ไกลก้อง ไวทยการ อภิปรายเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ควบคุมสื่อออนไลน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ไกลก้อง ไวทยการ อภิปรายเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ควบคุมสื่อออนไลน์ โดยชี้ว่าประกาศฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๗ ยังคงมีผลบังคับใช้และละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนผ่านการปิดเว็บไซต์และการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีหมายศาล ขัดต่อหลักนิติธรรมและกฎหมายปกติ

นายไกลก้อง ไวทยการ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมอยากจะอภิปรายในเรื่องของคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับเรื่องของสื่อออนไลน์ (Online) ตั้งแต่ คสช. เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สิ่งแรกที่ทำนั่นก็คือส่งทหารพร้อมอาวุธครบมือไปสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ เพื่อควบคุมการออกอากาศ หลังจากนั้นในช่วงระยะเวลาเกือบ ๑ ปี ก็ยังมีทหารอยู่ในห้องส่งห้องคอนโทรล (Control) ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ แต่ในขณะ ที่สื่อออนไลน์มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากสื่อรุ่นเก่านั่นก็คือเป็นสื่อที่ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีแหล่งควบคุมกระจายอย่างรวดเร็ว และสื่อออนไลน์ (Online) ก็ยังเป็นช่องทางที่ประชาชน ได้เข้าถึงข้อมูลได้แตกต่างจากสื่อโทรทัศน์วิทยุปกติที่โดนควบคุมโดย คสช. ประกาศ คสช. ที่ออกมาควบคุมสื่อออนไลน์ (Online) มีหลัก ๆ อยู่ ๓ ฉบับด้วยกัน นั่นก็คือประกาศ คสช. ฉบับที่ ๑๒/๒๕๕๗ อันนี้ขอความร่วมมือจากสื่อสังคม ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ให้ระงับการส่งข้อความเชิงปลุกระดมยั่วยุ สร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือ ไม่เคารพ กฎหมายตลอดจนต่อต้าน คสช. แล้วก็ประกาศว่าหากใครไม่ปฏิบัติตาม คสช. จะระงับ การให้บริการทันทีและจะนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งคือฉบับที่ ๑๗/๒๕๕๗ ก็คือเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต สั่งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ติดตามตรวจสอบระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น อันก่อให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อยในราชอาณาจักร ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือศีลธรรม อันดีของประชาชนและก็เรียกให้ผู้ให้บริการมารายงานที่สำนักงาน กสทช. และอีกฉบับหนึ่ง นั่นก็คือ ฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๗ ซึ่งดูเหมือนรวบรวมเอาทั้ง ๒ ฉบับนี้ไว้ด้วยกันนั่นก็คือมีเนื้อหา ๑. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลการจราจรทางทวิสเทอร์ ที่เผยแพร่เนื้อหาปลุกระดมยั่วยุ สร้างความรุนแรงไม่น่าเชื่อถือ และไม่เคารพกฎหมาย ตลอดจนต่อต้าน คสช. ๒. ระงับการ เผยแพร่เว็บไซต์ (Website) ที่มีเนื้อหาตามข้อ ๑ ๓. ประสานงานกับ คสช. เพื่อให้อำนาจ ตามกฎหมายในการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ประกาศ คสช. ทั้งหมดนี้ มีผลบังคับใช้อยู่เป็นเวลา ๕ ปี โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ทันได้สังเกตผลของการใช้ประกาศนี้ และรวมถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือไอเอสพี (ISP) ก็ไม่สามารถรายงานหรือว่าตรวจสอบได้ ว่ามีคำสั่งบล็อก (Block) หรือมีเว็บไซต์ (Website) ถูกบล็อก (Block) ไปกี่เว็บไซต์ (Website) เนื่องจากว่าไม่มีบันทึกอยู่ในเอกสารราชการแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ คสช. ได้ใช้มาตรา ๔๔ ยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ ๑๒/๒๕๕๗ และฉบับที่ ๑๗/๒๕๕๗ แต่ถึงวันนี้ประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๗ ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งผลของการบังคับใช้นี้ กระทบถึงการเข้าถึงเนื้อหาบนโลกออนไลน์ (Online) การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานแล้วก็ ยังสามารถใช้ขั้นตอนลัดกฎหมายปกติได้ กฎหมายปกติที่พูดถึงก็คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิด ทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งประชาชนเรียกติดปากว่า พ.ร.บ. คอม แม้ พ.ร.บ. คอมอันนี้ จะมีเรื่องของการปิดเว็บไซต์ (Website) แต่อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมาของ คสช. ก็จะใช้ พ.ร.บ. นี้จัดการกับเรื่องของผู้ที่แสดงความเห็นต่างบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็นหลักนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องปิดเว็บไซต์ (Website) กฎหมายปกติ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ก็ยังมี คณะกรรมการที่มีความหลากหลายมีขั้นตอนในการตั้งเกณฑ์ปิดเว็บไซต์ (Website) ที่ชัดเจน แล้วก็ให้ศาลเป็นผู้ปิดเว็บไซต์ (Website) แต่การจงใจคงไว้ซึ่งประกาศ ฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๗ นี้ เป็นการจงใจที่จะใช้อำนาจพิเศษ ซึ่งเป็นอำนาจที่สืบทอดจาก คสช. โดยเฉพาะเรื่องของการ เข้าถึงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องมีหมายใด ๆ ไม่ต้องรายงาน อีกทั้งยังสั่งปิดกั้น การเข้าถึงเว็บไซต์ (Website) และดูข้อมูลของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้โดยลัดขั้นตอนไม่ได้มีการถ่วงดุล ไม่ได้มีหมายศาล แต่อย่างใดที่จะทำได้ ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการรัฐประหารโดย คสช. มีการพยายามที่จะทำเรื่องของ การสอดแนม ควบคุมสื่อออนไลน์ (Online) อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งที่ผ่านมา สนช. ได้ออกกฎหมาย อย่างเช่น กฎหมายข่าวกรองให้อำนาจ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องใช้หมายศาล ยังมีแนวคิดที่จะต้องให้สื่อออนไลน์ (Online) ลงทะเบียน และล่าสุด มีเรื่องของการจะใช้มาตรการยึดทรัพย์ซึ่งคำพูดนี้เป็นคำพูดจากกองทัพที่ไม่ได้เป็นองค์กร ที่มีหน้าที่โดยตรงซึ่งแนวคิดเหล่านี้เป็นเรื่องของการนำความมั่นคงมานำหน้าเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ ดังนั้นผมเห็นว่าประกาศ คสช. และกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สื่อมวลชนเหล่านี้ควรถูกยกเลิกไป แล้วให้สภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของประชาชน ร่างกฎหมายปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนที่ใช้สื่อออนไลน์ (Online) และอยาก ให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปถึงรัฐบาลเพื่อให้อดีตหัวหน้า คสช. ประเมินงานของตัวเองนะครับ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ผมขอขอบคุณเท่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน