วิเชียร ชวลิต ขออนุญาตใช้เวลาอภิปรายระหว่างการประชุมเพื่อชี้แจงการส่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2563 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 โดยย้ำว่าคำวินิจฉัยมีผลผูกพันรัฐสภา และเรียกร้องให้สมาชิกทุกคนพิจารณาร่างกฎหมายด้วยความรับผิดชอบต่อประชาชนภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ ในญัตติที่สมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายและพิจารณา
ประการแรก อยากจะเรียนว่าผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อธิบาย ได้กล่าวแล้วว่า การที่เราส่งประเด็นของการที่เรามีปัญหาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณานั้นก็เกิดจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้พิจารณาและใช้สิทธิตามมาตรา ๑๔๘ ในรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งให้ศาลพิจารณา คณะของเราถึง ๓ คณะได้ร่วมกันลงชื่อ ผมก็อยู่หนึ่งในรายชื่อของคณะที่นำโดยท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ท่านประธานวิป (Whip) นำส่งให้ท่านประธานได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยสภาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเราก็บอกว่า เมื่อส่งแล้ว ศาลวินิจฉัยอย่างไรเราก็ต้องถือปฏิบัติตามนอกจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว โดยหลักการหรือหน้าที่ของเราถ้าเราไม่เห็นว่าคนอื่นจะวินิจฉัย หรือผู้ที่จะใช้อำนาจวินิจฉัย วินิจฉัยแล้วเราไม่เชื่อเราก็คงจะไม่ส่ง แล้วก็การที่เราลงชื่อร่วมกันก็เป็นการยอมรับว่าเราจะ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และที่สำคัญผมอยากจะเรียนว่าก็มีหลายท่านถามว่าแล้วทำไม เราไม่พิจารณาเราเอง ผมเรียนว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยแล้ว เรายังมีญัตติแล้วก็มีข้อโต้แย้งได้ ผมก็เลยไม่มั่นใจว่าถ้าเราจะเลือก ทางเลือกแบบที่เราได้พูดกัน ก็คือทำไมเราวินิจฉัยเอง แม้แต่มีองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญเรายังโต้แย้งเลย เพราะฉะนั้นถ้าหากเราวินิจฉัยเอง ผมก็ไม่มั่นใจว่าเราจะ ปฏิบัติได้ไหม เราจะถือปฏิบัติตามที่เราวินิจฉัยหรือไม่อันนี้ก็เป็นคำถามที่อยากจะย้อนกลับ ในประเด็นเรื่องของใครจะวินิจฉัย ทีนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ก็จะมีคำถามต่อไปว่า แล้วบทบัญญัติในมาตรา ๑๔๓ ในรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ให้สภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณให้เสร็จภายใน ๑๐๕ วัน ผมก็เรียนว่าโดยความเห็นส่วนตัว ในมาตรา ๑๔๓ เมื่อเราพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วก็นำส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป ผมเชื่อว่ามาตรา ๑๔๓ มีสภาพบังคับเสร็จสิ้นไปแล้ว เพราะว่าเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๔๓ ที่บังคับนั้นไม่ต้องการ ให้สภาถ่วงการพิจารณาหรือทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนั้นล่าช้า จึงได้มีกำหนดเวลา กำหนดไว้ว่าต้องทำให้เสร็จภายใน ๑๐๕ วัน เพราะฉะนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าการพิจารณาของสภาในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญให้พิจารณาในวาระ ๒ วาระ ๓ ใหม่นั้น รวมทั้งข้อสังเกตด้วยก็เป็นสิ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องรับมาปฏิบัติ เพราะอะไร เพราะว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็น เด็ดขาด แล้วที่สำคัญชัดเจนมากเขียนไว้ว่ามีผลผูกพันต่อรัฐสภา ถ้าเราในฐานะของผู้ปฏิบัติ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เราเองถือว่าเป็นสภาที่ได้รับมอบฉันทานุมัติหรือเป็นผู้แทน ของปวงชนชาวไทย เราบอกว่าเราจะไม่ปฏิบัติตาม ผมก็ไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นตัวอย่างของ ผู้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร แล้วที่สำคัญผมไม่อยากจะใช้เวลากับสภามากนัก อยากเรียนว่าบังเอิญเมื่อเช้าผมไปออกรายการมองรัฐสภา แล้วก็มีคำถามจากพี่น้องประชาชน ถามเข้ามาว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ ที่จะพิจารณาเป็นพิเศษในวันพรุ่งนี้ หรือวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั้นจะพิจารณา ใช้เวลานานไหม จะพิจารณาอย่างไร ผมก็ได้เรียนอธิบายผ่านไปทางรายการโทรทัศน์ว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณถือเป็นภาระหน้าที่ของเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการเพราะอะไร เพราะพระราชบัญญัติงบประมาณ ไม่ใช่เป็นพระราชบัญญัติหรือเป็นกฎหมายทางการเงินที่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จริง ๆ เป็นกฎหมายการเงินที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน เพราะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในเวลานี้ก็เลยมีคำถามว่าสิ่งที่เราจะ พิจารณาแล้วการดำเนินการจะเรียบร้อย จะเสร็จสิ้นหรือไม่ อย่างไร ผมก็เรียนแถลงไปว่าหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่จะต้องทำหน้าที่พิจารณา บัญญัติกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายสำคัญที่สุดของสภาก็คือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นผมก็เรียกร้องแล้วก็เรียนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนมีหน้าที่ที่จะดูแลแล้วก็พิจารณากฎหมายให้แล้วเสร็จ และนอกจากนั้นพี่น้องประชาชน ยังดูพวกเราอยู่ตลอดเวลาว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกนั้นจะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สุจริตและรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากน้อยขนาดไหน ซึ่งผมอยากจะเรียนว่า พี่น้องประชาชนได้สอบถามไปถึงกระบวนวิธีในการใช้บัตรลงคะแนนและการดำเนินการอื่น ๆ ซึ่งพวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่จะแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเราตั้งใจและปฏิบัติหน้าที่ อย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริตให้กับพี่น้องประชาชนเห็น เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ นั้นสามารถผ่านสภาและส่งให้วุฒิสภาพิจารณาและ สามารถนำทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายให้เสร็จสิ้นโดยเร็วต่อไป เพราะฉะนั้นท้ายที่สุด ผมอยากจะเรียนว่าผมมีความเห็นว่าสภาแห่งนี้สมควรจะปฏิบัติหน้าที่แล้วก็ทำหน้าที่ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ขอบพระคุณครับ