ภาสกร ตั้งข้อสังเกต 5G ชี้โปร่งใส-ต้นทุน-แข่งขันน่าห่วง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ภาสกร เงินเจริญกุล แสดงความเห็นต่อผลการวิเคราะห์ผลกระทบของร่างกฎหมาย โดยตั้งข้อสังเกตถึงการระบุว่าไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม แต่เห็นว่ามีผลดีต่อสังคมจากการได้กรรมการ กสทช. ที่มีความรู้และประสบการณ์เหมาะสม พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการประมูลคลื่นความถี่ 5G ความเสี่ยงต่อต้นทุนบริการที่อาจเพิ่มขึ้น และการขาดการแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งอาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่า รวมถึงกังวลว่าความได้เปรียบของภาคเอกชนอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการสูงขึ้นในระยะยาว

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรี ผู้ชี้แจง และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตท่านประธาน ใช้เวลาไม่มากในการที่จะเสนอมุมมองอีกมุมมองหนึ่งที่เพื่อน ๆ สมาชิกพูดเรื่องเกี่ยวกับ กฎหมายไปมากแล้ว ทีนี้ผมก็มาดูในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมาย ทีนี้มีข้อหนึ่งโดยเฉพาะข้อ ๘ ข้อ ๘ นี่เขาบอกว่าผลกระทบโดยรวมที่อาจเกิดจากกฎหมาย ก็ประกอบไปด้วย ๔ ข้อ

ข้อ ๑ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่มี

ข้อ ๒ ผลกระทบต่อสังคมมีผลกระทบในเชิงบวก โดยจะได้กรรมการ กสทช. ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช.

