ณัฐวุฒิ แจงห่วง กสทช. เดิมพันยืด-เน็ตชายขอบไม่คุ้มค่า-คุ้มครองผู้บริโภคริบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ แสดงความยินดีกับ กสทช. จากความสำเร็จในการประมูลคลื่นความถี่ 5G ที่สร้างรายได้รัฐกว่า 100,000 ล้านบาท แต่ก็ตั้งข้อกังวลต่อความมั่นคงของคณะกรรมการที่ดำรงตำแหน่งยาวนาน พร้อมตั้งคำถามถึงผลกระทบทางการเงินของรัฐจากการขยายเวลาและการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการภายใต้ประกาศของ คสช. ซึ่งอาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมและเกิดความไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาความคืบหน้าและประสิทธิภาพของโครงการเน็ตชายขอบที่มีข้อร้องเรียนจากพื้นที่จำนวนมาก รวมถึงเรียกร้องให้คงบทบาทการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพประชาชนไว้ในร่างกฎหมาย กสทช. โดยไม่เปิดช่องให้กำหนดเงื่อนไขกว้างเกินไป

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธาน ที่เคารพกระผมขอแสดงความยินดีกับ กสทช. ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ท่านประมูล ๕ จี (5G) ได้เงินเข้าประเทศถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

เรื่องที่ยินดีเรื่องที่ ๒ ยินดีกับความมั่นคงยาวนานของคณะกรรมการ กสทช. ชุดนี้ ท่านอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ยั่งยืนมาถึงปี ๒๕๖๓ และท่านยังจะมั่นคงต่อไปภายใต้ พระราชบัญญัติที่เสนอในวันนี้ในมาตรา ๑๐ ท่านรองนายกรัฐมนตรี มาตรา ๑๐ ท่านมั่นคง แน่นอน บอกว่ายังคงดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่รู้อีกกี่ปีกว่าจะมีการสรรหา คณะกรรมการชุดใหม่เกิดขึ้น ความมั่นคงนำมาเป็นเรื่องที่ผมกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง ๑ เรื่อง นั่นก็คือการดำรงวัตถุประสงค์ของการเป็นองค์กรอิสระ ของการเป็นองค์กรสาธารณะที่ดูแล ผลประโยชน์ของประเทศชาติมหาศาล ผมขอฝากให้ท่านระลึกอยู่เสมอว่าท่านเป็นองค์กร ที่จัดตั้งขึ้นไม่ได้มาสนับสนุนทางการเมืองต่อพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ขอให้ท่าน ระลึกอยู่เสมอว่าท่านไม่ได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น อันนี้จะทำให้องค์กร กสทช. เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมมีคำถาม อยู่ ๒-๓ คำถาม คำถามแรกประกาศ คสช. ฉบับที่ ๗๖/๒๕๕๙ ขยายเวลาตั้งแต่งวดที่ ๔ ไปครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๙/๒๕๖๑ เอื้อผลประโยชน์มหาศาลให้กับ ผู้ประกอบการหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการสุจริต มาตรการ พักชำระหนี้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ กับ ๑๖ บริษัท รวม ๑๙ ใบอนุญาต สนับสนุนค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์อีก ๓๑๒ ล้านบาท ถามรวม ๆ นะครับว่าทั้ง ๒ คำสั่ง ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ของ กสทช. ไปจำนวนเท่าไรแน่ ผมนึกถึงพี่น้องเกษตรกรของผม ยกตัวอย่างง่าย ๆ ขณะนี้ผลผลิตอ้อยที่เคยปลูกได้ปีละ ๑๓๐ ล้านตัน ปีนี้ด้วยปัญหาภัยแล้ง เหลือเพียงน่าจะ ๗๐ ล้านตันเศษ ๆ เท่านั้น ส่งผลกระทบกับใครครับ ผู้ประกอบกิจการอ้อย ทั้งหมดครบวงจรเลย โรงงานน้ำตาลก็ไม่มีอ้อยจะไปหีบเป็นน้ำตาล ถามว่าอย่างนี้จะบรรเทา เขาอย่างไร เราสามารถบรรเทาบริษัทใหญ่ ๆ ผู้ประกอบกิจการใหญ่ ๆ เกษตรกรที่ประสบ ปัญหาภัยแล้งขณะนี้เราไปบรรเทาเขาอย่างไร เป็นพัน ๆ เป็นหมื่น ๆ ล้าน ทำให้เขาได้บ้างไหม ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตเรียนถามนะครับว่าทั้งหมดทั้งสิ้นท่านสูญเสียรายได้ ไม่ใช่ รายได้ของ กสทช. นะ นี่เป็นรายได้ของประเทศนะครับ

