อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอให้สถาบันพระปกเกล้าใช้การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นตัวชี้วัดในการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้และจิตวิญญาณความเป็นประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำว่าต้องเชื่อมโยงงานวิชาการไปสู่ภาคปฏิบัติจริง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็อย่างที่ท่านประธาน ได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ผมก็คงไม่ก้าวล่วง เพราะจริง ๆ แล้วการรับทราบ การมารายงานของแต่ละหน่วยงานของสภาก็เป็นเรื่องของภาพรวม ก็ไม่อยากจะให้ลงไป ในตัวบุคคล อันนี้ก็ฝากความเห็นให้ท่านประธานได้วินิจฉัย ผู้อภิปรายท่านต่อไปถ้ามี เอาเรื่องตัวบุคคลเข้ามาก็ฝากท่านประธานช่วยดูด้วยครับ เพราะว่าเหมือนกับใช้สภาแห่งนี้ มาระบายทุกข์หรือมาระบายความรู้สึกส่วนตัวให้เพื่อนสมาชิกได้รับฟัง ส่วนกระผมเอง วันนี้ได้มีโอกาสมาอภิปรายให้ทางสถาบันพระปกเกล้าได้มีการต่อยอดในสิ่งที่ผมคิดว่า เป็นประโยชน์กับทางสถาบันพระปกเกล้า เพราะว่าผมเองนั้นก็กำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตร ปปร. ของสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ได้รับรู้การดำเนินการของสถาบันพระปกเกล้า และผมเอง ก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ รายงานประจำปี ๒๕๖๑ ของสถาบันพระปกเกล้าตั้งแต่เมื่อคืนนะครับ ก็รับไป พันธกิจของสถาบันมีอยู่ ๗ ข้อ แต่ผมจะพูดถึง ๓ ข้อนะครับ ให้ทางคณาจารย์ ท่านผู้บริหารสถาบันได้รับไปดำเนินการนะครับ
ข้อแรก คือการศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้และเสนอแนะ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็น ระบบ กราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้การวิจัยหลาย ๆ อย่างในประเทศไทยของเรา ไม่ได้เชื่อมโยงไปสู่ภาคการปฏิบัติ ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเรากำลังจะให้สถาบันพระปกเกล้ามีตัวชี้วัด ที่เป็นระบอบประชาธิปไตย ผมอยากจะให้ทางสถาบันได้ตั้งตัวชี้วัดเรื่องของการซื้อสิทธิ ขายเสียงว่าถ้าเราสามารถลดการซื้อสิทธิขายเสียงได้ เป็นความสำเร็จของสถาบันในการสร้าง องค์ความรู้ให้กับสังคม สร้างองค์ความรู้ให้กับพี่น้องประชาชน หรือในสมุดเล่มนี้เราเรียกว่า พลเมืองนะครับ ผมคิดว่าก็จะเป็นการดี ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของสถาบันในการที่จะสร้าง องค์ความรู้ สร้างจิตวิญญาณของความเป็นนักประชาธิปไตย ของความเป็นประชาธิปไตย ในประเทศไทยอย่างแท้จริงนะครับ การวิจัยในข้อที่ ๑ ที่เป็นพันธกิจของสถาบัน ผมอยากให้ เน้นย้ำเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงเอามาเป็นตัวชี้วัดในการวิจัยเพื่อชี้วัดผลงานของ สถาบันพระปกเกล้า
เรื่องที่ ๒ ก็คือการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสนับสนุนความรู้ความเข้าใจ และการใช้สิทธิ หน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อยากจะกราบเรียน ผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้าครับท่านคณาจารย์ ว่าวันนี้ กกต. มีการตั้ง ศส.ปชต. ไม่ทราบว่า ท่านเคยได้ยินหรือเปล่า ตรงนี้จะมีอาสาสมัครหมู่บ้านละ ๑ คน แต่ กกต. จะมีกิจกรรม ก็ต่อเมื่อจะมีการเลือกตั้งครับ คณาจารย์ครับ ท่านประธาน เจ้าหน้าที่ของ ศส.ปชต. ก็จะได้รับการเชิญจาก กกต. ใกล้จะเลือกตั้ง เพื่อไปทำอะไรครับ ไปรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิ ขายเสียง ถามว่าไปรณรงค์อย่างไรครับ ที่ผมเคยเห็นก็ไปเดินถือป้ายแล้วก็เชิญชวนนักเรียน ออกมาเดินรณรงค์เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นเพียงแค่ทางกายภาพ มันไม่ได้สร้างจากจิตวิญญาณของความเป็นประชาธิปไตยให้กับ ศส.