ผู้บริสุทธิ์ต่าง ๆ ต้องได้รับผลกระทบ แต่ในอีกมิติหนึ่งผมเชื่อว่าเดี๋ยวท่านคงจะต้องมีถาม เรื่องนี้ก็คือว่าทำอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งอันนี้เราก็ต้องระมัดระวัง มันมีทั้งข้อดีและมีทั้งสิ่งที่จะไปกระทบ เพราะฉะนั้นผมเรียน ท่านสมาชิกที่ถามกระทู้ในเบื้องต้นนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เรียนว่าเราทำอย่างจริงจัง ดำเนินการแล้ว ตอนนี้ได้ตรวจสอบแล้วว่ามีใครที่ทำบ้างนะครับ ในคำถามแรกขออนุญาต ตอบสั้น ๆ แค่นี้ก่อนครับ