ขจิตร ชัยนิคม เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะการผันน้ำจากลำพะเนียงไปยังเขื่อนห้วยหลวงผ่านอุโมงค์ลอดภูพาน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดซ้ำทุกปี พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างยิ่งในการที่ให้โอกาสผมครั้งนี้ ผมเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจาณาศึกษาการพัฒนาและการบริหาร จัดการน้ําอย่างเป็นระบบของลุ่มน้ําโขง เลย ลําพะเนียง ห้วยหลวง ชี และมูล ซึ่งปกติ จากลําพะเนียงจะไหลไปลงน้ําพองแล้วก็น้ําชี น้ํามูล แต่ที่ผมเสนอขึ้นเบื้องต้นก็คือว่าต้องการ ให้ผันน้ําจากลําพะเนียง จังหวัดหนองบัวลําภู ทําอุโมงค์ลอดไปยังเขื่อนห้วยหลวงแล้วก็ลงไป ในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมต้องตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ เหตุผลก็คือว่าหน่วยงานขณะนี้ในการบริหารจัดการน้ํา มีหลายหน่วยงานมาก หลายท่านคงพูดไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ํา แต่ทั้งหมดทุกหน่วยงาน ทั้งตั้งใหม่ ทั้งตั้งแล้ว แล้วก็รวมกันบ้าง ตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมานี้การบริหารจัดการน้ํา ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ เราทุ่มเงินลงไปปีแล้วปีเล่าจํานวนมหาศาลมาก แต่ปรากฏผลว่าเวลาฤดูฝนน้ําท่วม เวลาฤดูที่จะต้องการน้ําไปทํานาบางทีก็แล้ง พอแล้งไป ฝนก็ตกมาท่วม เช่นปีนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงเขตพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งผมและคิดว่าทั้งภาคอีสานทั้งทั่วประเทศก็จะเป็นแบบนี้ในปีนี้ ปีนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านว่าในวันเสาร์ผมจะเริ่มพบประชาชนที่อําเภอทุ่งฝน และเที่ยงมาที่ อําเภอพิบูลย์รักษ์ และบ่ายผมจะไปที่อําเภอสร้างคอม วันอาทิตย์ผมจะอยู่อําเภอบ้านดุงทั้งวัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดคือสภาพของพื้นที่นาของชาวนา ปีนี้เริ่มจากเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ไม่มีฝน กล้าตายแล้ง แห้งเหลือง พอเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ฝนเทลงมาชาวนาก็เปลี่ยนผืนนาให้เขียวขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเดือนกันยายน พอเริ่มเดือนตุลาคมฝนเริ่มจะขาด พอเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนนี้ปรากฏว่า ข้าวตายครับท่านประธาน ข้าวเบาพอจะเก็บเกี่ยวได้ ข้าวกลางมะลิ ๑๐๕ ก็พอจะได้บ้าง ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ข้าวหนักคือข้าว กข ๖ หรือข้าวเหนียว หรืออายุมาก ตอนนี้ เสียหายแล้วครับ วันนี้แล้งแล้วก็เม็ดลีบมันมีทั่วทั้งหมดในเขตเลือกตั้งผมในจังหวัดอุดรธานีด้วย ผมก็ถือโอกาสนี้ฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้รีบประกาศภัยแล้งถึงความเสียหาย ของพี่น้องประชาชนด้วยครับท่านประธาน ผมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพราะว่า สภาแห่งนี้เป็นที่รวมทั้ง ส.ส. ที่เป็นรัฐบาล และ ส.