ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายแสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ. กสทช. ฉบับใหม่ โดยตั้งข้อสังเกตถึงการปรับโครงสร้างและกระบวนการสรรหากรรมการที่อาจขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายเดิม พร้อมเสนอให้ทบทวนบทบัญญัติด้านคุณสมบัติผู้สมควรเป็นกรรมการให้ชัดเจน เป็นธรรม และหลีกเลี่ยงปัญหาการตีความที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมขอบคุณท่านประธาน ที่ได้อนุญาตให้ผมมีส่วนร่วมในการพิจารณาในวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้ฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของรัฐบาล ของคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอ ผมต้องขอบคุณท่านอาจารย์ดอกเตอร์วิษณุเป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้เกียรติกับสภา เป็นครั้งที่ ๔ ที่ท่านได้มาแถลงหลักการและเหตุผลของกฎหมาย ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาของพวกเรา ภูมิใจครับ อย่างน้อยก่อนปิดสมัยปีที่ ๒ สมัยที่ ๑ ก็มีกฎหมายเข้าสู่สภา สมัยที่แล้วเรามีอยู่แค่ ๒ ฉบับ สมัยนี้อีก ๒ ฉบับ ก็ถือว่าเป็นหน้าเป็นตา สมฐานะหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเรา เพราะหน้าที่หลักเราคือพิจารณากฎหมายก็เป็น ที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีกฎหมายเข้ามาพิจารณาเลย กฎหมายส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของ การแก้ไขเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพ ผมฟังหลักการและเหตุผลที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอแถลงต่อสภาแห่งนี้ในหลักการมีทั้งหมดอยู่ ๖ เรื่องครับ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายเดิมที่ออกเมื่อปี ๒๕๕๓ มีการแก้ไขเพิ่มเติมไป ๑ ครั้งในปี ๒๕๖๐ และปีนี้เข้าใจว่า เป็นฉบับที่ ๓ ถ้าผ่านรัฐสภาทรงลงพระปรมาภิไธยและโปรดเกล้าประกาศในราชกิจจานุเบกษา น่าจะเป็นฉบับที่ ๓ ในหลักการ ๖ ข้อ ผมขออนุญาตกล่าวย่อ ๆ อย่างนี้นะครับ ในเรื่องที่ ๑ เป็นการแก้ไขโครงสร้างของตัวคณะกรรมการ กสทช. เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ มีบทมาตรารองรับในมาตรา ๖ มาตรา ๑๔/๑ และมาตรา ๑๔/๒ เรื่องที่ ๒ เป็นการแก้ไข ลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการ ก็คือแก้ไขมาตรา ๗ เดิม อันนี้จำเป็นอย่างยิ่งครับ เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดให้ท่านประธานครับ และเรื่องที่ ๓ เป็นการปรับปรุงลักษณะของ ผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ และเรื่องต่อไปเป็นเรื่องของกระบวนการการสรรหา การคัดเลือกการแต่งตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นเป็นเหตุผลที่ทาง ครม. นำมาเสนอต่อสภา ต้องการปรับปรุงเพราะมีปัญหา และข้อสุดท้ายเป็นการกำหนดให้กรรมการมีหน้าที่และ อำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิ เข้ามาสมัครเป็นกรรมการ รวมทั้งคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของตัวกรรมการสรรหาด้วย