ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ จากญัตติในวันนี้จะเห็นว่ามีอยู่ ๒ ฝ่าย ท่านสมาชิกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเราจำเป็นที่จะต้องสามารถ ที่จะเข้ามาอธิบายความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญ นั่นก็เพราะว่า ในเรื่องของดุลอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เราไม่เคยมีการถ่วงดุลกันอย่างแท้จริง เราไม่เคยมีการตรวจสอบกันอย่างแท้จริง ฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าเราควรจะเชื่อฟังโดยดุษฎี ศาลรัฐธรรมนูญสั่งอย่างไรก็ต้องทำตามนั้นปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเร็วที่สุด อีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่า เราควรที่จะตรวจสอบดูว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ การที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกในการออกคำสั่ง แล้วให้สภาเราดำเนินการแก้ไขวาระ ๒ วาระ ๓ ของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ นั้นกฎหมายลูก เราทราบดีครับว่าเป็นกฎหมายที่ด้อยกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่เอาตรงนี้มาบังคับพวกเรา สิ่งเหล่านี้หลายท่านอภิปรายไปแล้วผมยังเห็นว่าเราควรที่จะตรวจสอบเพื่อเตือน เพื่อให้เห็นว่า อำนาจนิติบัญญัติซึ่งมาจากประชาชนนั้นเราควรที่จะมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิพอที่จะโต้แย้ง ไม่ให้อำนาจตุลาการที่ขยายขอบเขตอำนาจเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด สิ่งนี้ผมคิดว่า เราควรจะทำเพื่อจะสะท้อนกลับไป ถึงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญจะไม่บอกให้ถ่วงดุลอำนาจโดยตรง แต่เราก็ตรวจสอบได้ในส่วนนี้
เรื่องที่ผมจะต้องพูดต่อไปก็เป็นเรื่องของตัวคำพิพากษา คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญตามข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาเขาบอกว่าสำคัญนะครับ การกระทำ โดยไม่สุจริตใช้สิทธิออกเสียงลงมติแทนผู้ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมนั้นเป็นการละเมิดหลักการ พื้นฐานของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ในอาณัติ มอบหมายใด ๆ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดแย้งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ และปรากฏว่ามีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนลงมติแทนย่อมมีผลเป็นการออกเสียง ลงคะแนนไม่สุจริตทำให้ผลการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ในวันเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ที่เราอภิปรายไปในสภาเมื่อก่อนหน้ากระผมนั้นเราพูดแต่เรื่องของความชอบ ไม่ชอบของที่เราจะปฏิบัติตาม แต่เราไม่พูดถึงต้นเหตุเลยครับ สาเหตุจริง ๆ ศาลวินิจฉัย ไปแล้วว่ามันไม่สุจริตมันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่เราไม่เคยพูดถึงว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เราจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้สภาแห่งนี้มีการลงมติสอดบัตรแทนกันและลงคะแนน แทนกันอีก ในอดีตปี ๒๕๕๖ เราเคยมี ๑ ครั้ง เรื่องการแก้ไขที่มาของ ส.