ธัญวัจน游戏副本เสียงคนถูกกดทับชี้สื่อถูกรบกวนยุคคสช.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อภิปรายถึงผลกระทบจากการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกและการสื่อสารในยุค คสช. โดยใช้สัญลักษณ์ "เสียงเพลงของคนหูหนวก" เพื่อสื่อถึงการถูกกลบเสียงของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้หญิงและสื่อมวลชน พร้อมวิเคราะห์ว่าการควบคุมสื่อและข้อมูลทำให้สังคมขาดความหลากหลายของความคิดและเสี่ยงต่อการพัฒนาอย่างไม่สมดุล

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ธัญจะอภิปราย ธัญขอเรียกหัวข้ออภิปรายของธัญนะคะว่าเสียงเพลงของคนหูหนวกค่ะ ธัญขอออกตัวก่อนนะคะ คำว่า หูหนวก ในที่นี้ธัญไม่ได้หมายถึงผู้พิการหรือผู้ที่บกพร่อง ทางการได้ยินที่รับชมทางภาษามือทางด้านจอโทรทัศน์นะคะ แต่คำว่า หูหนวก ของธัญ จะหมายถึงอะไรอยากจะให้ลองฟังอภิปรายของธัญดูค่ะ และธัญก็ต้องขออภิปรายเรื่องนี้ ผ่านมุมมองเพศค่ะ จากการดูรายงานผลกระทบจากประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่ง หัวหน้าคณะ คสช. ศึกษากรณีการดำเนินคดีต่อพลเรือนในศาลทหาร การกำจัดเสรีภาพ ในการแสดงออก การกำจัดเสรีภาพของสื่อมวลชนค่ะ ในภาคผนวก ค. ด้านหลัง อย่างที่ อาจารย์ปิยบุตรได้กล่าวไว้ คสช. และ กสทช. มีคำสั่งปิดสื่อ ตักเตือน ปรับปรุงเนื้อหารายการ ระงับการออกรายการ ระงับการดำเนินรายการของพิธีกร ระงับการออกอากาศทั้งสถานี ซึ่งมีระยะเวลาที่แตกต่างกันไปจนถึงยกเลิก อะไรคือเสียงเพลงของคนหูหนวกค่ะท่านประธาน ก็คือเสียงของสังคมฟากหนึ่งที่ดังขึ้น เพลงคืนความสุข และเสียงอีกด้านหนึ่งที่เงียบหายไป ในสังคมของเรา ท่านประธานคะธัญขอยกตัวอย่างเพลงหนึ่งเป็นเพลงในอดีตเป็นเพลงเก่ามาก เป็นเพลงของเจ้าชายลูกทุ่ง หลาย ๆ ท่านคงจะยังจำกันได้ ธัญขอยกเนื้อเพลงสักนิดหนึ่งว่า สังคมเราแบบไหนที่อยู่กันในเนื้อเพลงแบบนี้ค่ะ ปิดปากคุณได้ก็จะปิดปาก เดี๋ยวคุณรับฝาก ความรักจากใคร ปิดจมูกไม่ให้ได้กลิ่น ปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียงใคร ปิดประตูห้องได้ดังใจจะอยู่ ข้างใน ๒ คนกับคุณ เราอยู่ในสังคมแบบนี้ สังคมที่มีเสียงหนึ่งดังกระหึ่มขึ้นและได้ยินทุกอย่าง แต่จริง ๆ แล้วสังคมเรากำลังหูหนวกกับอีกอย่างหนึ่งค่ะท่านประธาน เสียงที่ดังขึ้นในสังคมนั้น คืออะไร เราได้ยินเมโลดี (Melody) ที่ไพเราะค่ะ เนื้อร้องที่สนุกสนาน ทำนองที่สนุกสนาน ถ้าใครฟังแล้วต้องยิ้มแย้มว่ามีผู้ชายนั้นมาหลงรักอยากจะเก็บเราไว้คนเดียว ก็น่าจะเหมือนกับ เพลงคืนความสุขที่ใช้สื่อสารความเป็นฮีโร (Hero) ให้ประชาชนรู้สึกอบอุ่นว่านี่คือการดูแล จากท่านและเสียงที่ดังในสังคมอีกด้านหนึ่งคือคำถามค่ะท่านประธาน คำถามอะไรคะ ท่ามกลางเสียงที่สนุกสนานของเสียงเพลงของเนื้อร้องที่ท่านยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เสียงที่หายไปของผู้หญิงค่ะท่านประธาน ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องการให้ผู้ชายคนนี้ปิดตา ปิดจมูก ปิดปากของเขาหรือเปล่า เราถูกทำให้หูหนวกไม่ให้ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือท่ามกลาง เสียงดนตรีที่อึกทึกครึกโครม เราไม่ได้ยินเสียงร้องที่ต้องการเสรีภาพในการแสดงออกของ สื่อมวลชนค่ะท่านประธาน เหมือนกับสังคมที่ตั้งคำถามกับเนื้อเพลง ตั้งคำถามกับอำนาจ ประกาศต่าง ๆ คำสั่งต่าง ๆ ของคณะ คสช. สิ่งเหล่านั้นถูกทำให้ไม่ได้ยิน ถูกลบ ถูกกลบ ด้วยความไพเราะของเสียงกลอง ดนตรีและเสียงร้องที่ไพเราะของนักร้องค่ะ ธัญขอตั้งคำถาม ต่อไปนี้นะคะท่านประธาน ผ่านไปสู่คณะ คสช. ว่า คสช. อยากให้ประชาชนในสังคมมีความรู้ ความเห็นแบบรอบด้านหรือด้านเดียว คำตอบของท่านคือข้อ ก หรือข้อ ข และท่านมีอะไร ที่จะต้องจ่าย คสช. อยากให้ประเทศมีการบริหารที่มีการตรวจสอบหรือบริหารเพียงด้านเดียว โดยไม่มีการตรวจสอบคำตอบของท่านเป็นข้อ ก หรือข้อ ข และท่านมีอะไรที่ต้องจ่าย คสช. อยากให้ประชาชนมีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แบบรอบด้านก่อนลงประชามติ หรือด้านเดียว คำตอบของท่านคืออะไร ท่านต้องจ่ายอะไร แบบไหนดีกว่ากัน เมื่อท่านตอบ คำถามในใจแล้ว คณะ คสช. ช่วยตอบด้วยว่าคำตอบของท่านนั้นดีกับใครคะ ท่านกำลังทำให้ สังคมของเราเป็นสังคมที่มีเสียงดังดนตรีที่ไพเราะ แต่คนกลับหูหนวกค่ะ เราไม่สามารถได้ยิน เสียงที่หายไป เราดูเหมือนได้ยินทุกอย่างแต่เราไม่ได้ยิน และเราก็ไม่ได้ยินความไม่เป็นธรรม บางอย่างในสังคมค่ะท่านประธาน ธัญขอฝากเรื่องนี้ไว้นิดหนึ่งนะคะท่านประธาน การสื่อสาร ในสังคมมี ๓ แบบตามทฤษฎีการสื่อสารในทุกองค์กรทุกการปกครอง

การสื่อสารแบบที่ ๑ คือจากบนลงล่างเหมือนท็อป บูต (Top boot) หวังผล ทางการเมือง ต้องการระเบียบวินัยบางอย่างทางสังคม วัฒนธรรม และการเมือง สื่อมวลชน ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นค่ะ

การสื่อสารแบบที่ ๒ คือจากล่างขึ้นบน คือการสื่อสารจากประชาชนสู่รัฐ จากลูกน้องสู่เจ้านาย การสื่อสารแบบนี้จะทำให้ผู้บริหารนั้นได้รับฟังปัญหา และเราต้อง ยอมรับว่ามีหลายช่องที่ถูกปิดไปทำหน้าที่เป็นเสียงของประชาชน

การสื่อสารแบบที่ ๓ นั้น คือการสื่อสารแบบเถาวัลย์ การสื่อสารที่ไร้ผู้นำ ไร้ผู้ ตาม ไม่มีชนชั้น ไม่มีสูง ไม่มีต่ำ แสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่ท่ามกลางเสียงเม้าท์มอย และข่าวซุบซิบ แต่นี่คือส่วนสำคัญค่ะท่านประธาน เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เองมักจะได้ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งเหล่านี้การปิดกั้นสื่อกระทบอะไรกับสังคมคะ วันนี้เราอยู่ในสังคมที่มีผลลัพธ์ต่าง ๆ แต่เราหาสาเหตุไม่ได้ เรามีสังคมที่ไม่สมประดีเหมือน สมองหายไปครึ่งหนึ่ง เรามีสังคมที่มองโลกสวยแต่ไม่มองโลกในความเป็นจริง เป็นสังคมที่ยิ้มใส หน้าใส สมองใส คงความอ่อนเยาว์และไม่เติบโตทางความคิด ท่านประธานขออีกนิดหนึ่งค่ะ สื่อมวลชนมีผลอย่างมากต่อสังคม ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและทิศทางความคิดของสังคม สื่อมวลชนมีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจหรือกล่าวได้ว่าส่งผลต่อการประกอบสร้างตัวตน ของเราผ่านโสตประสาท หู ตา และปากกาคอลัมนิสต์ เพื่อส่งคุณค่าบางอย่างในสังคม คสช. ปิดเสียงบางเสียง แต่เปิดเพลงคืนความสุข แน่นอนที่สุดนั่นคือสังคมรับรู้ข้อมูลเพียงด้านเดียว นี่คือสังคมเสียงเพลงของคนหูหนวกค่ะท่านประธาน สังคมที่มุ่งเน้นอำนาจมากกว่ารับฟัง