ศักดา เปิดแนวคิดผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล แก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งอีสาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ศักดา คงเพชร หารือปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคอีสาน พร้อมเสนอโครงการผันน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงจากแม่น้ำโขงผ่านระบบอุโมงค์และคลองส่งน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรในพื้นที่ราบสูง

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ศักดา คงเพชร ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็คงจะต้องพูด กับท่านประธานว่าในบริบทเดิมของโครงการในแผ่นดินที่ราบสูงแห่งนี้ที่ผมเกิดในภาคอีสานนั้น ในอดีตเป็นโครงการโขง เลย ชี มูล ซึ่งมีต้นทุนสูงมากในการที่จะสูบน้ํา เพราะว่าต้องสูบน้ําโขง แล้วสถานีย่อยในลําน้ําไม่ว่าลําน้ํามูลซึ่งในภาคอีสานมี ๒ ลําน้ําหลัก แม่น้ําชีลงแม่น้ํามูล แม่น้ํามูลลงแม่น้ําโขง ความเป็นไปเป็นมาของโครงการโขง เลย ชี มูลนั้น เมื่ออธิบดีสามารถ เชิญประชุมชลประทานจังหวัด ๒๐ จังหวัดที่จังหวัดขอนแก่น ผมได้ร่วมเสวนาก็ได้พูดถึง เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมแล้วก็ได้รับฟังของมูลนิธิต่าง ๆ จนนํามาสู่โครงการโขง เลย ชี มูล โครงการโขง เลย ชี มูลเป็นการผันน้ําเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีบางส่วนอย่างเช่น แถวห้วยหลวงที่จะต้องสร้างสถานีสูบน้ําเพื่อดันน้ํายกระดับขึ้นไปจาก ๑๖๘ เมตร เหนือระดับน้ําทะเลแล้วยกขึ้นไปเป็น ๑๘๐ เมตร เพื่อที่จะผันน้ําเข้าไปสู่เขื่อนลําปาว เพราะโครงการโขง เลย ชี มูลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในแผ่นดินที่ราบสูงภาคอีสาน ภาคอีสาน มีพื้นที่ทําการเกษตร ท่านประธานก็เกิดภาคอีสานครับ ๕๗.๗๕ ล้านไร่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ แต่พี่น้องคนอีสานมีรายได้ทางการเกษตรไม่ถึงครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยของเกษตรกร และวันนี้ ภาคอีสานมีระบบชลประทานที่ท่านทั้งหลายบอก ๑๒-๑๓ ประเด็น แต่ถ้าช่วงเกิดวิกฤติภัยแล้ง เหลืออยู่แค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤติของแผ่นดินที่ราบสูงแห่งนี้ สภาเราเคยอนุมัติงบประมาณเกือบ ๓๐๐ ล้านบาทให้ชลประทานไปศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งการศึกษาออกมาก็จะมีการที่จะผันน้ําโดยระบบกราวิตี (Gravity) จากที่สูงมาสู่ที่ต่ํา ภาคอีสาน จุดสูงสุดของลําน้ําโขงอยู่อําเภอเชียงคานแม่น้ําเลยไหลลงแม่น้ําโขงมีค่าระดับความสูงอยู่ ๑๙๗ เมตร เหนือระดับน้ําทะเล จุดที่ต่ําสุดของภาคอีสานแม่น้ําชีลงแม่น้ํามูล แม่น้ํามูล ลงแม่น้ําโขงอยู่ที่อําเภอพิบูลมังสาหาร ตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๑๐๐ ต้น ๆ ตีว่า ๑๐๐ เมตร แต่ช่วงหน้าฝนแม่น้ําเลยที่ลงแม่น้ําโขงที่อําเภอเชียงคานเราไม่ต้องไปสร้างเขื่อน มันมีแก่งคุดคู้ แก่งหินธรรมชาติ หน้าฝนมีค่าระดับความสูง ๒๑๑ เมตร เหนือระดับน้ําทะเล และมันมีแม่น้ําเลยก่อนไหลลงแม่น้ําโขงมันมีฝายตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่งซึ่งสภาพแม่น้ําเลย กว้างประมาณแค่ ๔๐-๕๐ เมตร มีฝายเขาเรียกว่าฝายศรีสองรัก โครงการศึกษาออกมา จะต้องขุดลอกแม่น้ําเลยให้มีความกว้าง ๒๕๐ เมตร แล้วสร้างอาคารบังคับน้ําอยู่ตรงฝาย ศรีสองรัก หลังจากสร้างอาคารเสร็จแล้วนั้นก็จะเจาะอุโมงค์ลอดภูเขาที่จังหวัดเลย จํานวน ๒๔ อุโมงค์ แต่ละอุโมงค์กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ปากอุโมงค์ค่าเฉลี่ยความสูงประมาณ ๑๙๒-๑๙๕ เมตร เหนือระดับน้ําทะเล ปลายอุโมงค์จะมีค่าระดับความสูง ๑๘๒-๑๘๕ เมตร เหนือระดับน้ําทะเลแล้วขุดลอกคลองทั้งหมด ๖ คลองหลักตามลําน้ําเดิมบ้างเป็นส่วนใหญ่ คลองยาวทั้งหมดที่จะขุดลอกและในการที่จะผันน้ําเข้าไป ยาวทั้งหมด ๒,๒๑๐ กิโลเมตร เขาเรียกว่าคลองอาร์เอ็มซี ๑ อาร์เอ็มซี ๒ อาร์เอ็มซี ๓ อาร์เอ็มซี ๔ อยู่ตรงกลาง อาร์เอ็มซี ๕ อาร์เอ็มซี ๖ อยู่ด้านข้าง ผมขออนุญาตยกแผนที่ให้ท่านประธานดูนิดหนึ่งครับ เพราะด้วยเวลา อันจํากัด ตัวนี้คือเป็นแผนศึกษาอาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้าง อาร์เอ็มซี ๑ อาร์เอ็มซี ๒ อยู่ฝั่ง พูดง่าย ๆ ถ้าท่านประธานอยู่บนฟ้าแล้วก็คว่ําหน้าลงมา ด้านหัวท่านประธานอยู่ตรงจังหวัดเลยนะครับ ด้านท้ายอยู่อําเภอพิบูลมังสาหาร ด้านขวา คลองเอ็มอาร์ซี ๑ เอ็มอาร์ซี ๒ มันจะอยู่แถวจังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดอุดรธานีลงมาทาง จังหวัดสกลนคร ทางจังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ แล้วก็เอ็มอาร์ซี ๓ เอ็มอาร์ซี ๔ มันจะอยู่แถวจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธรลงมา ส่วนเอ็มอาร์ซี ๕ เอ็มอาร์ซี ๖ มันจะไปโคราช จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งคลองทั้งหมดที่ทางเขา ศึกษาไว้ไม่ว่าเขื่อนต่าง ๆ เขื่อนลําตะคอง เขื่อนลําพระเพลิง เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลําปาว หรืออ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ทั้งหมด ก็จะมีระบบเติมน้ําเข้าไป หลายคนก็มีความห่วงว่า กรณีคืออย่างปีนี้บอกว่าน้ําโขงไม่มีเขาศึกษาย้อนหลังครับ ย้อนหลังไป ๕๐ ปีครับท่านประธาน ไม่ใช่เขาเอาผลเฉพาะปีในการที่จะมารายงานให้เราทราบ ซึ่งเราใช้เงินงบประมาณภาษี ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นความหวังของคนอีสานที่ตายไปหลายรุ่นแล้วครับ แล้วทีนี้ถามว่า การที่ทําเข้ามามันไม่ให้ผันน้ําเข้าอย่างเดียวท่านทั้งหลายครับ ก็ขอแจ้งให้เพื่อนสมาชิก ได้รับทราบนะครับ มันมีการผันออกด้วย ไม่ใช่เฉพาะผันน้ําเข้า เพราะระบบกราวิตี (Gravity) คือช่วงฤดูฝน ซึ่งภาคอีสานการทํานาปีมันไม่ได้อาศัยน้ําที่จะผันมาร้อยเปอร์เซ็นต์ อาศัยน้ํา ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นนะครับไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ หลายคนก็มีความเป็นห่วง ด้วยเวลาก็จะหมดแล้ว หลายคนมีความเป็นห่วงว่าถ้าเราผันน้ําเข้ามา อย่างพายุโพดุลเข้ามา น้ําจะไม่ท่วมหนักหรือข้าวจะไม่เสียหรือ ไม่ใช่ครับปีนี้มันแล้ง ข้าวปกติถ้ามีน้ํามันจะโตเร็วกว่าหญ้า แต่ปีนี้มันแล้งหญ้าเลยโตเร็วกว่าข้าวที่จะต้องไปเรื่องเกี่ยวกับสารพิษ ความจริงมันจะมียาว กว่านี้นะครับ และส่วนท้ายในการที่จะผันน้ําออกก็แจ้งต่อท่านประธานเลยว่าการผันน้ําออก ในแผ่นดินที่ราบสูงแห่งนี้ ภาคอีสานนี้ มันต้องไปแก้อยู่ที่อําเภอพิบูลมังสาหาร มันมีแก่งสะพือ แก่งตะนะ และเขื่อนปากมูล ช่วงฤดูน้ําหลากมา ๓ จุดนี้ ท่านประธานครับ มันสูงกว่าน้ําโขง เฉลี่ย ๗-๙ เมตร ซึ่งกรมชลประทานเขาก็สํารวจและออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยซ้ํา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ด้วยซ้ําไป คือทําบายพาส (Bypass) หน้าแก่งสะพือลงท้ายแก่งสะพือ แล้วก็หน้าแก่งตะนะลงท้ายเขื่อนปากมูลก็จะมีการบริหารจัดการน้ําผันเข้าและผันออก ในการที่จะแก้ไขปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ผมมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ กลุ่มตะวันออกกลางเขาห่วงเรื่องอาหารเขาจะไม่มีอาหารกิน เราเอาเงินเขามาก็ได้ครับ วันนี้ต้องใช้เงินนอกงบประมาณครับ ถ้าใช้เงินงบประมาณนั่งอยู่นี้ไม่มีทางเห็นครับ ก็ด้วยเวลา จํากัดแค่นี้ครับท่านประธานครับ