ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สนับสนุนญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารในอนาคต
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากชาวบางขุนเทียน วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน เรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานครับ ถามว่าทำไมวันนี้สภาเราถึงต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาแนวทางป้องกันเรื่องนี้ ถ้าคำตอบของทุกท่านต้องตอบในใจผมคิดว่าหลาย ๆ ท่าน ในที่แห่งนี้น่าจะมีคำตอบใกล้เคียงกัน ตั้งแต่มีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองในประเทศไทยมา ประเทศไทยผ่านการรัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุก ๆ คนในที่แห่งนี้ก็ผ่านการรัฐประหารมาแล้วหลายครั้งเช่นกัน และการเกิดรัฐประหารบ่อยครั้งขึ้นในบ้านเราทำให้หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว วันนี้พวกผมและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้นำญัตตินี้เข้ามา สู่สภาเป็นครั้งแรกเพื่อให้ระบบนิติบัญญัติของเราได้ทำงานขับเคลื่อนและปกป้องการทำงาน ของพวกเราในระบบรัฐสภา สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนว่าระบอบรัฐสภา ของเราจะแก้ปัญหาแก่พี่น้องประชาชนได้ แต่การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรคำตอบ ของทุกคนในคำถามนี้ไม่ได้ตอบในใจอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว แต่ทุกคนต้องตอบต่อหน้า สภาแห่งนี้ ตอบต่อท่านประธานผ่านไปยังประชาชน และคำตอบของทุกคนจะปรากฏว่าวันนี้ ใครกี่คนที่รักและหวงแหนและปกป้องกระบวนการสภาของเรา ท่านประธานครับ ผลพวง จากการเกิดเหตุการณ์รัฐประหารนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อนสมาชิกได้กล่าวมาแล้วเนื่องจากญัตตินี้ เป็นญัตติต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว ฉะนั้นผลพวงต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้บอกไปแล้ว โดยส่วนตัวเพราะฉะนั้นผมจึงมาบอกว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้มันเกิดขึ้นจริงให้ได้ พวกผมพูดท่ามกลางความฝันว่ากรรมาธิการนี้จะเกิดและแก้ปัญหาได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราทุก ๆ คนจะเห็นด้วย เห็นพ้องต้องกันว่าเราต้องป้องกัน แนวทางการรัฐประหาร ท่านประธานครับผมเกิดในปี ๒๕๓๓ ผมเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง ในระบอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอายุ ๒๘ ปี ชีวิตผมผ่านรัฐประหารมาแล้ว ๒ ครั้ง ช่วงที่เกิดรัฐประหารครั้งแรกผมอยู่ชั้น ปวช.๑ ในขณะนั้นยังไม่รู้ครับว่าเหตุการณ์คืออย่างไร นั่งรถจากบ้านมาที่โรงเรียนก็มีรถทหารปิดหน้าโรงเรียนแล้วบอกให้น้องกลับบ้านเสีย เราไม่รู้ หรอกครับว่าในวันนั้นเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากชีวิตของผมนั่นคือครั้งแรก ตอนเด็ก ๆ เคยได้ยิน คำกล่าวที่ว่าทหารคือรั้วของชาติและเราก็ภาคภูมิใจอย่างนั้นมาตลอด ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเปรียบเสมือนว่าประเทศไทยคือบ้านหลังใหญ่ สมาชิกประชาชนทุกคนคือสมาชิกในบ้าน บ้านหลังใหญ่อย่างนี้จะอบอุ่นได้เมื่อมีรั้วที่เข้มแข็ง ทหารก็เปรียบเสมือนรั้วของบ้านประเทศไทย ส่วนตำรวจอาจจะเปรียบได้จากเหตุการณ์นี้ ก็เป็นเพียงกำแพงที่ดูแลความสงบสุขแบ่งกั้นประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ไว้ในบ้านหลังนี้ให้อยู่ อย่างสงบ แต่สุดท้ายครับความคิดที่ว่าทหารเป็นรั้วของชาติผมกลับเจอรั้วของชาติมาพาด ผ่านห้องเรียน มาพาดผ่านห้องครัว แล้วถามว่าสมาชิกในบ้านหลังนี้จะอยู่อย่างสงบสุข จะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร ถ้าผมจะเข้าห้องเรียนผมต้องปีนกำแพงเข้าไป วันนี้มันเป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนคนหลาย ๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาว่าทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ในกระบวนการต่าง ๆ เนื่องจากว่าทุกครั้งที่มีการปฏิวัติรัฐประหารก็จะมีผลพวงเล็ก ๆ ฝังไว้ ให้กับประชาชนได้รับรู้เสมอ ความลำบากครั้งนี้จะยากแค่ไหนผมอยากให้ท่านลองครับว่า ท่านสร้างรั้วไว้กลางบ้านท่านจะลำบากอย่างไร ประชาชนตอบในใจได้เลย แล้ววันนี้เรามา ถามหากันว่าบ้านหลังใหญ่ของเราจะอยู่กันต่อไปอย่างไร เวลามีน้อยครับ ผมจึงไม่ขออธิบาย อะไรมาก แต่สิ่งที่อยากจะขอคือขอเพื่อนสมาชิกรุ่นพี่ทุก ๆ ท่านในระบอบรัฐสภาจากใจจริง วันนี้ถ้าเกิดไม่ยืนเคียงข้างอำนาจและหันมายืนเคียงข้างความถูกต้อง เรามาจากประชาชน ด้วยกันทุก ๆ คน เราผ่านระบอบการเลือกตั้งที่ประชาชนมอบหมายให้เราเป็นตัวแทน ของประชาชนหลาย ๆ คน เราต้องมาทำหน้าที่เพื่อปกป้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งระบอบนี้ และคณะกรรมาธิการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเกิดขึ้นจากความมีส่วนร่วมจากทุก ๆ คนครับ ผมจึงขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านได้โปรดเห็นด้วยกับญัตตินี้ ถึงแม้วันนี้จะไม่มี การโหวตนะครับ แต่เมื่อมีการโหวตเมื่อไรฝันของผมอาจจะลม ๆ แล้ง ๆ แต่ผมขอที่จะพูด ในสภาแห่งนี้ว่าเราต้องร่วมด้วยช่วยกันครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ คน ขอบคุณครับ