มานพ คีรีภูวดล หารือศักยภาพของพืชบุกในฐานะทรัพยากรท้องถิ่นที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมอาหารและยา โดยเสนอให้พัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายใต้การรักษาป่าและระบบนิเวศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนการแก้ไขการตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมรายได้แก่เกษตรกรและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างชุมชนกับป่าไม้
ครับ ทีนี้อย่างนี้ครับ เรื่องบุกนี่ ผมขออนุญาตเจ้าหน้าที่ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ให้ผมด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องบุกนี่ผมเข้าใจว่าทุกท่าน คงทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นพืชท้องถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งหมดในโลกนี้ครับ นักวิชาการ ได้สำรวจไปแล้ว บุกมีจำนวนประมาณ ๙๐ ชนิด ชนิดที่มีความจำเป็นและมีความต้องการ ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยามีประมาณ ๓-๔ ชนิด ปรากฏว่า ๓-๔ ชนิดนี้ ๓ ชนิดอยู่ในประเทศไทย และเป็นความต้องการของตลาดโลกในแง่ของอุตสาหกรรมอาหาร และยา ตลาดที่ต้องการเยอะที่สุดคือตลาดประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ยุโรป สารในหัวบุกนี่ โดยเฉพาะบุกที่ประเทศไทยมีอยู่คือบุกไข่หรือบุกเนื้อทราย มีสารตัวหนึ่งที่ในวงการแพทย์ก็ดี ในวงการอุตสาหกรรมก็ดี เขาว่าเป็นสารที่ไปทดแทนแป้งที่ไม่มีน้ำตาล โดยเฉพาะอุตสาหกรรม ทางอาหารและยาที่จะไปลดน้ำหนักหรือผู้คนที่สนใจสุขภาพ พืชตัวนี้จะเป็นดาวรุ่งในการ ที่จะเป็นพืชต้นทางที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมอาหารและยา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่า มันเป็นโอกาส ที่ผ่านมาเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่ที่นักวิชาการระบุไว้แล้วว่ามีอยู่ประมาณ ๓-๔ จังหวัดในภาคเหนือที่มีศักยภาพในการเติบโตของบุก ที่มีศักยภาพในการผลิตคือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และทางภาคกลางก็คือจังหวัดกาญจนบุรี มีผู้ประกอบการของไทยได้มาตั้งโรงงานขนาดเล็กที่อำเภอแม่สอดแล้วส่วนหนึ่งก็รับซื้อ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สิ่งที่สำคัญคือผมคิดว่าถ้าในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ความจำเป็น ในระดับโลกก็คือประมาณ ๑๒,๐๐๐ ตันต่อปี เฉพาะประเทศจีนเป็นผู้ส่งออกประมาณ ๔,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นความต้องการตรงนี้มีความต้องการจำนวนมาก แล้วก็มีแนวโน้ม ที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ อันนี้คือประเด็นในแง่ของข้อมูลเรื่องของคุณค่าทางอาหารและยา ทีนี้โอกาสของประเทศไทยอย่างไร ท่านประธานครับ ชนิดสายพันธุ์ที่เป็นความต้องการของโลก ปรากฏว่าอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก แล้วก็จังหวัดกาญจนบุรี ทำอย่างไรเราจะพัฒนาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพตรงนี้ เป็นการพัฒนาฐานเศรษฐกิจจากฐานราก เป็นโอกาสที่การพัฒนาทรัพยากรตัวนี้จะทำให้ คนในพื้นที่ท้องถิ่นจริง ๆ คนที่อยู่ในชนบทที่ห่างไกลแต่โชคดีที่เขามีศักยภาพและมีโอกาส ที่สามารถที่จะปลูกพืชตัวนี้ได้ ทีนี้ในแง่ของนิเวศครับ คือผมอาจจะคุยยาวแล้วก็อาจจะถาม คำถามเดียวไปเลยครับท่านประธาน