อนุพงษ์ แจงความคืบหน้าเลือกตั้งท้องถิ่น ห่วงงบ 150 แห่งยังไม่พร้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงความคืบหน้าการเตรียมการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยืนยันว่ากฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งมีความพร้อมแล้ว อยู่ระหว่างรอการดำเนินการด้านงบประมาณและข้อบัญญัติจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่และหมู่บ้านที่มีประชากรน้อยกว่า 25 คน ต้องมีการรวมเขตเลือกตั้ง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการขอใช้งบกลางหรือเงินสะสมเพื่อให้การเลือกตั้งสามารถจัดขึ้นได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมขอเรียนตอบข้อซักถาม ในกรณีเรื่องของการเลือกตั้งที่ยังดำเนินการล่าช้าอยู่ เนื่องจากหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่แล้วก็มีการดำเนินการที่จะต้องร่างกฎหมายที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้เอ่ยถึงเมื่อสักครู่นี้ คือการออกกฎหมายที่เราเรียกว่ากฎหมายจัดตั้ง อปท. ทุกรูปแบบ ๕ ฉบับคงไม่ต้องพูด รายละเอียด อีกฉบับหนึ่งที่สำคัญคือ พ.ร.บ. การเลือกตั้งทั้งหมดนี้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ทั้งกฎหมายจัดตั้งก็เป็นอย่างที่ท่านว่าส่วนใหญ่จะเป็นการแก้คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหลัก แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิก อบต. อย่างที่ท่านได้กรุณาเรียนแล้ว ได้มีการแก้ไข ส่วนใหญ่เฉพาะตรงนั้นนะครับ ยังไม่ได้ไปแก้กฎหมายเรื่องเกี่ยวกับประมวลกฎหมาย อปท. ซึ่งขณะนี้กำลังร่างอยู่ ก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราพอทราบว่าจะมีการยกฐานะ อบต. หรือไม่ และจะมีการควบรวมหรือไม่ยังอยู่ในประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือ ความคืบหน้าด้านกฎหมาย คราวนี้สรุปแล้วกฎหมายทั้ง ๖ ฉบับ รวมทั้งกฎหมายเลือกตั้ง ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วก็มาพูดถึงเรื่องของการเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไร ในการเลือกตั้งนั้น โดยกฎหมายการกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นใดนั้นเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี แจ้งให้คณะกรรมการเลือกตั้งทราบ เพื่อจะได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น คำตอบตรงนี้คือคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรีเป็นคนกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด เมื่อใด โดยแจ้งให้ กกต. ทราบ กกต. ก็จะไปประกาศ ทีนี้มันก็มีประเด็นว่าแล้วทำไมยังไม่ประกาศ อันเนื่องมาจากพอออก กฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทาง กกต. เองก็มีหน้าที่จะต้องไปดำเนินการ อันนี้ผมขออนุญาตตอบแทน กกต. เพราะไม่อย่างนั้นตอบแล้วมันขาดตอนไป ผมตอบแทน คร่าว ๆ เรื่องหน้าที่ของ กกต. ว่าหลังจากที่มีกฎหมาย พ.ร.บ. การเลือกตั้งแล้วภายใต้ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง กกต. ไปออกระเบียบ ๑๐ ระเบียบด้วยกัน ซึ่งเป็นระเบียบสำคัญ ๆ ทั้งนั้นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยเฉพาะ ผมขอยกตัวอย่างที่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย จะเป็นระเบียบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง เพราะว่าอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งนั้น เป็นของ กกต. ก็ตาม แต่จะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง แล้วเขาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบงบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายยกตัวอย่างให้ฟังว่า จะต้องเอามาจากระเบียบของ กกต. ที่ออก จึงจะถอดออกมาเป็นงบประมาณที่จะใช้ก็จะมา ตั้งเป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายเป็นข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่จะไปเลือกตั้ง สรุปตอนนี้ว่าระเบียบออกเสร็จแล้วนะครับ ขณะนี้ระเบียบของ กกต. ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมจะหยุดในเรื่องของ กกต. ในที่สุดแล้วก็ออกระเบียบให้จบสิ้นหมดครับ ในบางส่วนนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยจะต้องเอาไปใช้ต่อ เช่นที่ผมเรียนแล้วเรื่องของการออกเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกระดับนะครับ

กลับมาเรื่องของกระทรวงมหาดไทย เนื่องมาจากการเลือกตั้งนั้นรูปแบบ ขององค์กรปกครองท้องถิ่นมีกฎหมายกำหนดให้ใช้ยอดจำนวนราษฎร หลักฐาน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครอง สำนักทะเบียนกลางได้ประกาศ จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ นอกจากนั้นยังมีเรื่อง อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองจะต้องสำรวจหมู่บ้าน ทั่วประเทศทั้งหมดว่าหมู่บ้านใดมีจำนวนราษฎรไม่ถึง ๒๕ คน ถ้าหมู่บ้านใดมีจำนวนราษฎร ไม่ถึง ๒๕ คน จะต้องทำการรวมหมู่บ้าน ต้องมีการทำประชาคมแล้วรวมหมู่บ้านให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๑ มกราคม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วโดยจังหวัด อำเภอ ได้สำรวจแล้วประกาศรวมหมู่บ้านที่มีราษฎรไม่ถึง ๒๕ คน โดยรวมกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ ติดต่อกันเป็นเขตเลือกตั้งใน ๔๑ จังหวัด ๑๐๙ อำเภอ ๑๒๘ ตำบล ๒๐๓ หมู่บ้าน ทั้งหมด ๑๕๐ เขตเลือกตั้ง ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วก่อนสิ้นเดือนมกราคมก็กลับมาว่าในส่วนของ กกต. เองก็ยังมีงานที่จะต้องทำหลังจากที่ออกระเบียบไปแล้ว ผมคงยกตัวอย่างเท่านั้น เช่น จะต้องมีจัดแผนเลือกตั้ง มีการอบรมคน ที่สำคัญคือแบ่งเขตเลือกตั้ง อันนั้นเป็นหน้าที่สำคัญ ที่ทาง กกต. ต้องดำเนินการ ในขณะนี้ถ้า กกต. ดำเนินการเสร็จสิ้นหมดเรียบร้อยแล้วก็จะ เป็นขั้นตอนของการหารือกับทาง ครม. ว่าจะกำหนดรูปแบบใด เมื่อไร อย่างไร ในขณะนี้ คงรอว่าจะมาประสานหลังจากที่ทราบแล้ว ครม. มีมติว่าจะเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบใด เมื่อใดแล้ว กกต. ต้องไปดำเนินการภายใน ๖๐ วันก็ยังมีปัญหาอีก ๑ เรื่อง ที่อยากจะเรียนให้ทราบก็คือเรื่องของงบประมาณที่ผมได้เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องจัดแล้วก็จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้สำรวจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศก็ได้ข้อมูลมาทั้งหมดเลย เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้มีความพร้อม ใน ๗,๘๕๒ แห่ง มีความพร้อมทั้งสิ้น ๗,๗๐๒ แห่ง คงมีอีก ๑๕๐ แห่งที่ยังไม่มีความพร้อมด้านงบประมาณ คงพอสรุปให้ฟังง่าย ๆ ก็คือในขณะนี้ยังอยู่ ในช่วงต้นปีงบประมาณ รายได้จัดเก็บของท้องถิ่นเอง เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินที่รัฐบาล จัดเก็บแล้วแบ่งให้นี่ก็ยังไม่พอเพียงที่จะใช้จ่ายเป็นงบประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่มีความสามารถที่จะจัดการเลือกตั้งได้ใน ๑๕๐ แห่งนี้ อย่างไรก็ตามมันก็มีหนทาง ที่จะทำได้ถ้ารัฐบาลจะประกาศให้มีการเลือกตั้งก็มีหนทาง ๒ หนทาง ๑. ก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทำเรื่องผ่านกระทรวงมหาดไทยขอใช้งบกลางของรัฐบาล หรืออย่างที่ ๒ ก็คือ ใช้เงินสะสมหรือทุนสำรองเงินสะสมซึ่งมีหนทางที่จะทำได้ที่จะจัดการเลือกตั้งได้ ทั้งหมด ก็เป็นเรื่องเรียนให้ทราบถึงการลำดับการทำงานแล้วก็ความพร้อมของการเตรียมการเลือกตั้ง ตามลำดับครับ