ปชต. เป็นไปได้ไหมครับ ที่สถาบันพระปกเกล้าจะประสานกับทาง กกต. นำบุคลากรที่เรามีอยู่มาสร้างจิตวิญญาณ ของความเป็นนักประชาธิปไตยที่ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงจริง ๆ สร้างให้เขาเห็น ผลเสียผลร้ายของการซื้อสิทธิขายเสียง การเข้ามาเป็นทุนการเมืองนะครับ เมื่อนักการเมือง ซื้อสิทธิมาแล้ว การที่พี่น้องประชาชนขายสิทธิของตัวเองไปแล้วมีผลเสียอย่างไร ให้เขาเข้าใจ ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง สร้างจิตวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ศส.ปชต. ตรงนี้ ผมคิดว่า ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติเพราะว่าในพันธกิจข้อที่ ๔ มันเชื่อมโยงในความรู้ ความเข้าใจในการเป็นสิทธิพลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันนี้ผมอยากจะฝาก ทางท่านคณาจารย์ลองพิจารณาต่อยอดกับ กกต. ดู ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่ตรงนี้ก็เป็นแค่ การรณรงค์ทางกายภาพ ไม่ได้จากจิตวิญญาณของความเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณาจารย์ของ สถาบันพระปกเกล้าว่า พิพิธภัณฑ์ที่ผมไปดูตอนที่ผมได้ไปปฐมนิเทศตอนเป็นนักศึกษา ปปร. ก็ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ทางสถาบัน ได้เอาน้อง ๆ เยาวชน ผมทราบว่ามีมาครับ แต่คิดว่ายังไม่เพียงพอ ให้ทางรัฐสภาและทางรัฐบาล ได้สนับสนุนงบประมาณให้สถาบันเอาน้อง ๆ เยาวชนเหล่านี้มาเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ จะเห็นจุดกำเนิดของความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้กับพี่น้องพสกนิกรของท่านนะครับ เห็นความเป็นมา ในการเปลี่ยนแปลง จากประเทศที่เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนของเราจะได้ถูกปลูกฝังความเป็นนักประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะได้เห็นพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยที่ท่านได้พระราชทานรัฐธรรมนูญและอำนาจของท่านให้พี่น้องประชาชน ตรงนี้ถือว่าเป็นการปลูกฝังเยาวชน การที่เยาวชนได้ไปพิพิธภัณฑ์ ท่านประธาน ได้เห็น ประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่ามาก ผมไปเห็นแล้วรู้สึกได้ว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องรักแล้วก็หวงแหนไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานนะครับ การได้มาของประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องที่มีคุณค่า อยากให้ทางสถาบันพระปกเกล้าได้ส่งเสริมพิพิธภัณฑ์ตรงนี้ให้แพร่หลาย ไปสู่น้อง ๆ เยาวชนให้มากขึ้น
สุดท้ายผมขอชื่นชมภารกิจของสถาบันพระปกเกล้าได้เข้าไปเรียน ได้เข้าไป รับทราบ ก็รู้สึกว่าสถาบันพระปกเกล้านั้นมีประโยชน์กับประเทศจริง ๆ ท่านประธานครับ ได้เห็นบุคลากรที่มาให้ความรู้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ได้เห็นหลักสูตรที่หลากหลาย ในการที่ผู้ได้เข้าไปรับการเรียนการสอนนั้นได้นำมาใช้ในการบริหารประเทศชาติ นักการเมือง ท้องถิ่นได้เข้าไปรับการเรียนการสอนแล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง แล้วที่สำคัญ ได้สร้างจิตวิญญาณของความเป็นนักประชาธิปไตยให้กับผู้ที่ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสัมมนาการเข้าไปเรียน การเข้าไปอบรม การเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ทุกกิจกรรมของ สถาบัน ผมคิดว่าไม่ว่ามาก ไม่ว่าน้อย ล้วนแต่เป็นการส่งเสริมความเป็นนักประชาธิปไตย ตรงนี้ขอชื่นชมภารกิจของสถาบันพระปกเกล้าในครั้งนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