ในแง่ของระบบนิเวศ บุกเป็นพืชที่จะต้องอาศัยร่มไม้ ไม้ใหญ่ บุกเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มีการขยายสายพันธุ์ด้วยลูกที่อยู่ในใบนี่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็คือถ้าเทียบกับพืชเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของพืชพลังงานคือข้าวโพด ข้าวโพดจะเป็นการปลูกที่จะต้องถางป่าออกให้หมด แล้วจะต้องเติมพวกอินทรียวัตถุ เคมี ไม่ว่าปุ๋ย ไม่ว่ายา เป็นการปลูกพืชที่ทำลายป่า เป็นการปลูกพืชที่ทำให้เกษตรกรจะต้องใช้ อาศัยต้นทุนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าปุ๋ย ค่ายา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เรา มีโอกาส ๒ เรื่องนี้ ๒ ด้าน ในประเด็นนี้ทันที
อันที่ ๑ ก็คือการสร้างเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรความหลากหลายชีวภาพ จากคนในพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตป่า ซึ่งมีความสูงประมาณเกิน ๑,๐๐๐ เมตร หรืออยู่ระหว่าง ๘๐๐ เมตรขึ้นไป ที่ต่ำเกินไปก็ไม่สามารถจะขึ้นได้ โดยเฉพาะในสายพันธุ์ที่เป็นความต้องการ ของตลาดโลก ขณะเดียวกันเกษตรกรที่ปลูกบุกจะต้องปลูกต้นไม้ไปด้วย ต้องรักษาระบบนิเวศ เพื่อที่จะให้พืชบุกมีความเกื้อกูลกันระหว่างระบบนิเวศ ถ้าหากว่าประเทศเรา รัฐบาลของเรา หน่วยงานของเรามีความพยายาม มีการออกแบบเชิงระบบในการสนับสนุนและพัฒนา หัวบุกเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่เฉพาะ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ ผมว่าโอกาส ของการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ของประเทศก็ดี หรือว่าอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศ ที่จะไปทำอาหารและยาก็จะเติบโตมากขึ้น โดยอาศัยศักยภาพของพื้นที่
ประเด็นสำคัญอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสำคัญการที่คนและป่า คนจะอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน จะมีเศรษฐกิจ มีปากมีท้องที่อิ่มแล้วก็ดูแลรักษาป่าด้วย ดูแลป่า ต้นน้ำให้กับคนภาคกลางด้วย รักษาระบบนิเวศที่มันไม่มีเคมีด้วย ตามความต้องการ ความใฝ่ฝัน ของคนทั้งประเทศ ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นโอกาสที่จะต้องนำเสนอ ปัญหาสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าบุก การที่ผมจะต้องขอให้ท่านรัฐมนตรีมาช่วยกันหาทางออก เรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ต้องขอท่านรัฐมนตรีช่วยมาตอบแล้วก็ช่วยกันหาทางออกก็คือบุก ในนิยามความหมายของกฎหมาย ไม่ว่ากฎหมายป่าสงวน กฎหมาย พ.ร.บ. ป่าไม้อะไรก็ดี บุกนี่ถือว่าเป็นของป่าครับท่านประธาน เพราะว่าในนิยามความหมายคำว่าของป่าคือว่า ของที่มันขึ้นอยู่ในป่า ไม่ว่าจะเป็นดอก จะเป็นใบ จะเป็นหัว หรือจะเป็นสัตว์ป่า อื่น ๆ ครับ อันนี้คือของป่า ปัญหาก็คือว่าที่ผ่านมาในพื้นที่ ชุมชนได้ตั้งเป็นวิสาหกิจ มีนโยบายของ จังหวัดและมีโครงการพระราชดำริ ได้พยายามขยายพันธุ์ รวบรวมสายพันธุ์ที่ดีเพื่อที่แจกจ่าย ให้เกษตรกร ปรากฏว่าราคาบุกมันดีครับท่านประธาน การขนย้ายข้ามจังหวัดก็ดีเพื่อที่จะได้ ราคาที่ดีขึ้นก็เป็นปัญหาเพราะคำว่าบุกถูกตีความหมายโดยดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ถือกฎหมาย ก็เลยไม่สามารถที่จะทะลุทะลวงไปว่าเราจะพัฒนาพืชเศรษฐกิจตรงนี้ให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ทางเลือกของพื้นที่