ปิยบุตร สนับสนุนปฏิรูปกองทัพ หลังเหตุกราดยิงโคราช

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายโศกนาฏกรรมที่นครราชสีมา โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปกองทัพ พร้อมเสนอให้จัดตั้งผู้ตรวจการกองทัพโดยรัฐสภาเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและคุ้มครองสิทธินายทหารชั้นผู้น้อย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทผู้นำที่ควรแสดงความเห็นอกเห็นใจประชาชนอย่างจริงใจในยามวิกฤต

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายถึงกรณีโศกนาฏกรรมที่จังหวัดนครราชสีมา ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเศร้าสลด และไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนต่างให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง อย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่การเศร้าสลดเสียใจและการให้กำลังใจนั้นต้องแยกแยะ ออกจากเรื่องการวิเคราะห์ถึงสาเหตุต้นตอของปัญหาและการหาแนวทางแก้ไข หลายท่าน ได้พูดไปแล้วว่าเรื่องนี้มีหลากหลายเรื่องมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย มาตรการจัดการเรื่องความปลอดภัย เรื่องการปฏิรูปกองทัพ เรื่องของการเยียวยา เรื่องของ มาตรการดูแลว่าสื่อจะถ่ายทอดข่าวออกไปในลักษณะแบบใด ตลอดจนเรื่องของการเยียวยา บาดแผลทางจิตใจด้วย แต่ผมขออนุญาตจำเพาะเจาะจงเฉพาะประเด็นปัญหา เรื่องปฏิรูป กองทัพครับ ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้เห็นท่านพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการ ทหารบกได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าท่านจะเร่งดำเนินการปฏิรูปกองทัพ จัดการสะสางปัญหา ภายในกองทัพ ท่านประกาศชัดเจนว่า ๘ เดือนที่เหลือท่านจะทำเต็มที่ พรรคอนาคตใหม่ เรามีนโยบายตั้งแต่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งคือเรื่องปฏิรูปกองทัพ ดังนั้นผมและเพื่อนสมาชิก พรรคอนาคตใหม่เอาใจช่วยและพร้อมที่จะสนับสนุนให้ความร่วมมือกับท่านผู้บัญชาการ ทหารบกในการปฏิรูปกองทัพให้สำเร็จ มีข้อเสนอหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บรักษา อาวุธยุทโธปกรณ์ เรื่องของที่ดินทหาร เรื่องของค่ายทหารที่อยู่ในเมืองมีความเป็นไปได้ไหม ที่เราจะย้ายค่ายทหารออกไปจากเมือง เรื่องของกองทัพต้องยกเลิกการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ต่าง ๆ เพราะนี่ไม่ใช่พันธกิจหลักของกองทัพ กองทัพอาชีพไม่จำเป็นต้องทำเรื่อง สนามม้า สนามมวย ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องทีวี (TV) วิทยุโทรทัศน์ ไม่จำเป็นต้องประกอบธุรกิจ ให้ผู้อื่นเช่าที่ดิน เรายังมีเรื่องของการยกเลิกการเกณฑ์ทหารภาคบังคับเปลี่ยนเป็นระบบ สมัครใจ มีมาตรการดูแลสวัสดิการนายทหารชั้นผู้น้อย ผมขออภิปรายจำเพาะเจาะจงอยู่ เรื่องเดียวคือเรื่องเกี่ยวกับมาตรการตรวจสอบกองทัพไม่ให้กองทัพกลายเป็นแดนสนธยา ที่ใคร ๆ ก็เข้าไม่ถึง ตรวจสอบไม่ได้ ในต่างประเทศครับ ต้นแบบประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ คือประเทศเยอรมนีซึ่งเขาผ่านวิกฤติจากสงครามครั้งที่ ๒ มา เขาจึงต้องมาจัดการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ เขามีคณะกรรมการชุดหนึ่งเป็นตำแหน่งที่เราเรียกว่าผู้ตรวจการกองทัพ รัฐสภาเป็นคนตั้งครับ ผู้ตรวจการกองทัพทำหน้าที่อะไรครับ ทำหน้าที่ ๑. ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ และ ๒. พิจารณาเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ของนายทหารชั้นผู้น้อย ทุกวันนี้ระบบวินัยทหารบอกว่า ให้ว่ากันเอง เป็นเรื่องภายในของกองทัพ ศาลปกครองมีการยกเว้นเขตอำนาจการดำเนินการ ทางวินัยทางทหารนะครับ คือถ้าคุณไม่พอใจคุณก็ร้องเรียนไปข้างในหรือเต็มที่ก็ไปศาลทหาร ส่วนใหญ่ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็ไม่กล้าที่จะทำหรอกครับ วันนี้ผมเห็นข่าวบอกว่าผู้บัญชาการ ทหารบกบอกพร้อมจะเปิดช่องทางให้นายทหารชั้นผู้น้อยร้องเรียนขึ้นมา แต่ผมเรียนว่า วิธีการตรวจสอบที่ถูกต้องจำเป็นต้องเอาองค์กรภายนอกเข้าไปตรวจสอบด้วย ประเทศไทย จึงจำเป็นต้องสร้างผู้ตรวจการกองทัพขึ้นมาครับ ไม่ใช่แค่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ แต่เป็นหลักประกันให้นายทหารชั้นผู้น้อยเวลาเขามีเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ที่เขาถูกกระทำ จากผู้บังคับบัญชาของเขา เขาจะได้ไปร้องเรียนในช่องทางนี้ เพราะถ้าร้องเรียนไปยัง ผู้บังคับบัญชาให้ตายก็ไม่มีทางสำเร็จนะครับ ผมว่านี่ก็เป็นจุดหนึ่ง เพราะต้องไม่ลืมนะครับว่า นายทหารด้านหนึ่งก็เป็นพลเมืองครับ แต่เขาเป็นพลเมืองที่ไปประกอบอาชีพทหาร เขาเป็น พลเมืองที่ไปใส่เครื่องแบบของการเป็นทหาร ดังนั้นเขามีความเป็นพลเมือง เขามีสิทธิ และเสรีภาพติดตัวเขาอยู่เหมือนกัน ผมขอแบบนี้ท่านประธานครับ เนื่องจากเวลาน้อย จำเป็นต้องข้ามขั้นตอนไป เมื่อโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นครับท่านประธาน ผู้นำจะมีภาวะผู้นำ หรือไม่เราพิสูจน์กันตอนนี้ ในต่างประเทศเวลาเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาผู้นำจะแสดงบทบาท จะแสดงออกซึ่งความเสียใจอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา จะเป็นผู้นำในการไว้อาลัย เป็นผู้นำ ในการกล่าวให้เกียรติแก่ผู้ตาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็คงไม่ได้ตั้งใจ แต่ท่านไม่แสดงออกถึงการแบ่งปันซึ่งความโศกเศร้ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ผู้นำที่ดีจำเป็น จะต้องเป็นผู้นำที่พร้อมจะเข้าใจและแบ่งปันความรู้สึก ความทุกข์ของพี่น้องร่วมชาติ แต่ว่า เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไม่สามารถแสดงออกในเรื่องเหล่านี้ได้ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถามว่า แล้วท่านจะเข้าใจพวกเขาได้อย่างไร ดังนั้นครับท่านประธาน ช่วงเวลาที่เหลืออีก ๒ นาทีนี้ ผมขออนุญาตใช้เวลาของที่ประชุมแห่งนี้สร้างธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้องครับ ธรรมเนียม ปฏิบัติที่ถูกต้องก็คือเมื่อเกิดโศกนาฏกรรมเราต้องมีพื้นที่สาธารณะพูดถึงเหยื่อที่ถูกกระทำ เราต้องมีพื้นที่สาธารณะที่จะเอ่ยถึงชื่อของเหยื่อต่าง ๆ ที่เขาถูกกระทำเพื่อการไว้อาลัย แสดงความเสียใจให้เกียรติและยอมรับนับถือเขา ทุกวันนี้จนถึงวันนี้ผ่านไปหลายวันไม่มีเลย เต็มที่ก็มีข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ดังนั้นผมขอใช้เวลาที่เหลือพูดถึงเหยื่อบางรายจากเหตุการณ์ ครั้งนี้ นายเอกวิน อินทนน อายุ ๑๘ ปี เป็นนักศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรม วิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นกำลังหลักของครอบครัวครับหลังเรียนจบ แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าห้างเทอร์มินอล ๒๑ ทำให้ครอบครัวของเขาสูญเสียพี่ชายคนโต ของบ้านไป ดาบตำรวจ ชัชวาลย์ แท่งทอง อายุ ๕๐ ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองนครราชสีมา เมื่อดาบตำรวจชัชวาลได้รับการแจ้งเหตุให้เข้าไปช่วยสกัดคนร้ายยิงประชาชนในบริเวณ วัดป่าศรัทธารวม ดาบตำรวจชัชวาลย์ขับรถยนต์สายตรวจเข้าสกัดจับคนร้ายทันทีและถูกยิง เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ดาบตำรวจชัชวาลย์คือตำรวจคนแรกที่เข้าสกัดคนร้ายไม่ให้หนี ดาบตำรวจชัชวาลย์มีบุตรสาว ๑ คน คือน้องเหมยเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ คุณพัชรา จันทร์เพ็ง หรือคุณตุ๊ก เป็นคนกาฬสินธุ์แต่มารับราชการอยู่ที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เดินทางมา จังหวัดนครราชสีมาพร้อมสามีเพื่อรอร่วมงานเลี้ยงรุ่น แต่ครูตุ๊กและเพื่อนก็ถูกยิงเสียชีวิต ขณะรถผ่านบริเวณวัดป่าศรัทธารวม เด็กชายรัชชานนท์ กาญจนเมธี หรือน้องเจมส์บอนด์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ อายุ ๑๓ ปี ถูกยิงเสียชีวิตขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ตามถนนจากการทำกิจกรรมที่โรงเรียน ครอบครัวเขาบอกไว้ว่าน้องรัชชานนท์หรือน้องเจมส์ บอนด์เป็นคนที่มีนิสัยร่าเริง เป็นเด็กน่ารัก ไม่ดื้อ ไม่ซน พ่อของเขาบอกเอาไว้อย่างนี้ครับ อยากดูแลเขาให้ดีกว่านี้แต่เขาไม่มีโอกาสแล้ว อำนาจ บุญเอื้อ พนักงานรักษาความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ มีลูกสาวอายุ ๑๐ ปี อำนาจได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ โดยไม่เกรงกลัวอันตราย เป็นหนึ่งในวีรบุรุษที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในห้างจนตัวเอง ต้องเสียชีวิต พลทหารเมธา เลิศศิริ หรือแบงค์ อายุ ๒๒ ปี สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์เป็นคนที่เฝ้าคลังอาวุธ แล้วถูกคนร้ายยิงเพื่อเอาอาวุธออกไปใช้ก่อการ คุณอภิกษณาภา ขันผักแว่น อายุ ๔๕ ปี เป็นพยาบาลโรงพยาบาลมหาราช เธอเป็นเสาหลักของครอบครัวขณะเกิดเหตุหลบอยู่ในห้องแช่เย็น กับลูกสาวจนกระทั่งคนร้ายมาเจอแล้วยิงเสียชีวิต เธอเอาร่างของเธอเข้าไปเป็นเกาะกำบัง ให้กับลูกสาวของเธอ ส่วนลูกสาวของเธอนั้นถูกยิงบาดเจ็บที่ขาแล้วจนวันนี้ก็ยังมีอาการหลอน อยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้าย คุณอธิวัฒน์ พรมสุข หรือน้องเดียร์ อายุ ๑๘ ปี นักศึกษา ปวช. ปี ๓ เป็นน้องชายคนเล็กของครอบครัว น้องเดียร์ต้องการที่จะจบการศึกษาสูง มีหน้าที่ การงานทำที่ดีคอยดูแลพ่อแม่ น้องเดียร์ก็มาหลบอยู่ที่ห้องเย็นเหมือนกันเมื่อได้ยินเสียงคนร้าย เดินมาเคาะประตูพยายามจะเข้ามาในห้อง น้องเดียร์แสดงความกล้าหาญด้วยการใช้กำลัง ของตนเองนั้นดันประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้คนร้ายเข้ามา สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวคนร้ายพังเข้ามาแล้วก็ ยิงเสียชีวิต ยังมีอีกหลายท่านไม่ว่าจะเป็นจิรวัฒน์ รัดกลาง วันชัย เวชวรรณ์ ทัศนะ หริรักษ์ ร้อยเอก ศิริวัฒน์ แสงประสิทธิ คุณพัชรา จันทร์เพ็ง ชญาภา แสงครบุรี เภสัชกรหญิงนริศรา โชติกลาง อริยา กลีบเมฆ จักรพันธ์ ชิพิมาย พีระพัฒน์ พลาสาร ศรัญพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี ตระกูล ทาอาษา เพชรรัตน์ กำจัดภัย สมเกียรติ วิชชุปัญญาพาณิชย์ กรรณิการ์ การบรรจง สุริยะ ลิมป์รัชตามร ปภัชญา นวลรักษา ปรมะ ลิมป์รัชตามร พันเอก อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ อนงค์ มิตรจันทร์ ทั้งหมดคือเหยื่อที่เสียชีวิตและยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายชื่อเหยื่อที่ผมอ่านไปบางส่วนนี้จะเป็นเหยื่อ ที่เกิดขึ้นกับโศกนาฏกรรมทำนองนี้เป็นครั้งสุดท้าย พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศจะต้อง ไม่ประสบพบเจอกับโศกนาฏกรรมแบบนี้ ถึงเวลาแล้วต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหาครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