วิรัช ชี้ กสทช. มีอำนาจบริหารแผ่นดิน ต้องมาจากการรับรองของวุฒิฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วิรัช พันธุมะผล ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการ กสทช. ที่ถูกเลื่อนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2559 โดยอ้างคำสั่งหัวหน้า คสช. ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทบความเป็นธรรมในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่ตามกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นประชาธิปไตย

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอเรียนท่านประธานว่าพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง ท่าน ส.ส. ฟังนะครับ กำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จึงเห็นได้ว่าการที่ กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาแล้ว เป็นอย่างไร และเดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะครับ ทีนี้เรามาดูกฎหมายครับ กฎหมาย มาตรา ๒๗ ได้เขียนไว้ให้อำนาจกรรมการ กสทช. อย่างมากมาย รวม ๒๙ รายการ เช่น (๒) บอกว่า กำหนดคลื่นความถี่ (๓) กำหนดลักษณะและประเภทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (๔) นี้สำคัญมาก พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ และเครื่องวิทยุคมนาคมในการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคม (๕) กำหนดหลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่ (๖) อันนี้สำคัญครับ พิจารณาอนุญาต และกำกับ ใช้คำว่า กำกับ นะครับ ดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (๗) พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้เลขหมายโทรคมนาคม อันนี้เยอะแยะครับ ทั้งหมด ๒๙ ผมคงไม่อ่านเดี๋ยวท่านประธานบอกหมดเวลา ผมขอผ่านครับ จากมาตรา ๒๗ จึงเห็นได้ว่า อำนาจ กสทช. นี้เป็นอำนาจบริหาร เป็นอำนาจบริหารแผ่นดิน ที่แท้จริง เพราะฉะนั้นผมพาท่าน ส.ส. และท่านประธานสภาที่เคารพของผมกลับไปดู พระราชบัญญัติตัวนี้ซึ่งร่างขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กำหนดไว้ว่าบุคคลที่จะได้รับการสรรหา ให้เป็นกรรมการ กสทช. ต้องมีการรับการพิจารณาจากองค์กรเอกชนต่าง ๆ รวมถึงสถาบัน อุดมศึกษาของชาติอย่างละ ๒ คน ทั้งหมด ๘ คูณ ๒ ๑๖ ๑๖ คนและยังมีคณะกรรมการ เสนอเข้ามาอีกชุดหนึ่งแล้วจึงมีการเลือกกันเองจนในที่สุดขออนุมัติและได้รับความเห็นชอบ และแต่งตั้งจากวุฒิสมาชิก พี่น้องครับ พี่น้องประชาชน ท่านประธานสภาที่เคารพของผม และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านตามไปนะครับ ใน พ.ศ. ๒๕๖๓ นี้ที่กฎหมายออกมา กฎหมายฉบับนี้ออกเมื่อมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งอาจจะนับได้ว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย เรามีวุฒิสมาชิก ๑๕๐ คน มาจากการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงให้อำนาจในการแต่งตั้งกรรมการ กสทช. จากวุฒิสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แต่ปัจจุบันนี้วุฒิสมาชิก อย่างที่ท่านขจิตร ขออนุญาตเอ่ยชื่อครับว่าวุฒิสมาชิกนี้จริง ๆ แล้วถ้าท่านไปดูรัฐธรรมนูญ อ่านไปอ่านมาคือคนเดียวตั้ง เพราะฉะนั้นวุฒิสมาชิกจึงไม่สมควรที่จะมาควบคุมการบริหาร ประเทศชาติ โดยเฉพาะผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วถ้าท่านจะ ไปศึกษาอีกนิดหนึ่งกรรมการ กสทช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง ๖ ปี และต้องพ้นจากตำแหน่ง เมื่ออายุ ๗๐ ปี ในกฎหมายบัญญัติไว้ผมไม่อ้างมาตรา เดี๋ยวเปิดไปเปิดมาท่านบอกว่าเยอะไป ทีนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓ ตั้ง กสทช. ขึ้นมาถ้านับ ๖ ปีมันจะครบเมื่อปี ๒๕๕๙ และมีกรรมการ กสทช. บางท่านก็เกษียณอายุเพราะครบ ๗๐ ปี เอาล่ะสิทีนี้อยู่ในระหว่างปฏิวัติ ผมเรียกผิด อยู่ในระหว่างรักษาความสงบแห่งชาติ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติได้ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๗๕/๒๕๕๙ ขยายระยะเวลาของ การเลือกกรรมการ กสทช. ชุดเดิมไว้จนกว่าจะมีกรรมการเหลืออยู่ไม่เกิน ๖ คน หรือจนกว่า พระราชบัญญัติ กสทช. นี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสภานิติบัญญัติ ต่อมาท่านรู้ไหมครับช่วงนี้ สนช. ท่านได้แก้ไข พ.