ปิยบุตร แสงกนกกุล หารือถึงความจำเป็นในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะในแง่สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม ที่แม้บางฉบับจะถูกยกเลิกแต่ยังคงมีผลบังคับใช้บางส่วน พร้อมเสนอให้แยกแยะสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อนำมาผลักดันเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ แทนการยอมให้รัฐประหารและผู้ละเมิดอำนาจพ้นผิดโดยไม่ต้องรับผิด ย้ำว่าสภาที่มาจากการเลือกตั้งต้องกล้าใช้อำนาจเพื่อเยียวยาและสร้างบทเรียนทางประวัติศาสตร์เพื่อป้องกันวงจรรัฐประหารในอนาคต
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาต ใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อจะสรุปญัตติใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมและเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านได้อภิปรายเพื่อสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาบรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจต่าง ๆ ตามมาตรา ๔๔ ผมอยากสรุปเพื่อทำความเข้าใจตรงนี้สักเล็กน้อยเกี่ยวกับประโยชน์ของการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมา ผมเรียนที่ประชุมแห่งนี้ เรียนผ่านท่านประธานว่าการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ มันจะเป็นเพียงคณะกรรมาธิการเพื่อการศึกษา เป็นการศึกษาว่าประกาศ คำสั่ง คสช. ที่ผ่านมา การใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ที่ผ่านมานั้นมีผลกระทบอย่างไร เป็นเพียงการศึกษาเท่านั้นเอง และถ้าหากเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาประกาศคณะปฏิวัติ ประกาศคณะรัฐประหาร ชุดอื่น ๆ ที่ยังคงดำรงอยู่ในระบบกฎหมายนี้ ผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ
ทีนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญถ้าหากจะเกิดขึ้นอำนาจจะมีเพียงอะไรครับ เราไม่มีอำนาจไปบังคับสั่งการรัฐบาล เราไม่มีอำนาจที่จะไปดำเนินคดีตัว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะเป็นกบฏก่อรัฐประหารหรอก เรามีอำนาจเพียงแค่ศึกษาเท่านั้นเอง เอาประกาศคำสั่งต่าง ๆ มาศึกษาเท่านั้น แล้วก็ทำเป็นรายงานออกมาเสนอสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ แล้วก็ผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการต่อไปเท่านั้น นี่คือขอบเขต อำนาจของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราจะมีอยู่
ทีนี้ครับท่านประธาน มีหลายความเห็นก็บอกกันว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ได้ เพราะตอนนี้มีคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะเกิดขึ้น เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงเลยคือชุดที่ผมเป็นประธานกรรมาธิการอยู่ นั่นคือคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เรียนท่านประธานครับ ชุดที่ผมเป็นประธานอยู่นี้มีกรรมาธิการอยู่เพียง ๑๕ ท่าน ถ้าหากเราไปตั้งอนุก็จะมีเพียงแค่ ๑๐ ท่านเต็มที่ต่อ ๑ อนุ แล้ว ส.ส. ที่อยู่ในกรรมาธิการชุดผมก็มีไม่ครบทุกพรรค ผมคิดว่า ถ้าเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละพรรคได้มีการแบ่งสรรปันส่วน สัดส่วนตามโควตาที่ตนเองมีอยู่เข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน อย่างน้อยก็ ๓๗ คน หรืออย่างมากก็มี ๔๙ คน แล้วเรายังจะเชิญคนนอก บุคคลผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมกัน เป็นกรรมาธิการวิสามัญได้อีกด้วย
เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เกิดขึ้นเราจะศึกษาอะไร ผมเข้าใจดีครับ มีประกาศ คำสั่ง คสช. หลายเรื่องมีเนื้อหาที่ดี มีประกาศ คำสั่ง คสช. หลายเรื่อง เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในช่วงเวลานั้น ๆ ที่ต้องออกมา มีประกาศ คำสั่ง คสช. หลายเรื่อง ที่ออกไปแล้วมีบุคคลที่สุจริตที่ได้รับประโยชน์จากประกาศ คำสั่ง คสช. ไปเรียบร้อยแล้ว มีอีกหลายคนที่เป็นระบบราชการตามปกติที่ดำเนินการตามประกาศ คำสั่ง คสช. ตามระบบ ราชการไป ดังนั้นแล้วถ้าหากมีประกาศ คำสั่ง คสช. ฉบับไหนที่ดีเราก็ให้ใช้ต่อ เพียงแต่ว่า เราควรจะศึกษาเพื่อเสนอแยกแยะออกมาว่าฉบับไหนที่ดีเราก็มาเปลี่ยนให้เป็นพระราชบัญญัติ ต่อไปนี้ประเทศไทยจะได้มีชื่อว่าเป็นพระราชบัญญัติไม่ใช่ยังมีประกาศ คำสั่งคณะรัฐประหาร อยู่ในระบบกฎหมาย แปลงให้เป็นพระราชบัญญัติเสีย หรือถ้ามีศักดิ์ลำดับเป็นเพียงกฎหมาย ลำดับรองก็แปลงให้เป็นกฎหมายลำดับรองไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงหรือว่า เป็นพระราชกฤษฎีกาก็ว่าไป
ทีนี้ในส่วนที่มีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นเนื้อหาที่ขัดต่อความยุติธรรม อย่างร้ายแรงเหล่านี้ ถ้าหากยังไม่ยกเลิกเราก็ทำความเห็นให้ยกเลิกเสีย หรือถ้าฉบับไหน เลิกไปแล้วแต่ผลร้ายของมันยังดำรงอยู่ มีผู้ได้รับความเสียหายได้รับผลกระทบไปเรียบร้อยแล้ว เราก็ควรจะต้องหามาตรการต่าง ๆ เยียวยาให้กับเขาด้วย นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจไว้ว่าถ้าคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้เกิดขึ้นแล้วจะเป็นประโยชน์ เราสามารถรับฟังความคิดเห็นจากแวดวงกว้าง ๆ เราสามารถให้ ส.ส. เพื่อนสมาชิกแบ่งสัดส่วนกันใหม่ได้เข้ามาถึง ๓๗-๔๙ คน และเราจะได้ มีข้อเสนอเพื่อผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในห้องนี้ยังต้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่หลายท่าน ดังนั้นจะบอกว่ายกเลิกไปแล้ว จริง ๆ แล้วผลพวงของมัน ยังคงมีอยู่ นอกจากนั้นแล้วก็มีการยกเลิกหลายฉบับ แต่ยกเลิกแบบมีเงื่อนไขอยู่ประมาณ ๑๖ ฉบับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องเกี่ยวกับการประมงยกเลิกไปแล้วแต่ยังไม่ให้มีผลยกเลิก มีเงื่อนไข บอกเอาไว้ว่าจะมีผลต่อเมื่อกองทัพเรือได้ทำแผนเรื่องการประมงเมื่อนั้นล่ะ รัฐบาลเห็นชอบ คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับประมงถึงจะยกเลิกไป ยังมีเรื่องของอุดมศึกษาบอกว่ายกเลิกไปแล้ว ภายใต้เงื่อนไขที่ว่ากระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต้องมาพิจารณาว่า แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วหรือยังถึงให้มีผลยกเลิก หรือมีการยกเลิกบางข้อ เช่น คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีปัญหามากในเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ยกเลิกไปเพียงข้อ ๑๒ ครับ นั่นก็คือเรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองกันเกิน ๕ คน แต่ข้ออื่น ๆ ที่ยังให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทหารในการมีส่วนร่วมในกระบวนการ สืบสวนสอบสวนก็ยังคงดำรงอยู่ ดังนั้นถ้าให้เหตุผลว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้หายตัวไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้เหตุผลว่าประกาศ คำสั่ง คสช. หลายฉบับสิ้นผลไปแล้ว ผมคิดว่าเหตุผลเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีผลพวงผลร้ายของประกาศ คำสั่ง คสช. อยู่อย่างต่อเนื่อง และยังมีหลายฉบับที่ยังไม่ได้ถูกยกเลิกไป
เหตุผลอีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมาอย่างน้อยที่สุดจะช่วยการแสดงออกให้เห็นถึงการจัดการกับความคิดความเชื่อ ซึ่งผมขออนุญาตใช้คำว่า อวัฒนธรรม การพ้นผิดลอยนวล หรือในภาษาอังกฤษเราเรียกกันว่า อิมพูนิตี (Impunity) วิธีคิดที่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ให้จบไปอย่าไปรื้อฟื้น เรื่องวิธีการที่บอกว่า เพื่อเดินหน้าไปสู่ความปรองดอง เรื่องใดเกิดขึ้นไปแล้วให้เลิกแล้วต่อกัน แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะ เป็นเรื่องที่กระทำความผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญก็ตาม เป็นการใช้อำนาจ เผด็จการก็ตาม เพราะหากเราคิดแบบนี้ต่อไปนี้คนที่ตั้งใจจะกระทำความผิด คนที่ตั้งใจจะใช้อำนาจ คณะรัฐประหารคนที่จะก่อรัฐประหารอีกเขาก็จะเริ่มย่ามใจ เพราะทราบอยู่ในตัวว่าทำไปเถอะ ทำไปแล้วก็ไม่มีผลร้ายเพราะเดี๋ยวนิรโทษกรรมตัวเอง ทำไปแล้วก็ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ออกประกาศ คำสั่งก็มีผล แล้วก็ไม่มีใครกล้าไปแตะไปต้องไปข้องเกี่ยว ทำไปแล้วไม่ต้องรับผิด ทำไปแล้วไม่ต้องรับโทษ เพราะวิธีคิดแบบลอยนวลพ้นผิดหรืออิมพูนิตี (Impunity) นี่ละครับ ทำให้ประเทศไทยถึงตกอยู่ในวงจรที่เราเรียกกันว่า วงจรอุบาทว์ วนเวียนรัฐประหารซ้ำซาก เดี๋ยวก็มีคณะนายทหารยึดอำนาจแล้วมาใช้อำนาจเผด็จการ ผมมีตัวอย่างหลากหลายประเทศ ครับท่านประธาน หลากหลายประเทศที่เคยผ่านการรัฐประหารมาแล้วบ่อยครั้ง แต่ยุคปัจจุบันนี้ ไม่มีอีกเลย แล้วก็นายทหารกลับเข้ากรมกองไปทำหน้าที่ทหารอย่างมืออาชีพ ไม่มีรัฐประหาร เกิดขึ้นอีกเลย ตัวอย่างเช่น ประเทศตุรกี ประเทศกรีซ ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศอาร์เจนตินา เหตุผลหนึ่งที่พวกเขาจัดการไม่ให้มีรัฐประหารขึ้นอีก จัดการเรื่องการใช้อำนาจเผด็จการไม่ให้ เกิดขึ้นอีกได้ก็เพราะเขาไม่ยอมให้มีวัฒนธรรมแบบลอยนวลพ้นผิดเกิดขึ้น พูดง่าย ๆ ว่าใคร กระทำความผิด ใครใช้อำนาจเผด็จการละเมิดสิทธิเสรีภาพจะต้องถูกนำมาพิจารณาสอบสวน สอบข้อเท็จจริง อย่างน้อยก็ควรจะต้องมีรายงานการศึกษาออกมาเพื่อเป็นบทเรียนในรุ่นต่อ ๆ ไป
เหตุผลอีกประการหนึ่งครับ การลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ถือว่า เป็นหมุดหมายอันสำคัญยิ่งของสภาผู้แทนราษฎร รัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ครองอำนาจมา ๕ ปี เราไม่มีการเลือกตั้ง เราไม่มีผู้แทนประชาชน ประชาชนไม่มีปาก ไม่มีเสียง คณะ คสช. ใช้อำนาจเด็ดขาดดำเนินการละเมิดสิทธิเสรีภาพกระทบกับประชาชนได้ ในหลากหลายเรื่อง ในหลากหลายแวดวงมาก แต่วันนี้ครับเรามีการเลือกตั้งกลับมาแล้วครับ กำลังทยอยกลับเข้าสู่ระบบปกติ แม้เราจะมีรัฐบาลที่ดูเหมือนจะสืบทอดอำนาจกันต่อเนื่องมา ก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดเรามีสภาแห่งนี้เป็นสภาชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร เรามีสภาแห่งนี้ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ที่รับมอบอำนาจมาจากประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุด ของประเทศไทย เราเป็นผู้แทนของเขา ผมจึงไม่เห็นเหตุผลอันใดเลยครับที่สภาแห่งนี้ จะปฏิเสธไม่ใช้อำนาจแทนราษฎร เพื่อที่จะเริ่มต้นดำเนินการจัดการมรดกบาปของคณะ คสช. หากสภาแห่งนี้นิ่งเฉยปล่อยผ่านไป ผมเรียนถามกันตรง ๆ ในที่นี้ว่าเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เมื่อเราไปพบปะพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้อำนาจของ คสช. หากสภาแห่งนี้นิ่งเฉยปล่อยผ่านพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเมื่อท่านกลับไปเจอพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ของท่านที่เป็นฐานคะแนนท่าน ที่เลือกท่านมาแล้วเขาเดือดร้อนจาก คสช. พวกเราจะเอาหน้าไปที่ไหน เวลาเราส่องกระจกมองตนเองและสุดท้ายเราก็คิดว่าพวกเราเอง เดือดร้อนมาจากอำนาจคณะรัฐประหาร โดนจับกุม กุมขัง โดนอายัดบัญชีโดนเรียกไป รายงานตัว โดนห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่พอวันหนึ่งเรากลับมามีอำนาจแล้วเรากลับ สยบยอมไม่กล้าที่จะทำอะไรเลย แม้เพียงแค่ลงมติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา เท่านั้นเอง เพียงเท่านี้เรายังไม่กล้าทำเลย ผมขออีกนิดเดียวครับ ขออีก ๓ นาที