อันนั้นคือเป็นหลักการ ดูเหตุผลนะครับ ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องแก้คือเกิดสภาพปัญหา ในการปฏิบัติในเรื่องการสรรหาการคัดเลือกบุคคลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ตรงนี้เป็นเหตุผลหลักและมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติลักษณะ ต้องห้ามของตัวกรรมการ เสมือนที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปว่า กรรมการชุดที่อยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ มามีบทเฉพาะกาลรองรับในมาตรา ๑๐ ให้คงอยู่ต่อไป ถ้าสรรหาไม่ได้ ปัญหาที่อยู่ยาวไม่ใช่ความผิดของกรรมการครับ เป็นปัญหาของกระบวนการ การสรรหาท่านก็ออกกฎหมายมาแก้ไข แต่ผมดูไปในตัวบทนะครับท่านประธานที่ผมจะ ลงรายละเอียดให้ประธานได้ดูได้รับทราบครับ ตอนแรกผมคล้อยตามว่าผมจะรับหลักการ เมื่อดูในตัวบทแล้วผมสงสัยว่าจะรับหลักการได้หรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธาน ลงไปในรายละเอียด มาตรา ๖ เป็นการปรับปรุงโครงสร้างแก้ไขมาตรา ๖ เดิม โครงสร้าง กรรมการเดิมมี ๗ คน กฎหมายเดิมได้เขียนไว้ชัดว่า ๗ คนนี้ประกอบด้วย ๗ ด้าน เขียนไว้ชัด ในกฎหมายระบุเลยขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านครับ จำนวน ๗ คนซึ่งแต่งตั้งจาก ผู้มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ เรื่องที่ ๑ ครับ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านกิจการกระจายเสียง ๑ ด้านโทรทัศน์ ๑ ด้านกิจการโทรคมนาคมอีก ๑ ด้านวิศวกรรม ๑ ด้านกฎหมาย ๑ ด้านเศรษฐศาสตร์และด้านคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของ พี่น้องประชาชน ด้านละ ๑ คนกฎหมายบัญญัติครับ ในร่างใหม่เป็นการเปิดกว้างมากครับ ไม่ระบุในกฎหมาย ระบุจำนวนไว้ว่า ๗ คน ด้านต่าง ๆ ให้กรรมการสรรหาไปกำหนดด้าน เขียนรองรับในมาตรา ๑๔/๑ ให้กรรมการสรรหาซึ่งเป็นองค์คณะหนึ่งที่มีปัญหาในการตีความ ส่งให้ทางวุฒิสภาพิจารณาบุคล ตีตกหมดครับ กรรมการสรรหาไปกำหนดด้านและกำหนด คุณลักษณะเฉพาะด้าน ผมอ่านมาตรา ๖ ฉบับใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมตีความค่อนข้างยากมาก ผมไม่ใช่นักกฎหมายท่านประธานครับ แต่ชอบอ่านชอบเรียนรู้ ผมขออนุญาตอ่านมาตรา ๖ ให้ท่านประธานฟังเลยครับว่าเมื่อตีความจะมีปัญหามากกับการนำไปสู่การปฏิบัติ เดิมขนาด ที่เราเขียนชัด ๆ อย่างนี้เป็นกฎหมายที่ผ่านรัฐสภา ลงพระปรมาภิไธยไปตีความยังมีปัญหาเลยครับ แต่เปิดช่องกว้างอย่างนี้ว่ากรรมการสรรหาไปกำหนดด้านต่าง ๆ จากที่เคยไปอิงในกฎหมายเดิม เขียนอย่างนี้นะครับ จำนวน ๗ คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๗ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ คนที่จะมาเป็นกรรมการ ต้องด้วยมาตรา ๗ ๒. มีความรู้ และ ภาษากฎหมายใช้คำว่า และ ๑. ต้องด้วยมาตรา ๗ ๒. และมีความรู้ความเชี่ยวชาญ เรื่องที่ ๒ รู้และเชี่ยวชาญด้วย ๓. และครับ และประสบการณ์บวกเข้าไปกฎหมายเดิมไม่มีครับ และประสบการณ์ด้านกิจการกระจายเสียง ด้านกิจการโทรทัศน์ ด้านกิจการโทรคมนาคม หรือด้านอื่น ๆ ที่ยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. กว้างมากนะครับ ความหมาย กรรมการ ๑ คนต้องมีคุณสมบัติ ๑. เป็นไปตามมาตรา ๗ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ต้องตีความอย่างนั้นครับ ทีนี้ไปดูมาตรา ๑๔/๑ กฎหมายเขียนเพื่อให้นำสู่ การปฏิบัติว่าก่อนที่จะประกาศให้เป็นไปตามมาตรา ๖ กรรมการสรรหาก่อนที่จะดำเนินการ ประกาศให้รับสมัครตามมาตรา ๑๕ ให้กรรมการสรรหากำหนดด้านที่จะดำเนินการสรรหา เป็นกรรมการตามมาตรา ๖ กำหนดลักษณะเฉพาะที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านนั้น ๆ และกำหนดออกมาให้ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปครับ สาระสำคัญที่มีกฎหมายเดิมถูกเปลี่ยนไปเติมเข้ามาในแต่ละด้านทั้งหมด ๗ ลักษณะครับ เป็นลักษณะเฉพาะ ๗ ลักษณะ เติมเรื่องประสบการณ์เข้ามาใน (๖) มีประสบการณ์ด้านกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี เติมมาใหม่ แล้วก็มีประสบการณ์ด้านอื่น ๆ ที่ยังประโยชน์ให้กับการเป็นกรรมการ กสทช. อีกไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี รวมกันด้านอื่น ๆ อันนี้เติมเข้ามา มาดูในมาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๔/๒ ขออนุญาต ท่านประธาน ในมาตรา ๑๔/๑ พูดถึงสิ่งที่จะต้องดำเนินการตามมาตรา ๖ ไปกำหนดด้านต่าง ๆ มาตรา ๑๔/๒ เขียนกำหนดเป็นลักษณะเฉพาะว่าต้องมี ดูมาตรา ๖ มาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๔/๒ ในความเห็นผมนี่ค่อนข้างย้อนแย้งกัน สิ่งที่จะได้ กสทช. มาในยุคใหม่นี่นะครับ ผมไม่แน่ใจว่า การเขียนมาตรา ๑๔/๒ แล้วให้โอกาสกรรมการสรรหาไปกำหนดด้านต่าง ๆ ในมาตรา ๑๔/๑ จะทำให้กระบวนการสรรหาที่มีปัญหามาก วุฒิสภาให้ความเห็นชอบไม่ได้ มีปัญหามากกว่าเดิม หรือไม่ ผมตั้งข้อสังเกตเลยครับ มีปัญหามากกว่าเดิมแน่นอน ผมยกตัวอย่างภาคเอกชนที่จะ มาเป็นกรรมการต้องเป็นระดับรองกรรมการผู้จัดการที่มีงานด้านกิจการของวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ที่มีมูลค่าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ๕๐๐ ล้านบาท มีสักกี่คนที่เข้าได้ ประสบการณ์ ๒๐ ปีมีสักกี่คนที่เข้าได้ ๒๐ ปีนะครับ เอาว่าคนเก่งที่สุด ตอนอายุ ๔๐ ปี นี่ ๖๐ ปีครับ กรรมการชุดนี้อายุจะ ๖๐ ปีขึ้นไปทั้งหมดเลย ทันสมัยไหมครับ คนหนุ่ม ๆ ที่มีโอกาสมีความรู้ความสามารถเก่ง ๆ ทางด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเรื่องของ กสทช. ที่ท่านจะทำให้มันครอบคลุมทั้งหมดปิดกั้นเขาหมดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในการกำหนดตัวโครงสร้างก็ดี ลักษณะคุณสมบัติก็ดีใน ๓ มาตรานี้ ผมคิดว่า มีปัญหาในการนำสู่ปฏิบัติอย่างแน่นอน
