อนุพงษ์ แจงเกณฑ์เปิดจุดผ่านแดน ย้ำความมั่นคง-ความร่วมมือสองฝ่าย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงหลักเกณฑ์การเปิดจุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยเน้นความพร้อมด้านความมั่นคง กฎหมาย และความเห็นชอบร่วมจากทั้งสองฝ่าย พร้อมอธิบายประเภทของจุดผ่านแดน ทั้งถาวรและผ่อนปรน โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่ช่วยเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่การเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เช่น ที่ด่านสิงขรและเชียงใหม่ ยังติดขัดจากความไม่พร้อมด้านความมั่นคงของเมียนมาและการไม่ร่วมลงนามสำรวจแนวเขตแดน แม้ไทยจะผลักดันผ่านกลไกความร่วมมือทุกระดับ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องของการเปิดจุดผ่านแดนนั้นในการปฏิบัตินั้นก็ต้องไปอ้างกฎหมาย ก่อนว่ามีมติ ครม. รองรับไว้แล้วในการเปิดจุดผ่านแดนนั้นก็จะต้องมีการพิจารณาในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็พอสรุปได้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของความพร้อมพื้นที่ ความพร้อม เจ้าหน้าที่ ประชาชนที่อยู่ที่นั่น สภาพความมั่นคงด้านนั้นมีความเรียบร้อยหรือไม่ ประการใด ผมขอเพิ่มเติมในข้อพิจารณาว่ามีจุดผ่านแดนหลาย ๆ แบบด้วยกัน ในบางแบบนั้นก็จะต้องดู ความจำเป็นว่าควรต้องอยู่แบบใด เพราะว่าการเปิดจุดผ่านแดนมันจะตามมาด้วยค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นจุดผ่อนปรนก็มีค่าใช้จ่ายต่ำระดับหนึ่ง ถ้าเป็นจุดผ่านแดนสูงขึ้นมาก็จะมีค่าใช้จ่ายมาก ก็ต้องดูว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนตามลำดับไปครับ อย่างไรก็ตามถ้าเป็น นโยบายของรัฐบาลแล้วถ้าพื้นที่มีความพร้อมแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยไม่มีปัญหา เรื่องความมั่นคง เช่น ในเรื่องของการปักปันเขตแดน เรื่องของความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ รัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสภาความมั่นคงแห่งชาติ เราจะมี คณะอนุกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องการพิจารณาเปิดระงับหรือปิดจุดผ่านแดนประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะไปถึงคำถามทั้ง ๒ ข้อเมื่อสักครู่นี้ ๒ พื้นที่ก่อนที่จะไป ผมขอพูดถึงจุดผ่านแดน ของประเภทต่าง ๆ ก่อน อันดับแรกคือจุดผ่านแดนถาวร ที่เราเรียกจุดผ่านแดนถาวร จุดนี้ ก็จะเป็นการตกลงของระหว่าง ๒ ประเทศ จุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนทั้ง ๒ ประเทศได้ ไปมาหาสู่กันรวมทั้งบุคคลจากประเทศที่ ๓ สามารถเข้าออกได้ พูดง่าย ๆ ว่าที่นี่ใช้พาสปอร์ต (Passport) ได้ สามารถผ่านเส้นทางแล้วเข้าไปในส่วนลึกของประเทศทั้ง ๒ ประเทศได้ เรียกว่า จุดผ่านแดนถาวร ผมลืมเรียนไปว่าการจะเปิดทั้งสิ้นจะต้องเป็นความเห็นชอบของทั้ง ๒ ประเทศ เราเห็นชอบคนเดียวไม่ได้ครับ เขาก็ต้องพร้อมด้วย เราบอกว่าเราเข้าไปในประเทศของเขา เขาบอกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ ตม. ก็เปิดไม่ได้ ดังนั้นต้องเป็นความยินยอมของทั้ง ๒ ประเทศ เพราะเราเข้าไปถึงประเทศของเขา

จุดผ่านแดนประเภทที่ ๒ จุดผ่านแดนชั่วคราว อันนี้จะเป็นการผ่อนผัน ให้มีการผ่านแดนเฉพาะกิจ เฉพาะชั่วคราวเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีอยู่ ๒ แห่ง คือที่ด่านเจดีย์สามองค์ และที่หนองเอี่ยน ที่ด่านเจดีย์สามองค์ก็เป็นการท่องเที่ยว ที่หนองเอี่ยนนั้นที่ตรงอรัญประเทศ ก็เพื่อการก่อสร้างจุดผ่านแดนแห่งใหม่ที่ไปหนองเอี่ยน

