ประสงค์ บูรณ์พงศ์ หารือปัญหาข้อพิพาททางด่วนที่ยืดเยื้อมานานและเรียกร้องให้แก้ไขด้วยข้อตกลงร่วมที่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการอย่างจริงจังกับกรณีทุจริตที่เกิดขึ้นในองค์กรรัฐวิสาหกิจเพื่อไม่ให้ปัญหาซ้ำรอยในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ พรรคเสรีรวมไทย แบบบัญชีรายชื่อนะครับ ท่านประธานครับ ในเรื่อง ทางด่วนซึ่งเป็นเรื่องของค่าโง่เป็นเรื่องนานมาแล้วนะครับ ประมาณสัก ๒๐ ปี เป็นมหากาพย์ ทีเดียว เริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ รัฐบาลชุดนั้นการทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็เริ่มสร้างทาง ที่คู่ไปแข่งกับเอกชน เขาพูดกันง่าย ๆ ก็ถูกเอกชนเขาฟ้องบริษัท บีอีเอ็ม (BEM) นี่ละครับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ฟ้อง ศาลก็เลยตัดสินว่าแพ้นะครับ แล้วก็ฟ้อง กลับไปที่ศาลปกครองสูงสุดก็แพ้อีก ก็เสียไป ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณนั้นนะครับ มาปี ๒๕๔๖ อันนี้ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันทางด่วน แต่เป็นทางด่วนที่เขาจะขอขึ้น ค่าผ่านทางตามสัญญา แต่รัฐบาลชุดนั้นเห็นว่าจะรบกวนประชาชนก็ไม่ได้ให้เพิ่ม ไม่ได้ ให้เพิ่มอย่างนี้เขาก็ฟ้องอีกนะครับ ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๆ กันแล้วทั้ง ๒ สัญญาเข้าไป ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็พอดีครับ ผู้ว่าการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยคนใหม่ของบ้านเราให้ความสนใจอย่างมากในเรื่องอย่างนี้ ก็เลยมีการนำ เข้าสู่รัฐบาลชุดที่ผ่านมานี่ละครับ ก็มีการศึกษาข้อเท็จจริง สรุปแล้วก็ให้มีการตกลงกัน มีการประชุมเพื่อตกลงกันว่า ทางฝ่ายบริษัทจะขอขยายสัญญา ไป ๓๘ ปี โดยให้อะไรบ้าง ให้หลายอย่างทีเดียวนะครับ ก็คือให้สร้างทางขึ้นใหม่ที่เรียกว่า เพิ่มขึ้นใหม่เป็น ๒ ชั้น จากอโศกไปงามวงศ์วาน ก็หมื่นกว่าล้าน แล้วก็ขอต่อสัญญา ค่าใช้จ่าย ของพี่น้องประชาชนก็ไม่เพิ่มขึ้นได้อย่างเดิมนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องซึ่งเขาขอต่อสัญญา อย่างนี้ ทางฝ่ายการทางพิเศษแห่งประเทศไทยหรือรัฐบาลก็เห็นว่าน่าจะชอบแล้ว เพราะว่า มีข้อแลกเปลี่ยนอีกมากมาย เขาน่าจะตกลงกันได้ ก็เป็นเรื่องซึ่งเห็นว่าน่าจะเป็นไปได้ ถ้า ๒ สิ่ง ๒ อย่างนี้มีประโยชน์ต่อประชาชนมาก แล้วก็เป็นสิ่งซึ่งข้อพิพาทก็จะหมดไป ค่าใช้จ่ายก็จะน้อยลง แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายลงไปในการที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เขาฟ้องร้องมา มากมาย ข้อพิพาททั้งหมดก็ประมาณ ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเหลือประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น แล้วทางบริษัทก็จะมีการก่อสร้างอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ในงบประมาณ ๓๑,๕๐๐ ล้านบาท สัญญา ๓๘ ปี รัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงิน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นวินวิน (Win Win) ทั้งคู่ ก็เป็นการแก้ปัญหาว่าจราจร ประชาชนไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ถ้าขืนทำต่อไป ก็คงจะเสียหายทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายบริษัทก็จะเสียหายในแง่สังคม ฝ่ายรัฐบาลหรือ ฝ่ายการทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็จะเสียเงินเสียทองอีกมากมายก็ไม่จบสิ้น เรื่องนี้สำหรับ ตัวผมเองว่าน่าจะตกลงกันได้ น่าจะตกลงกันได้ทีเดียว เพราะว่าเป็นเรื่องซึ่งประชาชน ได้ผลประโยชน์ บริษัทหรือรัฐบาลก็ไม่เสียหายอะไรมาก แต่สิ่งที่น่าศึกษาในเรื่องรัฐบาลนี้ คือเรามาศึกษากันว่าทำไมตั้ง ๒๐ กว่าปี ทำไมมันยืดเยื้อมานานเหลือเกิน ท่านประธาน ที่เคารพ ที่ยืดเยื้อมานาน ก็เพราะว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ สิ่งที่สกปรกได้เกิดใน การทางพิเศษแห่งประเทศไทยมากมายครับ มันเหมือนสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมทีเดียว นั่นคือ การฉ้อฉล การคอร์รัปชันที่มีอยู่อย่างมากมาย มันถึงยืดเยื้อมาได้ ฝ่ายที่เป็นอดีตผู้ว่าการ หรืออดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในรัฐวิสาหกิจนี้ หรือในสหภาพบางกลุ่มเขาได้หาผลประโยชน์ ไว้มากมาย แล้วบางกลุ่มบางรายก็ถูกฟ้องศาลในการโกงเงินโกงทองทุจริตถูกฟ้องศาลบ้าง ถูกปรับเงิน ติดคุกก็มีนะครับ เรื่องทุจริตในนี้มีมากมายไม่ว่าจะเรื่องการสัมปทาน เรื่องที่ดิน เรื่องก่อสร้าง มีอยู่มากมายซ่อนเร้นกันอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงทำให้การที่จะตัดสินที่จะต่อ สัญญาหรือว่าต่อสู้ในเรื่องของคดีความยืดไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้นสักที เพราะถ้าจบสิ้นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างใต้พรมนั้นมันก็จะแดงออกมา ก็เกิดผลที่เสียหายอย่างมากมาย เพราะในวันนี้ ในครั้งนี้การเลือกตั้งญัตติในเรื่องนี้ กระผมพรรคเสรีรวมไทย เป็นพรรคที่มองถึงการคอร์รัปชัน เป็นนโยบายสำคัญที่สุด หยุดคอร์รัปชันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะบ้านเมืองของเราถึงจะ หามาได้อย่างไร ลดรายจ่ายอย่างไร หาเพิ่มเข้าไปอย่างไร แต่ถ้ามันมีรูรั่วอย่างนี้ประเทศ ก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ กระผมได้กราบเรียนแล้วว่าเห็นดีด้วยในการที่ จะวินวิน (Win Win) กันระหว่างฝ่ายการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับฝ่ายบริษัท แต่ผม ขอละครับ ขอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้นอย่าปล่อยให้มันไป เราต้องเอาอย่างจริงจังครับ ท่านประธานที่เคารพ ไม่ว่าส่วนไหนจะเกิดขึ้น คนทำผิดก็ต้องติดคุกติดตะราง ถูกยึดเงิน ยึดทองไป ต้องเอาอย่างจริงจัง มิฉะนั้นมันก็ไม่จบสิ้นก็เป็นอย่างนี้ทุกปี ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมกราบเรียนท่านที่เคารพ ท่านประธานด้วย และสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องการคอร์รัปชัน ทุกรัฐวิสาหกิจมีหมดครับ ไม่ใช่ไม่มี เพราะฉะนั้นผมจึงฝากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็น หน่วยงานที่มีอยู่มากมายที่เกี่ยวกับคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เรียกว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งผมเห็นท่านเลขาธิการ ประทานโทษที่เอ่ยนาม คือท่านดอกเตอร์มานะ นิมิตรมงคล ท่านตั้งใจมากเลย ก็ขอมาช่วยด้วยแล้วกัน ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คือขณะนี้การเมืองของเราเป็นประชาธิปไตย ผู้ที่เป็นเข้ามาปกครองกระทรวง มาเป็น รัฐมนตรีก็มาจากประชาชน ผมฝากด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับคณะ ที่ตั้งไว้มากมาย ขอให้มาช่วยในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และที่สำคัญที่สุดก็คือพี่น้องประชาชน การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนนี่สำคัญเหลือเกินครับ ในหลักประชาธิปไตยนี่ไม่ใช่ เลือกตั้งผู้แทนแล้ว เลือกตั้ง ส.ส. แล้ว ตั้งรัฐบาลแล้วก็เงียบไปเลย ผมฝากในเรื่องนี้สำหรับผู้ฟัง ผู้ชมทั้งหลายที่เคารพ ว่าส่วนร่วมมีความสำคัญมาก ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือ เผด็จการ รัฐบาลกลัวท่านนะครับ ดูกันได้ง่าย ๆ ครับ เหมืองทองคำโวยขึ้นมาก็ต้องหยุดไป แต่หยุดอย่างไรก็ทราบกันอยู่นะครับ โพแทชหยุดไป พระราชบัญญัติปิโตรเลียมต้องหยุดไป เพราะพี่น้องโวย และสมัยก่อนนี้เหมืองคลิตี้ เหมืองตะกั่วที่จังหวัดกาญจนบุรีก็หยุดไป เพราะพี่น้องโวยวายไม่ยอมนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของประชาชนที่มีส่วนร่วม มีความสำคัญมาก ผมจึงขอฝากในที่นี้ว่า ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือนักการเมืองที่ท่านเลือกขึ้นมาเท่านั้น ส่วนร่วมของท่านมีความสำคัญมาก เพราะอำนาจ ของท่านเป็นสิ่งสำคัญ ท่านมีอำนาจจริง ๆ ครับ เพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็กล่าวไว้แล้วว่า อำนาจประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจ ทางนี้ ทางศาล ทางตุลาการ ทางนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าอำนาจของเราสูงส่งครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการแก้กฎหมาย แก้พระราชบัญญัติหรือแก้ รัฐธรรมนูญก็ตาม ทำกันในสภาบางทีก็คงไม่สำเร็จ ก็ขอฝากแรงของประชาชนทั้งหลาย ที่มีส่วนร่วมของประชาชนครับ เราออกแรงได้อย่างไรครับ มือครับเขียนได้ ปากพูดได้ บางครั้งอาจจะต้องใช้เท้าเดินครับ ก็คงจะร่วมมือกับผู้แทนของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านเลือกขึ้นมานี่ช่วยแก้ไขบ้านเมืองได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนตรงนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงขอกราบเรียนท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งว่า เห็นด้วยครับในการที่ จะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา แล้วก็เห็นด้วยในการที่ร่วมมือกันประชุมระหว่าง บีอีเอ็ม (BEM) กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย แต่ผมขอแก้ไขสิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่าให้เกิดขึ้นอีก เอาอย่างจริงจังครับ ติดคุกก็ต้องติด ยึดเงินก็ต้องยึดนะครับ ไม่เช่นนั้นประเทศคงไปไม่รอด หรอกครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