อันวาร์ สาและ หารือปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำซ้ำซาก โดยเสนอให้ส่งเสริมผลผลิตไทยผ่านการตลาดและโฆษณาอย่างเป็นระบบ พร้อมเตือนถึงผลกระทบจากการแบนสารเคมีเกษตรที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นและขาดข้อมูลเปรียบเทียบกับประเทศที่นำเข้าสินค้าเกษตรของไทย
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เห็นรายงาน ของทางคณะแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรของคณะกรรมาธิการ วิสามัญซึ่งได้ศึกษาไว้แล้ว ผมคิดว่าในส่วนของการแก้ปัญหาของราคาพืชผลน่าจะมีแนวคิด ที่จะต้องมีเติมเต็มในส่วนอื่นบ้างนะครับ โดยที่ดูว่าในภาวการณ์แข่งขันของปัจจุบันนี้ นำมาเป็นข้อเปรียบเทียบด้วย อย่างเช่นในกรณีของพื้นที่ผมก็จะมีพืชผลทางการเกษตร อยู่ไม่กี่ตัวครับ แต่ทุกครั้งที่ออกมาก็จะออกมาพร้อม ๆ กันแล้วราคาก็จะตกทุกครั้ง แล้วก็ จะเป็นแบบนี้มาเป็นระยะเวลานาน แต่ดีครับครั้งนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ท่านได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็รวดเร็วทำให้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดไว้ จริง ๆ ผมเองอยากจะมองว่าวันนี้ถ้าเราดูเยาวชนหรือว่าประชาชนคนไทยทั่วประเทศตอนนี้ ท่านสังเกตเห็นไหมครับว่าเรามีสินค้าหลายตัวที่ดี ๆ แต่ในขณะเดียวกันภาพในการแก้ปัญหา ในมุมที่นอกกรอบผมคิดว่าวันนี้เรายังขาดส่วนนี้อยู่ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นกรณีอาหาร ท่านเข้าไปในห้างไหมครับ อาหารญี่ปุ่นวันนี้ตีตลาดทั่วประเทศครับ ถามว่าอาหารญี่ปุ่น ปลาแซลมอนชิ้นหนึ่งราคาเท่าไรครับ มีปลาอยู่หลายชิ้นหลายอย่าง ราคา ๓๐๐-๔๐๐ บาท บางทีบางร้านบางห้างเป็นพันบาท แต่ทำไมปลาไทยที่สด ๆ แล้วก็เอามาจากพี่น้องประชาชน ตรงนี้ไม่ได้ถูกมาขึ้นในเมนู และในระดับราคาที่ผมกล้าบอกได้เลยว่าราคาปลาของเรา ต่ำกว่าเขาเยอะ แต่ความสดความดีของคุณภาพอาหารเราดีกว่าเขาเยอะครับ เป็นไปได้ไหม ว่าวันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลองส่งเสริมเรื่องนี้ ผมคิดว่า เรามีหลายอย่างเช่นผลไม้ อย่างเช่นปลา ผมอยากเห็นครับว่าเราวิเคราะห์ถึงความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าการเกษตรในแต่ละปีว่าเราสูญเสียจากการที่ราคาตกต่ำหรืออะไรก็แล้วแต่ เอามูลค่าของการสูญเสียเจียดมาเป็นว่าเรามีงบโฆษณาผลไม้ไทย ไม่ใช่เฉพาะโฆษณา ในต่างประเทศ ผมชื่นชมในกรณีที่ผมเห็นรายงานแล้วเมื่อวานมีกรรมาธิการได้ขึ้นบอร์ด (Board) ในกรณีที่ทำเป็นเว็บไซต์ (Website) แล้วก็บอกว่าพื้นที่ของผลไม้แต่ละภาคคลิก (Click) จากส่วนนั้นก็จะได้ว่ามีที่ไหนบ้าง แล้วลงรายละเอียดไปในแต่ละจังหวัดอันนี้ผมขอ ชื่นชมว่าดีครับ แต่ผมอยากเห็นว่าเวลาชาวต่างชาติเข้ามาในเมืองไทยบางทีสี่แยกสี่แยกหนึ่ง แทนที่จะเป็นโฆษณาของยาชูกำลังหรืออะไรก็แล้วแต่กลายเป็นผลไม้ที่มีภาพสวย ๆ แล้วก็มีคุณค่าเป็นจุดหลัก จุดแข็งของประเทศเรา ผลไม้ไทยกล้าพูดได้เลยครับว่าดีกว่า หลาย ๆ ประเทศทำไมเราไม่เอาผลไม้ในแต่ละจุดแต่ละภาคเป็นวาระเลยครับ เราคิดไว้ ล่วงหน้าเลยครับว่าสิ่งที่เราต้องเจอในภาวะต่อไปในเดือนอะไรก่อนถึงเริ่มต้นตรงนั้น เราทำล่วงหน้าเลยว่าจะต้องวางแผนว่าเราจะโฆษณาในช่วงเวลาไหนบวกเข้าไปกับ การท่องเที่ยวได้ครับไปเป็นเรื่องเดียวกันได้เลย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สินค้าของไทย ประชาชนหรือเกษตรกรของไทยได้รับการดูแลและประกันว่าเขาทำสิ่งนี้แล้วจะอยู่ได้ แล้วราคาของเขาไม่ตกต่ำ วันนี้เป็นอย่างไรครับ เวลาส่งเสริมเขาแห่กัน เช่นโชคดีนะครับ ภาคใต้วันนี้ทุเรียนดี แล้วผมก็ว่าเป็นโอกาสของทุกภาคด้วย ทุเรียนเป็นที่ชื่นชอบนิยม ของทางประเทศจีนแล้วก็ทางยุโรป โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศที่หนาว ผมคิดว่านี่ก็เป็นโอกาสหนึ่ง แต่ผมคิดว่าเราก็คงคาดหวังกับอย่างนี้แล้วต้องมองด้วยครับ วันนี้ที่ดีเพราะว่าเราส่งไปต่างประเทศส่วนใหญ่ แต่ล้งที่รับซื้อผมว่าวันนี้การแข่งขันที่ผ่านมา คนไทยสู้เขาไม่ได้ สุดท้ายก็คือล้งรายใหญ่เข้ามากวาดซื้อ ต้องระวังว่าต่อไปเหตุการณ์ ข้างหน้าถ้าสมมุติเกิดของเรามีน้อยเขาบังคับราคา ควบคุมราคาได้อาจจะทำให้ราคาตกต่ำ เหมือนลำไยอีกนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกทางหนึ่ง ทางคณะกรรมาธิการผมมีข้อเสนอแนะ อีกอย่างหนึ่งผมเห็นในรายงาน ผมดูแล้วผมไม่เห็นในเรื่องของผลกระทบในเรื่องการแบน (Ban) สารเคมี ซึ่งผมอาจจะไม่ได้เรียกคำว่า สารพิษ ผมคิดว่าทุกวันนี้ที่เราอยู่ในบ้าน รอบตัวเราเป็นสารพิษทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราใช้ถูกต้องหรือเปล่า การล้างจานก็เป็นสารพิษ ถ้าคุณเอาไปกินก็เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่สารเคมีพวกนี้ผมเองอยู่ในคณะกรรมาธิการ ที่แบน (Ban) สาร ๓ ตัวนี้ด้วย แต่ผมไปสืบหาข้อมูลอีกด้านหนึ่งในกรรมาธิการรู้สึกว่าข้อมูล ด้านนี้อาจจะยังน้อยไป ผลกระทบของการแบน (Ban) มีอยู่หลายเรื่องครับ ผมว่าอีกหน่อย ท่านอาจจะต้องตั้งกรรมาธิการอีกรอบหนึ่งเพราะว่าอะไรครับ เมื่อแบน (Ban) ๓ สารตัวนี้ ต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีก บางชนิดเพิ่มถึง ๓ เท่า แล้วอีกอย่างหนึ่งนะครับมันเป็นสิ่งที่ น่าแปลกมาก ประเทศที่เข้มงวดกวดขันกับเรื่องสารเหล่านี้ไม่ให้เข้าประเทศอย่างเช่นยุโรป อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าผมยกตัวอย่างมันสำปะหลัง ผมถามว่าเกษตรกรที่ทำใช้สารพวกนี้ไหม ใช้ครับ แต่ทำไมจากเดิมในอดีตสั่งมันสำปะหลังจากเรา ๑ ล้านตัน วันนี้กลายเป็น ๔ ล้านตัน เกือบ ๕ ล้านตัน อันนี้มันมีนัยบางอย่าง ถ้าไม่ระวังครั้งหน้า ถ้าสมมุติว่าไม่หาทางออกให้ดี การแบน (Ban) สารพิษ แบน (Ban) ฉับพลันอย่าลืมว่าสิ่งที่แบน (Ban) ยังอยู่ในการ ครอบครองของประชาชนชาวบ้านอยู่ ยังครอบครองในผู้ประกอบการอยู่ สิ่งเหล่านี้ ที่ครอบครองอยู่ถ้าผิดเราไม่มีมาตรการอะไรช่วยเหลือเขา รับรองเลยครับหลังจากนี้เกิดการ กลั่นแกล้งแล้วก็ฟ้องร้องกันอีกเยอะจะตามมา อันนี้ก็เป็นอีกทางหนึ่ง ผมคิดว่ามาตรการ ที่จะทำให้ราคาที่สูง อันนี้ก็เป็นทางหนึ่งที่จะต้องระมัดระวังแล้วก็ดูด้วย ผมคิดว่าการที่จะ แบน (Ban) อะไรก็แล้วแต่ท่านต้องมีทางออกให้เขา ให้เวลากับเขาหรือทำอย่างไรก็แล้วแต่ อาจจะมีบอกว่ารัฐรับซื้อทั้งหมดและให้ประเทศอื่นที่ยังไม่แบน (Ban) สารพวกนี้ อย่างน้อย ก็ไปช่วยเหลือเขาส่วนนี้ได้ เวลาค่อนข้างเข้มงวดมากผมคิดว่าผมคงต้องจบแล้ว ขอบคุณ ท่านประธานครับ