จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเหตุกราดยิงที่โคราช แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและเรียกร้องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเสนอให้มีการปฏิรูปกองทัพและการดูแลสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่อย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำอีก
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุกราดยิงในโคราช ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตถึง ๓๐ คน บาดเจ็บอีกกว่าครึ่งร้อย ท่านประธานครับ เป็นเหตุซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดแล้วก็ รู้สึกตื่นตระหนก เหตุการณ์นี้เราเคยเห็นในต่างประเทศมามาก วันนี้มันมาเกิดในประเทศเรา สิ่งที่เราต้องระมัดระวังต่อไปก็คือเหตุการณ์เหล่านี้ในต่างประเทศมีบทเรียนที่เห็นได้ชัดว่า เป็นเหตุการณ์ที่มักจะมีการทำซ้ำ มีการลอกเลียนแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราต้องระมัดระวัง แล้วก็การอภิปรายในสภาเองหรือว่าการให้ข่าวตามสื่อสารมวลชนเองก็ต้องมีการระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และที่สำคัญก็คือต้องป้องกันไม่ให้มันมีโอกาสเกิดขึ้นอีก ในอนาคต ผมต้องเรียนว่าปัญหาครั้งนี้กองทัพไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ สนิมเกิดจากเนื้อในตนครับท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นจากกองทัพและมีทางผู้บัญชาการ ทหารบกออกมาร่ำไห้ต่อสื่อมวลชนขอโทษในเหตุการณ์ อันนี้เข้าใจครับ แต่สิ่งที่ท่านได้แถลง ต่อสื่อมวลชนนั้น จริง ๆ แล้วในมุมมองของผม ผมมองว่านั่นคือการยอมรับว่าภายในกองทัพ มีปัญหาจริง ๆ ปัญหาเรื่องการเอารัดเอาเปรียบระหว่างทหารชั้นผู้ใหญ่กับทหารชั้นผู้น้อย เรื่องการทุจริตเรื่องเงินกู้สวัสดิการ เรื่องการทุจริตเรื่องการขายที่ดินอะไรต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มที่จะผุดตามมาจนกระทั่งพี่น้องประชาชนให้ความสนใจ นี่ก็คือสาเหตุหนึ่งที่พี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศจำนวนมากเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพเพื่อที่ในอนาคตเหตุการณ์ เหล่านี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้สิ่งที่จะอภิปรายวันนี้ ผมพยายามที่จะหาทางออกเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น แน่นอนว่าหลายท่านก็ได้ อภิปรายไปแล้วในเรื่องของการเข้ามาดูแล โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ที่เสียชีวิต ผู้ที่บาดเจ็บ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ มิได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการยิงกันเท่านั้น แต่หมายถึงผู้ที่มี ความเกี่ยวเนื่องในกระบวนการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน ในพื้นที่โคราชหรือทั่วประเทศก็ตามทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผลกระทบทางจิตใจ เราต้องหาวิธีการเข้าไปดูแลรักษา แน่นอนคนที่เสียชีวิตคนที่บาดเจ็บเราต้องมีการชดเชย เป็นตัวเงินเป็นการช่วยเหลือ เป็นสวัสดิการต่าง ๆ แต่พี่น้องประชาชนทั่วไปก็ควรจะต้อง มีช่องทางในการที่จะเข้าไปดูแลรักษาโดยเฉพาะในเรื่องของสภาพจิตใจต่าง ๆ ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้แน่นอนผมเชื่อว่าสังคมให้ความสนใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนมากอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมจะอภิปรายกับท่านประธานในวันนี้ ผมต้องเรียนว่าเป็นเรื่อง ที่ในต่างประเทศเป็นการปฏิบัติที่ปกติในประเทศไทยเราละเลยมาพอสมควร ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าบุคลากรไม่ว่าที่เราจะเรียกว่าทหารหรือตำรวจก็ตามเหล่านี้เป็นคนที่รัฐบาล