ส. ที่เป็นฝ่ายค้าน ก็อยากให้มาร่วมกัน พิจารณาในเรื่องนี้ เพราะเราจะอาศัยราชการซึ่งอยู่คนละหน่วยงาน ท่านก็ไม่มีเวลาที่จะ บูรณาการอะไรกันมากหรอกครับ เพราะจากกรมหนึ่งถึงกรมหนึ่งก็จะใช้เวลาเป็นปี อย่างงบประมาณจัดการน้ําอยู่ในแหล่งน้ําคือน้ําพาน กรมทรัพยากรน้ําไปทํา กรมป่าไม้ เป็นเจ้าของ พอจะทําแล้วกรมป่าไม้ก็บอกอันนี้ของป่าไม้ ปรากฏว่าทําหนังสืออนุญาตกัน ๒ ปี ๒ ปีระหว่างกรมถึงกรมถึงจะได้ทํา ปีนี้ก็ยังไม่ได้เข้าไปดําเนินการ นี่คือสิ่งที่ผม ยกตัวอย่าง ผมจะไม่อภิปรายซ้ําเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้ว ผมจะอธิบายว่า ทําไมต้องเป็นโขง และต้องมาเลย และลําพะเนียง เลย ผมหมายถึงชื่อแม่น้ํานะครับ เสร็จแล้วก็ลอดอุโมงค์เทือกเขาภูพานในส่วนที่จะเจาะทะลุได้ลงไปเขื่อนห้วยหลวง จากห้วยหลวงก็จะไปลงแม่น้ําโขงอีกครั้งหนึ่งที่อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ที่จะต้องเป็น แม่น้ําโขงและแม่น้ําเลยนี่ เพราะว่าเขตอําเภอเชียงคานเวลาแม่น้ําโขงเอ่อขึ้นซึ่งไม่ทราบว่า จะมีหรือเปล่าต่อไปนี้ อาจจะเป็นตํานานก็ได้แม่น้ําโขงเอ่อท่วมริมฝั่งจังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม อาจจะกลายเป็นตํานานแล้ว เพราะว่าผมไปจังหวัดเชียงรายเดือนก่อนนี้ ไม่มีน้ําเอ่อท่วมในฤดูฝน ท่านประธานครับ ถ้าน้ําขึ้นมาบ้างมันจะใช้ระบบแรงโน้มถ่วงผันน้ํา เข้าไปแม่น้ําเลยได้ในเขตอําเภอเชียงคาน ซึ่งชลประทานก็กําลังดําเนินการอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเสนอเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบอยู่ในลุ่มน้ําที่ผมพูดไปแล้ว ให้เชื่อมต่อกันเป็นระบบ และบริหารจัดการน้ําก็จะไม่มีเรื่องฝนแล้ง น้ําท่วม แก้ได้ทั้งหมดครับ ส่วนผมเห็นด้วยที่มีหลายท่านอภิปรายว่า ในส่วนที่ไม่มีลําน้ําก็สามารถระบายน้ําลง โดยธนาคารน้ําใต้ดินได้ ธนาคารน้ําใต้ดินไม่ใช่มาคิดกันในประเทศไทย แต่คนที่คิดระบบเรื่องนี้ อยู่ที่มลรัฐที่แล้งที่สุดอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาทํา เขาวิจัยมาแล้วได้ผล เพราะฉะนั้น จึงมีพระคุณเจ้าบางรูปนํามาเสนอในประเทศไทย และมี อบต. หลาย อบต. ได้ใช้วิธีนี้ แก้ปัญหาเก็บน้ําไว้ใต้ดิน เสร็จแล้วก็สูบน้ําใต้ดินขึ้นมาใช้ก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาวิธีหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ ผมจะเสนอให้รัฐบาลหรือกรม กองต่าง ๆ ที่รับผิดชอบอยู่ได้เชื่อมโยง ข้อมูล คําว่า บริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ นั่นหมายความว่าจะต้องบริหารจัดการน้ํา จากน้ําเม็ดแรกที่ตกลงมาจากฟ้านั่นคือฝนตก กรมอุตุนิยมวิทยาเขามีเครื่องวัดรู้ว่าฝนตก ปีไหนน้อย ปีไหนมาก เฉลี่ยแล้วเท่าไร ประเทศไทยถ้าสามารถบริหารจัดการน้ําทั้งหมด ไม่มีแล้งครับ ในพื้นที่ที่แล้งกว่าประเทศไทย อย่างเช่นในออสเตรเลียตะวันตกเขาบริหารจัดการน้ําโดยวัดน้ํา ที่จะตกลงมาพื้นดินทุกเม็ดเก็บสถิติมาเสร็จแล้วน้ํามันจะไหลผ่านที่ไหน หมู่บ้านไหน ตําบลไหน เขาจะใช้น้ําเพื่อบริโภคเท่าไร มีเพียงพอครับ จัดการได้ เสร็จแล้วก็เหลือไว้จะเอาไปลงที่อ่าง หรืออะไรใหญ่ ๆ ไว้สําหรับการทําการเกษตรเท่าไรในแต่ละปี ถ้าหน่วยงานทั้งหมด