นิคม บุญวิเศษ วิพากษ์ร่างแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. โดยคัดค้านการตัดบทบาทผู้ทรงความรู้ด้านสิทธิเสรีภาพและประชาชน รวมถึงตั้งข้อสังเกตต่อการประมูลคลื่นความถี่และการโอนสิทธิใช้คลื่นที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการและทายาท นอกจากนี้ยังคัดค้านการล็อกสเปกกรรมการผ่านข้อกำหนดให้ต้องเป็นนายทหารหรือนายตำรวจยศสูง และการกำหนดประสบการณ์ 20 ปี ซึ่งปิดกั้นคนรุ่นใหม่ พร้อมเสนอให้ปรับเกณฑ์ให้เป็นธรรมและเปิดโอกาสให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมรับรองการสรรหาเพื่อเพิ่มความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราได้มีการอภิปรายเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และ โทรคมนาคม ปี ๒๕๓๕ เท่าที่ผมได้นั่งอ่านผมก็เห็นข้อบกพร่องหลายประการที่ควรจะมี การอภิปรายเพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้ได้พิจารณาร่วมกัน เราได้มีการสรรหา คณะกรรมการ กสทช. ขึ้นมา โดยที่รัฐธรรมนูญได้มีเจตนารมณ์ดังนี้ รัฐธรรมนูญเขาบอกว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นองค์กรอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กร ของรัฐองค์กรหนึ่งก็คือ กสทช. ที่เราเรียกว่า องค์กรอิสระ หลายท่านอาจจะเข้าใจผิดว่า เป็นองค์กรอิสระเหมือน ป.ป.ช. เหมือน กกต. จริง ๆ ไม่ใช่ กสทช. เป็นองค์กรของรัฐที่ไม่ขึ้นตรง กับกระทรวง ทบวง กรมใด ไม่ขึ้นตรงกับกระทรวงกลาโหม ไม่ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย ไม่ขึ้นตรงกับกระทรวงใดเลยครับ เพราะเขามีเจตนาให้องค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระ ไม่ให้รัฐบาล มาเป็นผู้กำกับองค์กรนี้เพื่อให้มันมีความเป็นกลาง ถ้าเกิดองค์กรนี้ไปอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ รัฐบาลในขณะนั้นก็สามารถบังคับ สามารถชี้นำ กสทช. ได้ เขาต้องการให้องค์กรนี้เป็นกลาง จริง ๆ ถ้ารัฐบาลมาครอบงำได้มันก็จะเกิดความเสียหาย เกิดข้อได้เปรียบ เนื่องจากว่า กสทช. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องคลื่นความถี่ เรื่องการประมูลคลื่น เรื่องสื่อต่าง ๆ นั้น เขาไม่ต้องการให้รัฐบาลมาครอบงำสื่อก็เลยตั้งองค์กรนี้ขึ้นมา เขาเรียกว่า องค์กรของรัฐ ที่เป็นองค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง ทำหน้าที่อะไรครับ ทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรนี้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปี ๒๕๓๕ มีการร่าง พ.ร.บ. นี้ขึ้นมาในครั้งแรก จนสุดท้าย ก็เกิดองค์กรนี้ขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้มีการทำงานกันมาอย่างยาวนาน จนในปัจจุบันนี้องค์กรนี้ คณะกรรมการได้หมดอายุแล้ว แต่มีคำสั่ง คสช. ให้ต่ออายุมาจนถึงปัจจุบันนี้ และวันนี้เราจะ มาช่วยกันแก้พระราชบัญญัติองค์กรนี้ให้มันดียิ่งขึ้น ตามที่ผมได้นั่งอ่านในส่วนที่ควรจะแก้ ท่านไม่แก้มา ผมขอยกตัวอย่างครับ พระราชบัญญัตินี้บอกว่าให้มีการประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งผมได้พูดหลายรอบที่ผ่านมาว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์ สาธารณะ การที่เอาคลื่นความถี่มาประมูล ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง และคลื่นความถี่ไม่ใช่ของ กสทช. การที่ กสทช. เอาคลื่นความถี่มาประมูลได้เงินเป็นหมื่นล้านบาท เป็นแสนล้านบาท โดยเฉพาะ ที่ผ่านมาประมูล ๕ จี (5G) ได้แสนกว่าล้านบาท บอกว่าจะเอาเงินเข้ารัฐเป็นแสนกว่าล้านบาท จริงอยู่ครับกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น แต่ท่านไปดูกฎหมายของต่างชาติสิครับ คลื่นความถี่ เขาไม่มีการประมูลหรอกครับ เขาต้องการเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อประชาชนทั้งหมด เพราะถ้ามีการประมูลแพงเท่าไร ก็จะผลักภาระให้ประชาชนมากเท่านั้น อีกข้อหนึ่งที่ควรจะ แก้ไขก็คือควรจะมีการโอนถ่ายคลื่นความถี่นั้นโอนสิทธิได้ ซึ่งปัจจุบันนี้คลื่นความถี่ไม่สามารถ โอนสิทธิได้เกิดปัญหาจนปัจจุบันนี้ ผมยกตัวอย่างครับ สถานีวิทยุสถานีหนึ่งมีการจดทะเบียน เป็นนิติบุคคลได้ใบอนุญาตจาก กสทช. ถึงแม้จะเป็นใบอนุญาตชั่วคราวก็ตาม แต่ไม่สามารถ โอนกิจการเหล่านี้ให้กับทายาทได้ ไม่สามารถโอนกิจการนี้ให้กับบุคคลอื่นได้ถึงแม้ว่าเรา อยากจะเลิก แต่ก็ไม่สามารถเลิกได้ นี่คือสิ่งที่ควรจะแก้ไข แต่ตรงนี้กลับไม่แก้ ท่านก็มาแก้ตรงนี้ ท่านประธานครับเท่าที่ผมดูในข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในมาตรา ๖ นั้นท่านได้แก้ แต่ท่านได้ตัดสาระสำคัญออกเท่าที่ผมนั่งดู ท่านได้ตัดผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านวิศวกรรม ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านความคุ้มครองผู้บริโภค หรือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน นั่นหมายถึงว่าส่วนที่ยึดโยงกับประชาชนท่านตัดออก ถูกไหมครับ เห็นไหมครับ กรรมการ ที่ควรจะตั้งทั่วไปคือสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านตัดตรงนี้ออก ท่านไปใส่คำว่าด้านอื่น ๆ นั่นหมายถึงว่ากรรมการชุดนี้ท่านสามารถแต่งตั้งคนอื่นที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนออก ซึ่งตรงนี้ ผมไม่เห็นด้วย จริง ๆ แล้วควรจะเพิ่มด้านเกี่ยวกับประชาชนให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะที่ผ่านมา คณะกรรมการ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมี มีแค่คนเดียวเท่านั้นเอง ผมจึงคิดว่าควรจะมีการเพิ่มด้านนี้เข้าไปอีก โดยเฉพาะด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านสังคม ควรจะเพิ่มเข้าไปให้มาก ๆ ครับท่านประธาน เราไม่ต้องการให้คณะกรรมการ กสทช. นั้น มีแต่กลุ่มบุคคลเดิม โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นทหาร กลุ่มที่เป็นนายตำรวจใหญ่ ๆ หรือกลุ่ม ที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถไม่สามารถเข้าไปเป็น คณะกรรมการได้เลย เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น
อีกข้อหนึ่งครับท่านประธานที่แก้ไขก็คือใน (๔) ปรับปรุงลักษณะของผู้มีสิทธิ สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ มีการล็อกสเปก (Lock spec) ท่านประธานครับ ท่านไปดูในหน้าที่ ๑๔ ใน (๓) เขาแก้เป็นว่าผู้ที่จะมีคุณสมบัติจะต้องเป็นหรือเคยเป็นนายทหาร หรือนายตำรวจ ที่มียศตั้งแต่พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี พลตำรวจตรีขึ้นไป ซึ่งเดิมนั้นเขาจะเริ่มตั้งแต่ พันเอก นาวาเอก พลตำรวจเอก นั่นหมายถึงถ้าเราเริ่มตั้งแต่พลตรีเป็นการล็อกสเปก (Lock spec) เฉพาะคนที่มียศสูง ท่านอาจจะมองไว้แล้วท่านจะเอาใคร ซึ่งคนที่มียศระดับพันตรี พันเอกอะไรพวกนี้ ผมเชื่อว่ามีความรู้ความสามารถและคนรุ่นใหม่ที่เขาจะมียศเป็นพลตรี ผมเชื่อว่ายาก คนรุ่นใหม่นี้ยศจะน้อย แต่เขาจะมีความรู้ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น ผมจึงเห็นว่าตรงนี้ไม่ควรจะแก้ ควรจะเอาเหมือนเดิม
อีกประการหนึ่งที่ล็อกจริง ๆ ก็คือว่าใน (๖) มีประสบการณ์ด้านการบริหาร กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี ท่านประธานดูสิครับว่ามีใครบ้างที่จะมีประสบการณ์ทางด้านนี้ อย่างสม่ำเสมอติดต่อกัน ๒๐ ปี นอกจากคนเก่าเท่านั้น ท่านเขียนกฎหมายแก้ตรงนี้เพื่อที่จะ เอาคนเก่าใช่ไหม เอาพวกท่านใช่ไหม เดิมเขาเขียนไว้ว่าทำงานอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ผมเห็นด้วยกับอันเดิม ผมไม่อยากให้แก้ เพราะคำว่า ๑๐ ปีเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว นั่นหมายถึงว่าคนที่เขาทำงานมา ๕ ปี เขาทำงานมาอีก ๕ ปี รวมเป็น ๑๐ ปี เขามีสิทธิที่จะได้ แต่ท่านไปเขียนกฎหมายเพิ่มขึ้นไปเรื่อย สุดท้ายคนมาใหม่ไม่มีสิทธิที่จะเป็นกรรมการชุดนี้เลย เห็นไหมครับ คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยี ทางด้านดิจิทัลต่าง ๆ ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการชุดนี้ได้เลย เพราะเขียนล็อกสเปก (Lock spec) ไว้ว่า จะต้องมีประสบการณ์ ๒๐ ปี ข้อนี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในที่ประชุมช่วยกันดูในหน้า ๑๔ (๖) ผมอยากจะให้แก้ตรงนี้ว่าควรจะเป็น ๑๐ ปีเช่นเดิม ต่อมาในมาตรา ๑๕ ในหน้า ๑๔ เช่นกัน ท่านให้อำนาจเลขาธิการวุฒิสภาเป็นคนสรรหา เดิมกฎหมายเขาเขียนเช่นนี้ ผมจึงอยากจะแก้ ถ้าที่ประชุมเห็นด้วย อยากจะแก้ว่าให้เลขาธิการ วุฒิสภา และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้สรรหา ไม่เช่นนั้นราษฎรที่เลือก ส.ส. มา อย่างน้อย กรรมการชุดนี้จะต้องมีการยึดโยงกับประชาชนไม่มากก็น้อย ปรากฏว่าท่านให้สิทธิของ วุฒิสภาซึ่งไม่ได้เลือกมาจากประชาชนเป็นคนสรรหา ซึ่งผมคิดว่าข้อนี้ก็ควรจะมีการแก้ไข ฝากผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้พิจารณาด้วยครับ