เป็นคนที่ประชาชนคนไทยทุกคน เราสนับสนุนเขาผ่านทางเงินภาษีอากร รัฐบาลสนับสนุน เขาผ่านทางงบประมาณ สร้างให้เขาเป็นนักรบ เป็นคนที่ใช้อาวุธสงคราม เป็นคนที่ปฏิบัติ ภารกิจแทนเราในบางภารกิจที่เราไม่สามารถทำได้ ในเรื่องของการปกปักษ์รักษาพื้นที่ดินแดน ของประเทศไทยในการที่จะต่อสู้กับอริราชศัตรู ในต่างประเทศมีการศึกษามานานแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ปัญหานี้เขาเรียกว่า เป็นโรคโพสต์ ทรอมา (Post trauma) ก็คือ เป็นสภาพทางจิตที่ได้รับผลกระทบจากการที่อยู่ในเหตุการณ์ที่มีความตึงเครียดรุนแรง เช่น ไปรบมามีเพื่อนร่วมรบเสียชีวิตไปต่อสู้กับศัตรู ใช้อาวุธปืนยิงเขาเสียชีวิตอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันเป็นเหตุที่เกิดขึ้นแล้วทำให้คนจิตใจเริ่มมีความกระด้าง มีความรุนแรง เห็นค่าในชีวิตของ ประชาชนคนอื่นด้อยค่าลง อันนี้เป็นเรื่องปกติครับ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยเราไม่มีกระบวนการ ในการไปดูแลและรักษา ในต่างประเทศผมต้องเล่าให้ท่านประธานฟัง เช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ในกรณีที่มีการจับโจรผู้ร้ายถ้าเกิดว่าตำรวจวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายสักคนหนึ่ง แน่นอน เป็นคนผิดครับ สุดท้ายตำรวจที่ดำเนินการก็ต้องเข้าไปรับการบำบัดในระดับหนึ่ง ต้องเข้าไปนับจำนวนชั่วโมง เพื่อที่จะไปพบกับจิตแพทย์ มิได้หมายความว่าเขามีโรคจิต แต่หมายความว่าสิ่งที่เขาผ่าน มันเป็นความรุนแรงซึ่งมีความจำเป็นจะต้องได้รับการเยียวยาและบำบัดเพื่อปรับสมดุล ในจิตใจของเขาให้กลับสู่สภาพปกติ วันนี้ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัด ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกิด จากการที่คนร้ายไปรบมา ได้รับการฝึกหนัก หรือว่าเป็นเรื่องของการโดนคดโกงในเรื่องการ ทำธุรกรรมภายในกองทัพเองก็ตาม ความเครียดเหล่านี้มันสะสมจนกระทั่งวันหนึ่งระเบิดขึ้น วันนี้เราจะต้องให้ความสำคัญกับการเยียวยารักษาบุคลากร ซึ่งแน่นนอนครับ เรามอบหมาย ภารกิจให้เขาแล้วเขามีอำนาจตามกฎหมายในการที่จะใช้อาวุธสงคราม ในการที่จะใช้อาวุธ เดินไปเดินมาได้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารก็ตาม เมื่อเขาไม่สามารถที่จะรับการความกดดัน ที่เกิดได้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม สุดท้ายสติหลุดก็เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นโคราช ท่านประธาน วันนี้ตัวอย่างมันเห็นได้ชัด ดูอย่างที่โคราช นายสิบ ๑ คน สติหลุดในเรื่องของความกดดัน จากการทำงาน จากการโดนคดโกง ผลคือพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ๓๐ คน มีผู้บาดเจ็บอีก ๕๗ คน เกือบ ๖๐ คน ในขณะที่ถ้าเกิดเป็นนายพลสักคนหนึ่ง อย่างเดียวกันครับไม่สามารถ ควบคุมสภาพจิตใจเพื่อที่จะให้อยู่ในกรอบ ในร่องในรอยได้ สุดท้ายปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมา เป็นผู้นำกองทัพนี่ ปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมาผลกระทบคือสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน อีก ๗๐ ล้านคน โดนปล้นไปนี่ก็เปรียบเทียบได้ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กระบวนการในการที่ จะเข้าไปเยียวยารักษาสภาพจิตใจของกำลังพลเหล่านั้น ผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็น นายร้อย นายสิบ จนกระทั่งถึงนายพล ทั้งหมดนี้ต้องได้รับการตรวจรักษาครับ ก็หวังว่าสิ่งที่ เราได้อภิปรายในสภากันในวันนี้จะได้นำส่งไปยังรัฐบาล ไปหาทางแก้แล้วก็ป้องกันในอนาคต ไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงเลวร้ายอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่โคราชเกิดขึ้นได้อีกในที่ใด ๆ ก็ตามของประเทศไทย ขอบพระคุณครับ