ของรัฐบาลสามารถบริหารจัดการน้ําสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบประเทศไทยไม่มีแล้งครับ จํานวนปริมาณน้ําฝนวัดได้เป็นวิทยาศาสตร์แล้วหายไปในดินเท่าไร ไหลไปลงที่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นฤดูฝนจะท่วมทุกปีแล้วก็จะแล้ง อย่างเช่นปีนี้เป็นต้น ถ้าการบริหารจัดการน้ํา แบบนานาชาติเขาจัดการอยู่คือมีการพัฒนา แต่ประเทศไทยไม่มีครับ ระบบบริหารจัดการน้ํา แบบบูรณาการยังไม่เกิดขึ้นครับ เกิดขึ้นที่ตัวหนังสือครับ ๒ ปี เมื่อก่อนการยึดอํานาจ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ กรมชลประทาน เขาเอามาเขียน เขียนโก้มากครับ บริหารจัดการน้ําแบบบูรณาการ ผมเลยถามอธิบดี ในที่ประชุมบอกว่าไหนบอกผมหน่อยสิการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบในประเทศไทย มีอยู่ที่ใดบ้างผมจะไปดู ปรากฏว่าเขาตอบผมมาก็คือไม่ใช่การบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ หรอกครับ กรมชลประทานก็ทําเขื่อนไว้แล้วเขาก็ให้ชุมชนมาตั้งกรรมการบริหารที่จะใช้น้ํา ก็เป็นปลายเหตุ เพราะฉะนั้นในประเทศนี้ในประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรายังไม่มี การบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบเลย ในระบบทางสากล ซึ่งอย่างเป็นระบบก็คือ ต้องรองรับ มีสถิติการรับน้ําและหลังจากฝนตกแล้วมันจะไหลไปที่ไหน สามารถเก็บไว้หมด หมู่บ้านที่น้ํานี้ไหลผ่านได้จะไม่มีการขาดแคลนน้ําบริโภค ไม่ว่าน้ําใช้ ไม่ว่าน้ําดื่ม จะไม่มี ภาวะขาดแคลนถ้าบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ ซึ่งเรื่องนี้ปี ๒๕๕๕ มติ ครม. วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ครม. สัญจรรับหลักการที่ผมเสนอว่าให้บริหาร จัดการน้ําในเขตจังหวัดอุดรธานีอย่างเป็นระบบ ครม. รับบอกจะตั้งงบศึกษา แต่หายไปครับ หลังจากนั้นก็หายไป มติ ครม. ไม่ได้รับการปฏิบัติในหลายเรื่อง ท่านประธานครับ ผมจึงอยากเสนอ ณ ที่แห่งนี้ว่ากรรมาธิการจะไปพิจารณา อย่าพิจารณาอย่างเดิมซ้ําซาก ขุดคลอง ขุดห้วย ขุดหนอง เสร็จแล้วก็เอางบประมาณไปเยอะ ๆ ถ้าเรารวมกัน เอางบประมาณเหล่านี้มาบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ อย่างประเทศที่เขาเจริญไปดูที่ ประเทศแคนาดา ประเทศอังกฤษ ไปดูที่ประเทศออสเตรเลีย ไปดูที่ประเทศสิงคโปร์ เขาบริหารจัดการน้ําอย่างไร ใช้เงินงบประมาณก็เท่า ๆ กับประเทศไทยกําลังทําอยู่นี่ครับ แต่ว่าทุกหน่วยงานแล้วก็ระบบน้ําจะต้องรู้ว่าตกมาเฉลี่ยสถิติเท่าไร และจะเอาไปบริโภค เอาไปดื่มเท่าไร ผ่านหมู่บ้านไหนบ้างต้องไม่มีการขาดแคลนน้ํา สามารถทําได้ครับ สิ่งที่ผมพูด เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ว่าเรากําลังขาดการจัดเป็นระบบโยงใย นั่นคือสิ่งที่ผมเสนอไว้ ท่านประธานที่เคารพ ผมหวังอย่างยิ่งว่าการตั้งคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ จะได้ทางออกในการบริหารจัดการน้ําที่ก้าวหน้าและสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ ผมคิดว่าวันหนึ่งเราจะเห็นประเทศไทยบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบและพี่น้องประชาชน ก็จะไม่ประสบภาวะน้ําท่วม ฝนแล้งอีกต่อไป ขอบคุณครับ