จุดผ่านแดนประเภทที่ ๓ คือจุดผ่อนปรนเพื่อการค้า อันนี้ล่ะครับมีความจำเป็น อย่างยิ่งเพราะว่าส่วนใหญ่จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดน ที่อยู่ติดกันระหว่าง ๒ ประเทศไปมาหาสู่ ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ ทำได้ง่ายแล้วไม่เป็นภาระ ทางด้านงบประมาณมาก แล้วการดำเนินการก็สามารถดำเนินการได้ง่าย เมื่อผ่านขั้นตอนแล้ว รัฐบาลเห็นชอบแล้วผ่านคณะกรรมการของ สมช. แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศ ได้เลยที่จะเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า อันนี้ใช้ได้ดี

ส่วนสุดท้ายคือจุดผ่อนปรนพิเศษ อันนี้มันมีปัญหาเกิดขึ้นคือเราไม่สามารถ เปิดจุดผ่านแดนได้ยังไม่พร้อมก็จะมีการใช้จุดผ่อนปรนพิเศษ ผมยกตัวอย่างที่เราทำมาแล้ว ๑ แห่งเท่านั้นในประเทศไทยคือที่ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เราต้องยอมให้ทำขณะนั้น เรายังไม่มีการปักปันเขตแดน อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ประเทศก็เห็นพ้องต้องกันว่าการค้าขาย ไปมาหาสู่กันตรงนี้จำเป็นก็เลยมีข้อตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้นก็ทำจอยต์ ดีเทล เซอร์เวย์ (Joint Detail Survey) ก่อนเพื่อจะให้รู้ว่าแนวเขตแดนอยู่ตรงไหน แล้วก็เปิดเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษ ปรากฏว่าหลังจากที่ทำแล้วทางสหภาพเมียนมาร์ไม่ลงนามจอยต์ ดีเทล เซอร์เวย์ (Joint Detail Survey) ขณะนี้นโยบายของรัฐบาลโดย สมช. ก็ไม่เห็นด้วยในการที่จะเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษนี้อีก ก็จะมี ๒ รูปแบบที่ว่าน่าจะเหมาะสมที่สุดก็คือจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่อนปรนทั้งเพื่อการค้า และเพื่อท่องเที่ยวก็มี สำหรับคำถามจุดผ่อนปรนที่บ้านหลักแต่ง เวียงแหง เชียงใหม่และกิ่วผาวอก อยู่ติดกัน โดยประมาณถ้าผมจำไม่ผิดอยู่ใกล้ ๆ กัน ตามสภาพจริง ๆ แล้วทั้ง ๒ ด่านก็เปิด ทำการแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ แต่เนื่องจากในปี ๒๕๔๕ มีเหตุการณ์ในสหภาพเมียนมาร์คงจะ เอ่ยนามได้เพราะว่าเป็นเรื่องที่ปรากฏจริง ทางรัฐบาลเมียนมาร์ได้ระงับการผ่านเข้าออกตลอดจน การค้าขายสินค้าบริเวณดังกล่าวจนปัจจุบันนี้สิ่งที่พอจะสังเกตได้อย่างหนึ่งคือพื้นที่ดังกล่าว ฝั่งตรงข้ามกับประเทศไทยมีกำลังทั้งกลุ่มของรัฐบาลพม่า ทหารรัฐบาลพม่า กองกำลังของว้า และกองกำลังรัฐฉานถึง ๒-๓ กองกำลังอยู่ที่นั่น ทางเมียนมาร์ก็เลยปิดจนถึงบัดนี้ คำว่า ปิดนั้นคือระงับการสัญจรข้ามไปมา แต่สถานะยังเปิดอยู่ ยังไม่มีการปิดสถานะนี้ยังเปิดอยู่ แต่ทางเมียนมาร์นั้นไม่มีความพร้อม หลังสุดเลยฝ่ายไทยพยายามผลักดันอยู่ตลอดเวลา โดยผ่านคณะกรรมการหลายระดับด้วยกันถ้าเป็นระดับจีบีซี (GBC) รัฐมนตรีเรา แล้วก็มีจีบีซี (GBC) รัฐมนตรีต่างประเทศ และในพื้นที่ก็จะมีแม่ทัพภาคคืออาร์ดีซี (RDC) จนถึงทาวน์ชิป (Township) ของเมียนมาร์พยายามผลักดันที่จะเปิด แต่ทางฝ่ายเมียนมาร์ก็แจ้งว่ายังไม่มี ความพร้อมด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ผมจึงกลับมาถึงปัญหาแรกว่า