ถาวร แจงพัฒนาท่าเรืออ่าวน้ำเมา ย้ำความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ถาวร เสนเนียม ชี้แจงโดยใช้สไลด์ประกอบเพื่อให้การตอบคำถามในที่ประชุมชัดเจนและตรงประเด็นมากขึ้น โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาท่าเรืออ่าวน้ำเมาในจังหวัดกระบี่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้เร่งสร้างท่าเรือใหม่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามผลการศึกษาอีไอเอ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสาคร เกี่ยวข้อง จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะตอบคำถาม ให้ตรงประเด็น ผมขออนุญาตที่จะใช้สไลด์ (Slide) เพื่อที่จะอธิบายคำตอบของผม เจ้าหน้าที่ ช่วยขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

สิ่งแรกนะครับ จังหวัดกระบี่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวปีหนึ่ง ๆ เช่นปี ๒๕๖๐ มีนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวไทย ประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ คน นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ๔,๑๐๐,๐๐๐ คน รวมแล้ว ประมาณ ๖,๕๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๑ มีนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวไทยประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ชาวต่างประเทศประมาณ ๔,๒๐๐,๐๐๐ คน รวมแล้ว ๖,๗๐๐,๐๐๐ คน การท่องเที่ยว ของจังหวัดกระบี่ทำรายได้ให้กับประเทศตามที่ท่านสาครได้พูดถึง ปี ๒๕๖๐ นั้นประมาณ ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๑ ๑๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทีนี้ถามว่าแล้วนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวจะเป็นการเชื่อมโลกเชื่อมไทยสู่เมืองท่องเที่ยวได้อย่างไร นอกเหนือ จากการขนส่งทางเครื่องบิน ทางรถ ทางราง แล้วยังมีการขนส่งทางเรือ ซึ่งมีเส้นทางเรือ ที่เชื่อมโยงการเดินเรือกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกว่าท่าเรือที่คลองจิหลาดเป็นท่าเรือที่สำคัญท่าเรือหนึ่ง ท่าเรือยอร์ชตะโกลา เป็นท่าเรือของเอกชน ท่านประธานครับ ท่าเรือไร่เลย์ตะวันออกที่ลงมาทางแหลมสีชมพู ท่าเรือรับส่งอ่าวนางซึ่งเป็นท่าเรือหัวโทงที่นักท่องเที่ยวนิยมจะไปลงเรือกันที่นั่นจะไม่เป็น ท่าเรือแต่เป็นที่จอดเรือ อีกจุดหนึ่งก็คือท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา แต่คำถามของท่านสาคร ท่านถามว่าท่าเรืออ่าวน้ำเมาจะมีการพัฒนา จะมีเงินงบประมาณไปดำเนินการก่อสร้าง เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวและนักเดินทางที่ลงไปเที่ยวในทะเลได้ อย่างไร เมื่อไร ผมอยากกราบเรียนว่าท่าเรือนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อจอดเรือ ถ้าไปดูสถิติของ การจดทะเบียนเรือในจังหวัดกระบี่ เรือหัวโทงจะมีการจดทะเบียนเรือไว้ ๒,๘๙๙ ลำ เป็นเรือท่องเที่ยวที่ชาวบ้านชอบใช้ เรือเร็ว ๗๑๙ ลำ เรือโดยสาร ๖๑๒ ลำ ที่จังหวัดพังงา ก็มีเรือหัวโทง ๑,๐๐๐ ลำเศษ เรือเร็ว ๓๓๐ ลำ เรือโดยสาร ๓๓๐ ลำ ในขณะเดียวกัน จากจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ตก็มาใช้ท่าเรือที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง แล้วทีนี้ท่านสาครถามว่าเมื่อปี ๒๕๔๔ กรมโยธาธิการและผังเมืองไปสร้างท่าเรือให้กับ ตำบลไสไทย และมอบหมายให้ อบต. ไสไทยเป็นผู้บริหาร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ เป็นท่าเรือที่มีความยาวประมาณ ๓๐๐ เมตร ความกว้างประมาณ ๓ เมตร หน้าท่าเทียบเรือ ความยาว ๓๐ เมตร ความกว้าง ๘ เมตร จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วมเกือบ ๒๐ ปี ท่านประธานครับ ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้แม้จะใช้งานได้ก็ไม่ค่อยจะปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร และไม่เป็นที่ให้ความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ดังนั้นในปี ๒๕๕๗ จากข้อเรียกร้อง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกระบี่ คุณสาคร เกี่ยวข้อง และพี่น้องภาคประชาชน ภาคเอกชนก็ได้ดำเนินการร้องขอไปยังกรมเจ้าท่าว่าควรจะได้พัฒนาท่าเรือที่อ่าวน้ำเมา ให้เป็นท่าเรือหลักให้ใช้ได้ดีขึ้น หลังจากนั้นทางกรมเจ้าท่าก็ได้ดำเนินการจัดเงินงบประมาณ ในการศึกษาและออกแบบใช้เวลาดำเนินการอยู่ประมาณ ๒ ปี จนกระทั่งปี ๒๕๕๙ ศึกษาแล้ว พบว่ามีความเหมาะสมพร้อมที่จะพัฒนา หลังจากนั้นก็ได้ทำ อีไอเอ (EIA) ในปี ๒๕๖๐ หลังจากเสร็จการทำ อีไอเอ (EIA) แล้ว เนื่องจากออกแบบให้เป็นท่าเรือขนาดที่มีพื้นที่เกินกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ก็ส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นเรื่องก็มีการตอบคำถามกันไปถามกันมาระหว่าง สผ. กับกรมเจ้าท่า ผลปรากฏ สผ. ก็บอกว่าท่าเรือแห่งนี้มีผลกระทบต่อการใช้งานของพี่น้องประชาชนที่มีที่ดิน อยู่ข้างหลังท่า และเป็นการออกแบบที่ใหญ่เกินไปจึงส่งเรื่องกลับให้กรมเจ้าท่าดำเนินการใหม่ หลังจากนั้นในปี ๒๕๖๐ ต่อเนื่องกับปี ๒๕๖๑ ทางกรมเจ้าท่าก็ดำเนินการออกแบบใหม่ ให้เป็นท่าเรือที่เล็กลงและมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่มีที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยและ ประกอบอาชีพอยู่หลังท่าให้น้อยลงเป็นสะพานในรูปแบบของตัวอี (E) เป็นรูปตัวอี (E) ที่มองเห็นลายสเก็ตช์ (Sketch) นั่นล่ะครับท่านสาคร เป็นสะพานที่ยื่น ออกไปในทะเลประมาณ ๖๐๐ เมตร และสามารถจอดเรือที่ขนส่งผู้โดยสารขนาด ๑๐๐ คน ๒๐๐ คน ๓๐๐ คน ได้ ๖ ลำ จอดเรือหัวโทงได้ ๓๐–๔๐ ลำ และนอกจากนั้นบนพื้นที่ ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ต่อไป พื้นที่ที่ดำเนินการให้เป็นที่จอดรถในการก่อสร้างนี้ สามารถ จอดรถยนต์ได้ประมาณ ๒๐๖ คัน รถจักรยานยนต์ได้ประมาณ ๑๔๔ คัน และรถโดยสาร ได้ ๒๐ คัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๒,๒๐๐ คนต่อวัน เมื่อเสร็จแล้วส่งกลับ ในระหว่าง ที่ส่งกลับก็ได้ดำเนินการทำการศึกษาด้านอีไอเอ (EIA) ใหม่ ระหว่างนี้ก็ส่งกลับไปให้ทาง สผ. เพื่อจะได้ตรวจสอบความถูกต้องของกฎหมาย ความเหมาะสมของการลงทุน และไม่มีผลกระทบ ต่อด้านอื่น ๆ เพราะเราคำนึงอยู่เสมอว่ากระทรวงคมนาคมในการดำเนินการตามโครงการนั้น โครงการที่เกิดขึ้นจะต้องสะดวก พี่น้องประชาชนที่มาใช้จะต้องได้รับความปลอดภัยและ มีประสิทธิภาพ และพูดถึงยิ่งกว่านั้นก็คือต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงส่งกลับไปให้ทาง สผ. เขาตรวจอีกทีหนึ่ง ถ้าตรวจผ่านแล้วส่งกลับมา เมื่อส่งกลับมาทางกรมเจ้าท่าก็จะได้ขออนุญาต กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอีกครั้งหนึ่งว่าจะให้เราใช้พื้นที่ที่เขียนไว้ ในโครงการคือ ๘๐ ไร่ ท่านจะอนุญาตหรือไม่ หรือจะลดหย่อนลงมาอย่างไร นี่คือแผนการ ซึ่งคาดว่าในปี ๒๕๖๓ ขั้นตอนต่าง ๆ ควรจะจบ หลังจากนั้นก็จะขอเงินงบประมาณมา เพื่อดำเนินการตามที่ท่านสอบถามได้ครับ