มานพ ชี้รัฐประหารทำประชาชนเสียพื้นที่ร่วม วอนรักษาประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

มานพ คีรีภูวดล กล่าวถึงประสบการณ์ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 และเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันการรัฐประหาร เพื่อคืนพื้นที่ประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมเกิดปี ๒๕๑๘ ตอนนี้อายุ ๔๔ ปี ก่อนที่ผมจะรู้ความ ก็มีการรัฐประหารหลายครั้งแล้ว แต่ว่าประสบการณ์ที่ผมเจอ ประสบการณ์ที่ผมคิดว่าผมจำได้ แล้วก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้กับรัฐประหารครับ รัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๔ เป็นการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ปี ๒๕๓๔ ผมอยู่มัธยมปลาย หลังจากนั้นก็คือว่าประธาน กระแสการเรียกร้องประชาธิปไตย ในห้องประชุมนี้ แล้วก็ที่อยู่ที่บ้านคงจำกันได้ การเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ปรากฏการณ์ธงเขียวปรากฏไปทั่วประเทศเพื่อที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการ บริหารบ้านเมืองผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมจะพูดในฐานะที่ผมเติบโตในยุค ที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ในบรรยากาศการ ที่มีสังคม มีประเทศชาติที่มีประชาธิปไตยสิทธิและเสรีภาพในการนำเสนอ ในการรวมกลุ่ม ในการมีพื้นที่กลางที่จะนำเสนอความคิด นำเสนอทางออก ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนบ้านนอก ชายขอบ แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญของสังคมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาเจอกัน เราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีกฎหมายที่เกิดจากภาคประชาชนเสนอนี้เยอะแยะมากมาย มีกลไก ความร่วมมือของภาคประชาชนและส่วนราชการต่าง ๆ มากมาย เรามีพื้นที่กลาง เรามีพื้นที่ เวทีร่วมกัน ตั้งแต่พี่น้องภาคที่มาจากทรัพยากร คนจนในเมือง คนที่อยู่ในอุตสาหกรรม รวมถึง พี่น้องข้าราชการคนเล็กคนน้อยเขามีเครื่องไม้เครื่องมือเขามีกลไก เขามีช่องทางที่จะรวมตัวกัน ที่จะสื่อสาร เพราะว่าระบบของมันคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เปิดโอกาส อันนี้คือบรรยากาศ ผมเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. ป่าชุมชน แล้วก็ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาสมัยนั้นขออนุญาตได้เอ่ยนาม ได้ไปลงพื้นที่ที่ผมทำงานไปรับ เรื่องราวว่าประชาชนคิดอะไรกับเรื่องของทรัพยากรแล้วการมีส่วนร่วม ประชาชนคิดอย่างไร ว่าการที่จะทำให้ฐานทรัพยากร แล้วก็ความเป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างไรครับ เพราะอะไร ท่านประธานรู้ไหมครับ เพราะว่าเรามีกติกากลางที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย การรัฐประหารที่เกิดขึ้น ๒ ครั้งหลัง ๆ สิ่งที่ตามมาคืออะไร ท่านประธานทราบไหมครับว่า การเมืองภาคประชาชนหายไปเลย การที่จะมีพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมตัวกัน จะต้องมีเวทีจะต้องนำเสนอ จะต้องทำการวิจัย จะต้องสังเคราะห์ข้อมูลร่วมกับส่วนราชการ กลไกเหล่านี้หายไปหมดเลย เราจะเห็นในตัวชี้วัดก็คือดูจากกฎหมาย กฎหมายที่ออกในยุค ของรัฐประหารที่มีการรัฐประหาร แล้วก็มีการตั้งรัฐบาลขึ้นมาผมไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับไหน ที่พูดถึงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพี่น้องประชาชนกลุ่มไหนก็ตามแต่ ผมไม่เคยเห็นนโยบายอะไร ที่มาจากกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากเรียกร้องในห้องประชุมนี้ ผมอยากจะขอให้ท่านสมาชิกช่วยกันสนับสนุนในการตั้งกรรมาธิการ เพื่อที่จะศึกษาป้องกัน การรัฐประหารในอนาคต ท่านประธานในประเทศในอารยประเทศมีประเทศไหนบ้างที่ใช้ วิธีการ ที่ใช้เครื่องมือที่ใช้ยุทธวิธีในการรัฐประหารและพัฒนาประเทศ และเป็นตัวอย่างว่า มีการพัฒนาประเทศ อยากจะถามในที่ประชุม อยากจะถามท่านประธานเลยว่ามีตัวอย่าง ประเทศไหนช่วยบอกตัวอย่างให้ผม ผมเห็นแต่ตัวอย่างที่มีการยุติไม่ให้มีการรัฐประหาร ไม่ว่า จะเป็นประเทศเกาหลีหรือประเทศอื่น ๆ สร้างกลไกการตรวจสอบ สร้างกลไกการมีส่วนร่วม เพื่อไม่ให้มีการรัฐประหาร วันนี้ประเทศเหล่านี้ไปไกลขนาดไหน ทุกท่านก็ทราบไม่ว่าจะเป็น เรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม เรื่องคุณภาพชีวิตผมว่า เขาไปไกล เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันในชีวิตการทำงานของผม ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหน ผมยืนยัน ว่ากระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการประชาธิปไตยคือคำตอบในการพัฒนาประเทศชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐประหารไม่ใช่คำตอบในการที่จะเดินหน้าประเทศไทย ผมพูด ในฐานะคนที่อยู่ในบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมมีโอกาสได้ใช้สิทธิ ผมมีโอกาสได้ใช้พื้นที่ ผมมีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับคนหลาย ๆ กลุ่ม ที่มีเครื่องมือที่เราเรียกว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ผมเห็นการเติบโตทางความคิด ผมเห็นการเติบโตทางพัฒนาการการมีส่วนร่วมต่าง ๆ มันไปได้ไกล ถึงแม้ว่าจะมีข้อถกเถียง จะมีความคิดต่าง แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ระบอบประชาธิปไตยคือ พื้นที่กลางของคนทุกคน ไม่ว่าคุณจะรวยจะจน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในภาคไหน ไม่ว่าคุณจะเป็น เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ไหน ยังเป็นพื้นที่กลางที่จะแสดงความคิดเห็น ยังเป็นพื้นที่กลางที่จะนำไปสู่ การขยับยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอให้ที่ประชุมช่วยกัน สนับสนุนเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของตัวเราเองและลูกหลานของเรา ขอบคุณครับ