เรื่องต่อไปครับ ก็เป็นเรื่องที่จริง ๆ ไม่อยากจะนำเรียนท่านประธานมาก แต่ว่ามันก็เป็นความผิดพลาดบกพร่องของพวกเรากันเองที่ออกกฎหมายเมื่อปี ๒๕๕๓ ท่านประธานเอง ผมเอง หลายคนอยู่ในสภานี้มีความรับผิดชอบ มาอ่านแล้วก็เป็นสิ่งที่น่าจะ ไม่ให้อภัยตัวเอง ท่านประธานครับ คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ คนจะเป็น กรรมการ (๗) ท่านประธานครับ เป็นลักษณะต้องห้าม เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่า กระทำความผิดใด ๆ ฝากกฤษฎีกาด้วยเพราะท่านเป็นคนที่กลั่นกรองให้พวกเรา เว้นแต่เป็น ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ข้อความสำคัญครับ ความผิดใด ๆ เว้นแต่เป็นการกระทำ โดยความประมาท ความผิดลหุโทษ อันนี้ไม่ว่ากันใช้ประจำมีเขียนในรัฐธรรมนูญครับ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท เป็นไปได้อย่างไร เราปล่อยออกมาได้อย่างไรครับ ความผิด ฐานหมิ่นประมาทอยู่ในมาตรา ๗ เดิม จำเป็นที่สุดก็เลยต้องมาแก้ใหม่ในฉบับนี้บอกว่า เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุก เขียนให้ชัดครับ ให้จำคุกนะครับ อันเดิมนี่ แค่พิพากษาถึงที่สุดไม่จำคุกก็ได้ แต่อันใหม่ต้องจำคุกครับ เว้นแต่นี่สำคัญมาก เอาเฉพาะ โดยประมาทหรือผิดลหุโทษเท่านั้นที่จะได้รับการผ่อนปรนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็เขียนอย่างนี้ครับ สิ่งที่ผมต้องยกมาที่นำเรียนท่านประธานก็เป็นเพียงแต่ย้อนไป ในอดีตว่าพวกเราเองบางครั้งก็ประมาทเลินเล่อ ทำให้นำสู่การปฏิบัติของกฎหมายที่จะใช้ บังคับมีปัญหา
เรื่องต่อไปครับ สิ่งที่ผมเองต้องนำเรียนท่านประธานคือเรื่องของการวินิจฉัย ปัญหาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครมาเป็นกรรมการ กฎหมายให้อำนาจกรรมการสรรหา วินิจฉัย ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติเป็นหน้าที่และอำนาจของกรรมการสรรหาวินิจฉัย รวมทั้งคุณลักษณะของตัวกรรมการสรรหาด้วยที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๕/๑ ผมอ่านแล้ว ผมไม่แน่ใจ ผมฝากช่วยพิจารณาด้วย ถึงแม้จะเขียนบังคับไว้ว่าถ้าจะมีการพิจารณาในเรื่องนี้ ตัวกรรมการสรรหาท่านนั้นต้องไม่อยู่ในที่ประชุม ชอบไหมครับ กรรมการสรรหาถูกแต่งตั้งมาจาก อีกองค์กรหนึ่ง เมื่อเป็นกรรมการสรรหาแล้วก็มาวินิจฉัยคุณสมบัติของตัวเองกรณีถูกร้องว่า คุณไม่มีคุณสมบัติครบที่จะเป็นกรรมการสรรหา กรรมการสรรหาท่านอื่นมาวินิจฉัยว่าใช่ หรือไม่ จริงตามที่เขาร้องหรือเปล่า มาตรานี้ผมฝากท่านประธานไปยังผู้เสนอกฎหมายครับ หรือกรรมาธิการที่จะไปพิจารณาว่าเราควรจะแก้ไขอย่างไร โดยสรุปครับ ด้วยหลักการ และเหตุผลที่ส่งมาผมถือว่าเป็นเรื่องดี แต่มาดูในตัวบทแล้วมันจะไม่สามารถแก้ไขปัญหา ที่ท่านคิดว่าเป็นปัญหาได้ วุฒิสภาตีตกไป ๑๐ คน ๑๔ คนจากเสนอมา ๒๒ คน ชุดที่จะเลือก เป็นกรรมการ กสทช. ชุดที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่ามีการตีความตามกฎหมายคลาดเคลื่อนของ กรรมการสรรหาก็จำเป็นต้องตีตกไป เช่น คำว่านิติบุคคลจะต้องเป็นองค์กรไหม อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรรมาธิการไปพิจารณาให้ถี่ถ้วน ผมมั่นใจว่าสภาแห่งนี้รับหลักการครับ ก็ไปปรับปรุงแก้ไขกันต่อไปในชั้นของกรรมาธิการ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเองอาจจะสงวนสิทธิว่าผมอาจจะงดออกเสียงในชั้น รับหลักการ ขอบพระคุณท่านประธานครับ