ข้อ ๓ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาวะ ไม่มี

ข้อ ๔ ผลกระทบอื่นที่สำคัญ ไม่มี

ทีนี้ผมอยากเสนอมุมมองแบบนี้ครับ ผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่าจริง ๆ กระทบ กับเศรษฐกิจแล้วมันไม่มีเลย ก็เลยอยากจะบอกมุมมองแบบนี้ครับว่าเราเพิ่งประมูล ๕ จี (5G) ผ่านไป ก็ดีใจที่เราจะได้ ๕ จี (5G) ใช้กันในปีนี้แล้ว เป็นกลุ่มประเทศแรกที่ได้ใช้ ๕ จี (5G) ในโลก ในขณะที่ ๓ จี (3G) ๔ จี (4G) เราเป็นประเทศที่ได้ใช้ล้าหลังกว่าเขาประมาณ ๔ ปี อัป (Up) ขึ้นไปแล้วแต่ครับ ทีนี้ ๕ จี (5G) มันเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศจริง ๆ โดยเฉพาะ เทคโนโลยีหรือผลประโยชน์มันไปลงเกี่ยวกับทางอุตสาหกรรมในภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็จะเห็นวิวัฒนาการที่เราจะไปกันอยู่แล้วสมาร์ต ซิตี (Smart city) เมืองอัจฉริยะ สมาร์ต (Smart) เทคโนโลยีต่าง ๆ เราจะได้เห็นกัน ด้วยเทคโนโลยี ๕ จี (5G) ทีนี้ผมอยากให้มุมมอง จากประชาชนคนหนึ่งที่เราเป็นตัวแทนว่า ๕ จี (5G) มันเป็นอย่างไร มันกระทบต่อเศรษฐกิจ กระทบต่อชีวิต กระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนคนไทยและประโยชน์ของประเทศชาติอย่างไร ๕ จี (5G) เราจะเห็นอย่างนี้ครับ ถ้าเกิดอนาคตเราก็จะเห็นแล้วว่าวันหลังเอาโรบอต (Robot) มาแทนคน การคมนาคมหรือรถยนต์ก็ไร้คนขับเราเห็นแน่ ๆ แล้วก็สื่อสารผ่านคลาวด์ (Cloud) คอนโทรล (Control) กันผ่านอย่างนี้โลจิสติกส์ (Logistics) อาจจะใช้โดรน (Drone) ยิงกันเลย การศึกษาหรือการแพทย์เราก็จะเห็นวิวัฒนาการที่มันต่างจากสมัยนี้แน่นอน ผมเชื่อแบบนั้น แต่อยากจะมองแบบนี้ครับ การที่เกิดการประมูล ๕ จี (5G) ด้วยคลื่นความถี่ ที่ กสทช. เพิ่งประมูลกัน มีคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ตัว ๑๘๐๐ ๒๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็ ๒๖ กิกะเฮิรตซ์ คลื่นที่ประมูลกันได้ก็คือตัว ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์แล้วก็ ๒๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็ ๒๖ กิกะเฮิรตซ์ ทางเทคนิคคงไม่พูดถึงว่าแต่ละตัวต่างกันแล้วไปใช้อย่างไรได้บ้าง แต่อย่างนี้ครับ ที่ประมูลได้ไปประมาณ ๑๐๐,๐๗๐ ล้านบาท ถ้าตัวเลขผมจำไม่ผิดประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมอยากให้มุมมองแบบนี้ครับ คลื่นวิทยุ ณ วันที่เราใช้ ๓ จี (3G) ๔ จี (4G) มันก็คงยังไม่กระทบกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมหรือที่เราจะกันกันไปสักเท่าไรนัก แต่ ๕ จี (5G) เยอะมาก ฉะนั้นการประมูลในส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับการประมูลคลื่นเท่าไร ถ้าประมูลแล้วมันมีอะไรที่ชัดเจนแล้วประเทศชาติ ประชาชนได้ประโยชน์ อันนี้ยินดีครับ กฎหมายจะแก้ ถ้ามันไม่ดีก็แก้ แล้วถ้าแก้แล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน ก็แก้เลย ทีนี้มุมมองกลับมาอีกนิดหนึ่งว่าทำไมผมถึงบอกว่ามันประมูลแล้วไม่ดีอย่างนี้ครับ คือการประมูลคราวนี้ผมไม่เห็น ที่ผ่าน ๆ มาผมยังเห็นว่ามันมีการบอกว่าประมูลแล้ว ค่าบริการจะอยู่สักเท่าไร จะไม่เกินอย่างนี้อย่างนั้น คราวนี้ไม่เห็น เห็นข้อมูลจากสื่อเท่าที่เห็น ก็จะเห็นแค่ว่าการประชุมจะมีห้องอันมิดชิด มีจำนวนคนประมาณเท่านี้ ใครเข้าไปแล้ว ออกไม่ได้ต้องมีตัวแทนเท่านั้น มันก็เลยเกิดการประมูลแล้ว กสทช. ก็ได้รายได้ไป มีรายได้ เข้ามาประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นในมุมมองของผมก็คือว่าพอเราประมูล เข้าไปแบบนี้ปัญหาคือว่าผู้ให้บริการหรือค่ายผู้ให้บริการเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) ทั้งหลายมันก็คือต้นทุน พอเป็นต้นทุนเขาก็ต้องคำนวณลงไปในสินค้าหรือบริการ ที่จะให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ใช้ทั่วไปก็ได้รับหมด ณ วันนี้ลองสังเกตเราไม่เห็นแล้วว่าค่ายไหน ตัวไหนมันจะอัดราคาแข่งกัน เพราะมันไม่เกิด การแข่งขันสมบูรณ์แล้ว ราคาทุกค่ายลองไปดู ผมว่าแทบจะไม่ต่างกันเลย เราก็คงต้องเลือก ตามสิ่งที่เราคิดว่าเหมาะสมกับเรา บางคนอาจจะมองในมุมของแถวบ้านเราก็ครอบคลุมดี ก็ใช้เถอะ ถึงมีปัญหาก็ไม่เป็นไรก็ทนกันไปนิดหนึ่ง หรือถ้าไม่ดีเราก็ย้ายค่าย ฉะนั้นเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) ทำอย่างเดียวครับ รักษาลูกค้าตัวเองให้ได้เท่านั้น ผมกลัวเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๑ คือเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าค่าบริการมันจะเป็นอย่างไร เพราะมันก็ต้อง เป็นต้นทุนสำหรับค่าบริการที่เราจะเจอในอนาคตแน่ ๆ

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าพอ ๕ จี (5G) ประโยชน์ที่แท้จริงมันตกกับเทคโนโลยี ตกกับอุตสาหกรรม ตกกับภาคเอกชนที่จะต้องเอาไปใช้พัฒนาเพื่อจะมาขายบริการ ขายสินค้า ขายเซอร์วิส (Service) ให้กับเรา ๆ ท่าน ๆ และทุกคนที่ได้ใช้กัน นั่นหมายความว่าต้นทุน ในการผลิตสินค้าเขาก็สูงขึ้นเช่นกันนะครับ แสดงว่าเราก็มีต้นทุนแฝงแบบนี้