คำถามที่ ๒ โครงการเน็ต (Net) ชายขอบ โครงการเน็ต (Net) ชายขอบ ที่ท่านดำเนินการอยู่จำนวนถึง ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน ท่านดำเนินการไปแล้วถึงไหน อย่างไร และมันให้ความสะดวกต่อหมู่บ้านชายขอบเขาจริงไหมในการไปติดตั้งแต่ละจุดแต่ละที่ มีเสียงบ่นมาจำนวนมากทีเดียวเรื่องเน็ต (Net) ชายขอบ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะในพระราชบัญญัติ ที่มีการแก้ไขในวันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๖ คุณสมบัติ มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว ผมเพิ่มเติมอย่างนี้นะครับ กสทช. นี้ดูแลคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ ท่านยังเขียนเป็นผลงานสำคัญของท่านไว้เลย ท่านเขียนไว้อย่างนี้ การคุ้มครองประโยชน์ ของผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ท่านต้องไป ส่งเสริมความเข้มแข็งของผู้บริโภค การสร้างเครือข่ายร่วมมือ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ ผู้บริโภค จนกระทั่งการที่ผู้บริโภคสื่อบางส่วนกลายเป็นผู้ผลิตสื่อทำให้เป็นเรื่องที่ต้อง ให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นผู้บริโภคมีส่วนเป็นหัวใจสำคัญ แล้วถามว่ามาตรา ๓ แก้ไข มาตรา ๖ ท่านตัดส่วนนี้ออกไปได้อย่างไรครับ คุณสมบัติท่านต้องมีด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ท่านตัดส่วนนี้ออกไปได้อย่างไรครับ ซึ่งเป็น สาระสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นหัวใจที่ท่านผูกโยงกับประชาชน เป็นหัวใจที่ กสทช. ผูกโยงกับ ผู้บริโภคโดยตรง อย่างน้อย ๆ ต้องมี ถ้าท่านตัดในส่วนวิศวกรรมออกไป ตัดด้านกฎหมาย ออกไป ตัดด้านเศรษฐศาสตร์ออกไปไม่เป็นไร แต่ ๒ ส่วนนี้ต้องยังอยู่ครับ คุ้มครองผู้บริโภค ต้องยังอยู่นะครับ กับส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน มี กสทช. ท่านหนึ่งที่เป็นกรรมการ เราเสียดายท่านอย่างยิ่งนะครับ คุณสุภิญญา กลางณรงค์ เสียดายท่านต่อสู้เรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับกลุ่มผู้บริโภค ให้กับสื่อสารมวลชน ตลอดมา อันนี้เป็นผลงานเด่น ๆ ถามว่าตรงนี้ท่านต้องไปแก้ไขให้มีกลุ่มนี้ ท่านอย่าไปกำหนด กว้าง ๆ ผู้มีประสบการณ์หรือด้านอื่น ๆ แล้วไปกำหนดในมาตราต่อไปในมาตรา ๕ แก้ไข มาตรา ๔/๑ มันเหมือนกับเซ็นเช็คเปล่าให้ท่านไป อย่าลืมครับว่าท่านเป็นองค์กรสาธารณะ กระผมก็ขออนุญาตกราบเรียน ผมคงจะต้องแปรญัตติเข้าไปในช่วงที่มีการตั้งกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