ว. ก็มี ๑ ครั้ง ปี ๒๕๕๗ เราก็มี ๑ ครั้ง เรื่อง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒ ล้านล้านบาท ซึ่งกรณีนั้นศาลตัดสินว่าทุจริต การสอดบัตรแทนกันทุจริต แต่กรณีนี้มีความแตกต่างนะครับ ศาลใช้คำว่า ไม่สุจริต ซึ่งดีกรี ความทุจริตกับไม่สุจริตนั้นแตกต่างกัน สิ่งที่ผมกล่าวตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะกระผมเอง ได้รับมอบหมายจากพรรคอนาคตใหม่ให้ยื่นญัตติด่วนหนังสือลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนกรณีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรกดบัตรแทนกันในการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ผมยื่นเป็นญัตติด่วนนะครับ เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าเป็น เรื่องเร่งด่วนและสภาผู้แทนราษฎรก็รับเรื่องเร่งด่วนขึ้นมาเพื่อตั้งวาระพิเศษขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ แต่ทำไมสาเหตุของการทำให้กฎหมายฉบับนี้มีปัญหา และศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยและ ให้เราต้องมาทำตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ผมถูกโต้แย้งจากท่านประธานสภา ว่าอย่างไรครับ บอกว่าญัตตินี้ไม่ใช่ญัตติด่วน แล้วส่งไปลำดับที่ ๖.๑ ในวาระ ๖.๑ วาระ ๕ มีทั้งหมด ๑๑๓ วาระ ๖.๑ ก็อย่างน้อย ๆ ๑๑๔ วาระ หรือ ๑๑๕ วาระ โอกาสที่จะเข้ามา พิจารณาสภาแห่งนี้ไม่มีเลย ผมถามท่านประธานที่เคารพว่าเราจะเอาอย่างนั้นหรือครับ เราจะปล่อยให้กระบวนการอย่างนี้เกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ และไม่ตรวจสอบอะไรกันเลย ผมเชื่อว่าการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้อง วางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับข้อที่ ๙ (๑) แต่ถามว่าผู้ที่มีเหตุสงสัยว่า มีการเสียบบัตรและกดบัตรแทนกันนั้นเป็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ซึ่งท่านประธานก็อยู่ ฝ่ายรัฐบาล ทั้งท่านรองและท่านประธานทั้งหมด แล้วทำไมจะไม่ให้ตรวจสอบครับ ไปเขี่ยออก ให้ไปอยู่ท้ายลำดับที่ร้อยกว่า แล้วเมื่อไรจะได้พิจารณา แล้วจะทันต่อสถานการณ์อย่างนี้ หรือไม่ แล้วทำไมท่านถึงเร่งรีบนักที่จะเอาร่างพระราชบัญญัติเข้ามาในวาระ ๒ วาระ ๓ ทันทีทันใดที่มีหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญ เหล่านี้มันเป็นข้อสังเกต ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกว่าท่านวางตัวปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง หรือไม่ เพื่อจะหาความจริงหรือไม่ โดยหลักแล้วสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถ้าเราจะมีศักดิ์ศรีจริง ๆ เป็นที่ยอมรับนับถือจริง ๆ เราควรที่จะทำของเราให้ดี ทำสภาเราให้ดีครับ ทำสภาของเราให้ น่าเชื่อถือ อะไรที่ดูแล้วเป็นที่สงสัยแก่ประชาชน แต่ตรงนี้ไม่ได้สงสัยนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าไม่ชอบ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ทำไมไม่กวาดบ้านให้สะอาดละครับ ท่านเทพไท เสนพงศ์ บอกว่าเราควรจะดูแลกันเอง ผมเห็นด้วย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ทำไมไม่ทำครับ เราเขี่ยไป ท่านประธานบอกว่าจะไปให้ประธานกิจการสภาดูแล ท่านก็ปฏิเสธมาแล้วว่า ไม่อยากทำ จะเอาไปให้คณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบตอนนี้ ก็ยังไม่ได้ตั้ง จะส่งให้ ป.ป.ช. ถามว่า ป.ป.ช. จะรับไหม ก็เป็นบุคคลภายนอกเขาก็ไม่รับ เพราะเขาเขียนว่าไม่สุจริต ไม่ใช่ทุจริต ป.ป.ช. ป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ นั่นคือเรื่องทุจริต แต่นี่ศาลรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่สุจริต แล้วถามว่าเราจะไม่ทำอะไรกันหรือ เราจะไม่มีมาตรการอะไรหรือที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ผมเห็นว่าผมไม่ได้รับ ความเป็นธรรมและพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากท่านประธานที่เตะลูกออก ผมใช้คำว่า เตะลูกออกนะครับ เขี่ยจากญัตติด่วนไป แทนที่จะพิจารณาคู่ขนานกับกรณีของ วาระเร่งด่วนที่ท่านบรรจุขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