วีระกร เปิดมุมมองคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีงบฯ 63

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วีระกร คำประกอบ ชี้แจงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณปี 2563 ที่มีปัญหาข้อบกพร่องในวาระ 2 และวาระ 3 จากการเสียบบัตรแทนกัน พร้อมเรียกร้องให้เร่งแก้ไขเพื่อให้งบประมาณสามารถประกาศใช้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบและพี่น้องประชาชนรอคอยการอัดฉีดงบประมาณมานานแล้ว

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ ตามที่พวกเราผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชารัฐรวมกันยื่นญัตติ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความตามมาตรา ๑๔๘ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีความเห็นว่า ในส่วนของพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ซึ่งได้ผ่านสภาไปแล้ว แต่ก็มีข้อขัดข้อง ในเรื่องของการเสียบบัตรซึ่งก็ได้เสนอความเห็นต่อท่านประธานสภาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยตามมาตรา ๑๔๘ (๑) นั้น ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำบังคับหรือจะเรียกว่าคำวินิจฉัย ออกมาตามที่พวกเราได้เห็นกันทั้งหมดนี่ล่ะครับ การที่จะตีความกฎหมาย แน่นอนว่าก็สุดแท้ แต่ผู้ที่จะมีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาต้องตีความกัน ผมเองเคารพท่านอาจารย์ปิยบุตร ในฐานะที่ท่านเป็นนักกฎหมายมือหนึ่งคนหนึ่งในแผ่นดินไทยทีเดียวนะครับ ท่านก็ได้วินิจฉัย ออกมาในแนวหนึ่งซึ่งฟังดูแล้วก็คือจะต้องไปเริ่มต้นในวาระ ๑ กันใหม่ แต่ว่าหลาย ๆ ท่าน ที่ได้อภิปรายไปดังเช่นท่านวิเชียร ชวลิต ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านเองก็ได้อยู่ในวงการ ที่ต้องใช้กฎหมาย ต้องตีความกฎหมายในฐานะผู้ปฏิบัติ ครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นปลัดกระทรวง มหาดไทย เป็นปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งแน่นอนว่าในระดับ ปลัดกระทรวงอย่างท่านวิเชียร ชวลิต ก็ย่อมจะต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านการตีความ ในการใช้กฎหมายให้ถูกต้อง การที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความออกมา ๑. ก็คือการตราขึ้น โดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งกล่าวถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ นั้น ซึ่งท่านบอกแล้วว่ามันไม่ถูกต้องเฉพาะในวาระ ๒ และวาระ ๓ ซึ่งพี่น้องประชาชนทางบ้าน อาจจะไม่ทราบ ในวาระ ๑ ก็คือการพิจารณาในขั้นรับหลักการในสภาผู้แทนราษฎรว่ารัฐบาล ต้องการใช้งบ ๓.๒ ล้านล้านบาท หรือ ๓,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเอาไปใช้เพื่อเอาไปพัฒนา ประเทศอย่างไรบ้าง ต้องการให้เกิดความผาสุกแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างไร เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมาแถลงต่อสภาเราก็ลงมติในขั้นรับหลักการ แน่นอนในครั้งนั้นไม่ได้ มีส่วนใดที่มีข้อตำหนิได้เลย การพิจารณาในวันนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย ผ่านวาระ ๑ ไป ดังที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ออกมาเช่นนั้น แต่บังเอิญในส่วนของวาระ ๒ ในขั้นกรรมาธิการ อยากจะกราบเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนทางบ้านว่าผมเอง ก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการงบประมาณ เราพิจารณากัน ๓๙ วัน ๓๙ คืนนะครับท่านประธาน เฉพาะเรื่องงบประมาณ ๓๙ วัน ๓๙ คืน ตั้งแต่ ๙ โมงเช้า หลายท่านคงจะทราบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สภาซึ่งนั่งอยู่ถึง ๕ ทุ่ม บางครั้งถึงเที่ยงคืน เราพิจารณากันจนกระทั่ง หลายคนสุขภาพเสียไปเยอะ ผมเองก็แย่เป็นหวัดตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ก็ยังฟืดฟาด ๆ อยู่อย่างนี้ เพราะไม่ได้พักผ่อนเลย กรรมาธิการงบประมาณทำงานอย่างหนักกัน ๓๙ วัน ๓๙ คืนแล้วก็ ส่งเรื่องมาสู่สภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาในวาระ ๒ ในวาระ ๒ มากราบเรียนสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีการลงมติรายมาตรา มาตรา ๑ ผ่านไป จนถึงมาตรา ๓๓ ก็ดันมีการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งเป็นเรื่องข้อบกพร่องเฉพาะตัว ก็แน่นอนละครับว่าศาลรัฐธรรมนูญจึงได้เขียนว่า ไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในวาระ ๒ และวาระ ๓ วาระ ๓ ก็เช่นเดียวกันในขั้นที่เรา เรียกกันว่า เห็นชอบทั้งฉบับซึ่งอาจจะมีการแก้ไขถ้อยคำบ้าง ในการลงมติทั้งฉบับก็ลงมติไม่มี อะไรบกพร่อง ก็มีอยู่ท่านหนึ่งที่เดินทางไปต่างประเทศดันมีชื่อในการออกเสียง ซึ่งก็ยังไม่มีการ สอบกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัตร อาจจะเกิดจากระบบอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากอะไรก็สุดแท้แต่ เราตอบไม่ได้ แต่ว่าข้อเท็จจริงแล้ววันนั้นในการลงมติไม่มีเสียงค้านเลย พระราชบัญญัติทั้งสภา มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านงบประมาณไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศรอคอยงบประมาณ บอกกันตรง ๆ ว่า เศรษฐกิจแย่เพราะเหตุสารพัดเรื่อง ภัยแล้งนี่เป็นตัวหลัก และที่สำคัญคืองบประมาณแผ่นดิน ไม่ได้ใช้มาตั้งกี่เดือนแล้วท่านประธานลองนับ ๑ ปี กับอีก ๔ เดือนเข้าไปแล้ว ๑ ปีกับ ๔ เดือน ซึ่งปกติงบประมาณต้องออกมาทุกปี เมื่อเงินไม่มีอัดฉีดไป ๓.๒ ล้านล้านบาทตลาดวันนี้ เงียบเหงา เงียบเหงามาก ทั่วประเทศไทย จังหวัดนครสวรรค์นี่แย่เลยเงียบเหงา แล้วก็มาเจอ ในเรื่องของไข้หวัดไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เข้ามาอีก ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายเกลี้ยง ไม่เหลือเลย ตรุษจีนผมก็โดนไปแย่เลยครับจังหวัดนครสวรรค์ ปีนี้คนน้อยไปหน่อย ทั้ง ๆ ที่ เขาก็จัดกันยิ่งใหญ่มาก อย่างไรก็ตามพี่น้องทุกท่านรอคอยงบประมาณตัวนี้ แม้กระทั่งชาวบ้าน โทรมาถามว่าเมื่อไรจะออกค่าเกี่ยวข้าวให้ชาวนา ชาวนาจะตายแล้ว ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร งบประมาณจะผ่านเมื่อไรก็ยังไม่รู้ วันนี้จึงอยากเรียนท่านว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญท่านกรุณา วินิจฉัยออกมาอย่างนี้ มีคำบังคับว่าขอให้มาเริ่มกันในวาระ ๒ วาระ ๓ กันก็สมควรที่จะต้อง ฟังคำวินิจฉัย คำตัดสินของท่าน ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๑๑ ซึ่งกล่าวว่าคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ขอย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่เราให้ท่านมอบหมายให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาตีความ เมื่อเขาตีความมีคำวินิจฉัย มีคำบังคับออกมาให้เราเริ่มกันในวาระ ๒ วาระ ๓ เราก็สมควร จะทำตามท่าน ก็เห็นใจท่านอาจารย์ปิยบุตรก็ดี และฝ่ายค้านทุกท่านก็ดี ที่ท่านก็หวังดีเห็นต่อ ศักดิ์ศรีของสภา แต่วันนี้คงไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีอย่างเดียว ความจริงศักดิ์ศรีของสภาก็ตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วที่มีองค์กรอิสระ มีศาลรัฐธรรมนูญ อะไรเกิดขึ้นสภาก็เล็กลงไปเยอะ เมื่อก่อนอำนาจของสภาเยอะ แต่ว่าตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อำนาจสภาก็ถูกแบ่งไปให้ องค์กรอิสระ วันนี้องค์กรอิสระถ้าดูไปก็เหมือนใหญ่กว่าพวกเรา แต่ว่าจริง ๆ ก็ศักดิ์ศรีเท่ากัน เป็นบทบัญญัติที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ เพียงแต่ว่าคนละหมวด หมวดหนึ่งว่าด้วย สภาผู้แทนราษฎร หมวดหนึ่งว่าด้วยวุฒิสภา หมวดหนึ่งว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ หมวดหนึ่ง ว่าด้วยศาลปกครองอะไรอย่างนี้ ทุกหมวดมันก็มีคุณค่าเท่ากัน มีศักดิ์ศรีเท่ากัน ในความรู้สึก ของผมทุกส่วนก็มีศักดิ์ศรีเท่ากัน ไม่ได้ทำให้พวกเรามีศักดิ์ศรีน้อยกว่าเดิมแต่อย่างใดครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าเราคงจะต้องเคารพรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ต้องเคารพ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องให้เรามาพิจารณาในวาระ ๒ และวาระ ๓ ใหม่ ซึ่งวันพรุ่งนี้ ก็จะเข้าแล้วครับ ขอความร่วมมือพี่น้องทั้งสภา เพื่อนสมาชิกทั้งสภามาช่วยกันพิจารณา ในวันพรุ่งนี้ อย่าไปเกี่ยงว่าเป็นรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล มันของพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ขอบคุณครับ