ร.บ. ตัวนี้แล้ว ปรากฏว่ามีคำสั่งบอกให้หยุดก่อน คุณหยุดไว้ก่อน อย่าเพิ่งครับ เพื่อต่อมาเอาอีกแล้วใกล้เคียงกันเพราะไม่ทราบว่าท่านหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติทำไมรักมากกับกรรมการ กสทช. ออกคำสั่งที่ ๗/๒๕๖๑ อีก ไม่รู้ว่า ท่านโดยคำแนะนำของท่านวิษณุที่เป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอย่างยิ่งของประเทศไทยสามารถ หยั่งรู้ดินฟ้าได้ สามารถที่จะกำหนดชะตาบ้านเมืองตามที่หัวหน้า คสช. ที่จะรัก ไม่รู้ท่านจบ ดอกเตอร์กฎหมายจากประเทศไหนผมไม่รู้ชักสงสัย ขออนุญาตผมไม่ได้ว่าอะไรท่านนะครับ ท่านเก่งมากเป็นดอกเตอร์กฎหมายครับ ท่านร่างคำสั่งให้อีกแล้ว คำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติที่ ๗/๒๕๖๑ ชะลอการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสทช. ออกมาอีกให้ชุดเดิม ทำต่อไปอีก ตอนนั้นมีการประมูลเลขหมายโทรศัพท์สนุกกันใหญ่นะครับมีการประมูล เกี่ยวกับโทรศัพท์กันใหญ่ ไม่รู้ทำไมถึงต้องเลื่อนอีกไม่ยอมให้มีการแต่งตั้งโดยวุฒิสมาชิก ทั้ง ๆ ที่ท่านอาจจะสั่งได้ ต่อไปมีการเลือกตั้งแล้วครับกฎหมายก็ออกแล้ว เอาอีกแล้วคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๗/๒๕๖๒ ท่านจำได้ไหมครับวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๒ เอาอีกแล้วบอกว่าให้เลื่อนไปก่อนไม่ให้มีการเลือกตั้งกรรมการ กสทช. จนกว่าจะ มีการแก้ไข พ.ร.บ. จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคมซึ่งเพิ่งมาเสนอวันนี้ละครับ และในสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ อย่างที่ท่านขจิตรพูดแล้ว ได้ลดคุณสมบัติและวิธีการสรรหากรรมการ กสทช. ให้อยู่ในอำนาจ จริง ๆ แล้วคืออยู่ในอำนาจของส่วนราชการคือมีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีกรรมการที่จริง ๆ แล้วเกือบจะเป็นข้าราชการร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นกรรมการสรรหาอีกแล้ว สรรหาเสร็จเสนอใครครับ เสนอวุฒิสมาชิกซึ่งไม่ได้มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนมาจากคำสั่งคนเดียวแท้ ๆ เสียค่าเลือกตั้งไป ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท ท่านวิษณุเก่งมากนะครับ ผมชมท่านจริง ๆ ท่านเป็นผู้ชาญฉลาดที่เยี่ยมมากในประเทศไทย อาจจะเป็นในโลกนี้ยอมรับท่านวิษณุเป็นผู้เชี่ยวชาญ เวลาจะหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้น เป็นโอกาสที่ดีครับที่รัฐบาลเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และ กำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่สภานี้เพื่อให้มีการสรรหา ในหลักการเขียนว่าปรับปรุงกระบวนการสรรหา คัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ก็ดีครับ ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีกฎหมายนี้ แต่ผมฝากท่านที่จะเป็นกรรมาธิการ ในการตรวจแก้ไขนี้ และฝากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นพระราชบัญญัติที่เลือกคนของประชาชน ที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน และขอให้ เปลี่ยนอำนาจการอนุมัติในการแต่งตั้ง กสทช. ที่มาจากการสรรหาให้กับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่ผมเคารพเป็นประธานในการแต่งตั้งคนที่จะมาดูแลผลประโยชน์ ของประชาชน เพราะไม่อย่างนั้นเอาแพง ๆ ประชาชนเดือดร้อน เราต้องจ่ายค่าโทรศัพท์แพง ๆ โทรทัศน์เดี๋ยวท่านก็ปิดช่องนี้ เดี๋ยวก็ปิดช่องโน้น ไม่รู้ใครสั่งท่านมา ท่านเลขาธิการนี่จริง ๆ ผมนับถือท่านมาก แต่รู้สึกท่านใช้ตำแหน่งน่ากลัวมาก ขอบพระคุณที่ท่านประธานให้โอกาส ผมอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินี้ ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