คารม พลพรกลาง หารือการทบทวนคำสั่ง คสช. ที่ 115/2557 เกี่ยวกับการตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ โดยชี้ว่าขัดหลักนิติธรรมและบทบาทขององค์กรอัยการตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนและเสริมกลไกถ่วงดุลในการใช้อำนาจรัฐ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้พูดในเวลา ๗ นาที ก็จะรักษาเวลาอยู่ในเวลานี้ แล้วก็ผมมีโอกาสพูดต่อหน้าอาจารย์กฎหมายคนแรกของผม ก็รู้สึกดีใจ ขอต้อนรับอาจารย์จำนงค์ ไชยมงคล ซึ่งเป็นอาจารย์ทนายคนแรกที่มีโอกาส ได้เกิดในวิชาชีพนี้ก็ขอขอบคุณท่านที่มาเป็นกรรมาธิการ ผมมี ๓ ประเด็นที่จะพูดต่อรายงาน การพิจารณาศึกษา เรื่อง การทบทวนกระบวนการพิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ จากคำสั่ง คสช. ผมต้องเรียนว่าคำสั่ง คสช.ที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ เป็นคำสั่งที่ออกมาน่าจะไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๒ คนที่มีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคือพนักงานอัยการ แล้วก็จะเป็น เจ้าหน้าที่ข้าราชการของสำนักอัยการสูงสุด หรือเจ้าพนักงานอื่นก็ได้ เขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ นอกจากนั้นเมื่อไปดูรัฐธรรมนูญในหมวด ๑๓ องค์กรอิสระ มาตรา ๒๔๘ องค์กรอัยการ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนะครับ มีหน้าที่ปฏิบัติในการสั่งฟ้องโดยปราศจากอคติ ตาม วิ. อาญา มาตรา ๒ อย่างที่กราบเรียนท่านไป (๖) พนักงานสอบสวนมีหน้าที่เพียง อำนาจหน้าที่สอบสวน แต่คำสั่ง คสช. ที่ออกมาในปี ๒๕๕๗ หลังจากการยึดอำนาจใหม่ ๆ มันมีที่มาครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในทางกฎหมายตำรวจเป็นต้นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม ท่านฟังดี ๆ นะครับว่าเมื่อมีการแจ้งความที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สมัยก่อน เขาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพราะว่าจริง ๆ ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาคือกฎหมายมหาชน เพราะฉะนั้นการใช้อำนาจตามกฎหมายมหาชน ที่กระทบต่อประชาชนมันต้องมีการถ่วงดุล เพราะฉะนั้นคำสั่งของอัยการจึงต้องถูกตรวจสอบ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับมอบอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ จากรัฐบาลส่วนกลาง ในการไปดูว่าคำสั่งของตำรวจนั้นรังแกชาวบ้านไหมครับ คดีอาญามีหลายประเภท คดีอาญาเล็ก ๆ น้อย ๆ คดีอาญาที่อุกฉกรรจ์ คดีอาญาที่เป็นเชิงแพ่ง บวกอาญาที่กระทบต่อชาวบ้าน บุกรุกที่ดินบ้าง คดีที่มันไม่ใช่เหตุฉกรรจ์ดุลพินิจในการสั่ง ไม่ฟ้องเป็นกรณีที่เกิดประโยชน์ เพราะเหตุว่าถ้าสั่งไม่ฟ้องเขาจะไม่เดือดร้อน เขาคือประชาชน แต่คำสั่งของ คสช. ที่ออกมาในปี ๒๕๕๗ ผมอยากกราบเรียนท่านเป็นรูปธรรมนะครับ คำสั่งนี้ ออกมาก่อนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่สารพิษตกค้างมันตกค้างมาถึงปัจจุบัน ผมจึงเห็นด้วย มุมมองของผมไม่ได้มองในประเด็นที่อาจจะเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ท่านประธานลองเหลือบไปดู มาตรา ๔๙ รัฐธรรมนูญครับ ขณะนี้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐบาลที่เข้ามาตามรัฐธรรมนูญอยู่ก็จริง สมมุติว่ารัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ ไปไม่ได้แล้วอาจจะด้วยเหตุผลประการหนึ่งประการใดไม่ทราบไร้ฝีมือในเชิงบริหาร บริหาร ราชการแผ่นดินเศรษฐกิจไปไม่ได้ เกิดท่านไปไม่ออก ปรึกษาใครก็ไม่ได้ท่านปฏิวัติตัวเอง ท่านยึดอำนาจตัวเอง มีประชาชนคนหนึ่งเห็นว่าการกระทำนั้นจะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ เขามีอำนาจที่จะไปร้องให้อัยการยุติการกระทำนั้น อัยการอาจจะตรวจสอบ ด้วยความรอบคอบตามระเบียบของอัยการ แต่ถ้าอัยการไม่ทำเขาก็ร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ ท่านประธานลองไปเหลือบดูวรรคสุดท้าย ไม่ตัดสิทธิที่จะดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำตาม วรรคหนึ่ง วันนี้ สตช. มี ผบ.ตร. ที่เก่ง แต่ถามว่า สตช. อยู่ภายใต้การบริหารกำกับของใคร ของนายกรัฐมนตรีถูกไหมครับ ถ้าเห็นว่าท่านประยุทธ์อาจจะปฏิวัติตัวเอง อันนี้ผมสมมติฐาน ไม่ได้กล่าวหา อันนี้คือการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการ แจ้งความที่ตำรวจแล้วตำรวจท่านนั้น เห็นว่าใกล้เคียงน่าจะเป็นไปได้ ดูแล้วลักษณะแบบนี้อาจจะเข้าข่าย เขารับแจ้งความถูกไหมครับ เขารับแจ้งความหรือเขาไม่รับแจ้งความมันจะต้องไปที่อัยการ แล้วสุดท้ายไปจบที่คำสั่งของ ผู้บัญชาการก็คืออยู่ภายใต้ ใครกำกับดูแลก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะฉะนั้นการที่เขียน หรือออกคำสั่งตามคำสั่ง ที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ จึงขัดหลักอย่างยิ่งในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ นอกจากนั้นประเด็นสุดท้าย ขณะนี้ประชาชนที่เขาเดือดร้อนผมจะไม่ไปกล่าวหาตำรวจที่ดี แต่ตำรวจที่ค้าความแจ้งความเสร็จรู้แล้วว่าเส้นทางนี้ต้องไปจบที่ผู้บัญชาการตำรวจทั้ง ๙ ภาค ๑-๔ บ้านผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด กว่าจะวิ่งไปที่จังหวัดขอนแก่นที่ตั้งผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๔ ไปตามคำสั่งก็ไกลแล้วถ้าตามในจังหวัดร้อยเอ็ด ในจังหวัดสุรินทร์ ในจังหวัดบุรีรัมย์ เขาไม่ลำบาก แล้วก็ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ามุมมองของผู้ว่าราชการจังหวัด กับผู้บัญชาการตำรวจภาคต่างกันแน่นอน เพราะฉะนั้นต่อรายงานนี้ผมจึงเห็นด้วยว่าในการจะแก้ไขที่จะเปลี่ยนแปลงและต้องมีคณะ อย่างที่ท่านชวลิตขอประทานโทษที่เอ่ยนามที่บอกว่าจะต้องมีคณะกรรมการ ก็เห็นด้วย เพราะหลักการตรวจสอบอำนาจนี้ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับ วิ. อาญาด้วย วิ. อาญาไม่ได้ให้พนักงานสอบสวนเป็นคนสั่งฟ้อง วิ. อาญาให้พนักงานอัยการเป็นคนสั่งฟ้อง เราก็ต้องยืนหลักนี้ครับ เมื่อวานคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาประมวลกฎหมายอาญา เรื่องทำแท้งก็ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นไปได้ที่อาจจะขัดหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะฉะนั้นเรียนว่าผมเห็นด้วยกับรายงานนี้ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบคุณครับ