สมชาย สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาป้องกันรัฐประหาร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

สมชาย ฝั่งชลจิตร อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาและป้องกันการรัฐประหาร โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการวิเคราะห์ต้นเหตุและเงื่อนไขที่นำไปสู่การรัฐประหารในอดีต เพื่อสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีกในอนาคต

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในเรื่องผลร้ายหรือผลกระทบ ที่เกิดจากการรัฐประหารมาจำนวนหลายท่านพอสมควร แต่ผมมีเหตุผลที่ต้องการอภิปราย เนื่องจากว่าต้องการสนับสนุนว่าทำไมจึงจำเป็นจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา และป้องกันการรัฐประหารในอนาคต ก่อนอื่นก็ต้องขอออกตัวเสียก่อนว่าพวกเราหรือพวกผม ทั้งหมดไม่มีความอคติต่อกองทัพและทหารที่เป็นกำลังพลในกองทัพ เพราะชาติบ้านเมืองนี้ มีความจำเป็นจะต้องมีกองทัพไว้ปกป้องอริราชศัตรู รักษาอธิปไตยของชาติ แต่ก็อยากจะฝากไปถึงนายทหารยุคใหม่ว่าโลกแห่งสงครามปัจจุบันมันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ผมสมมุติตัวอย่างว่าอาจจะเอามาจากการดูภาพยนตร์ก็ได้ สมมุติว่าที่มันเกิดเหตุในปัจจุบันนี่ มันเป็นสงครามเชื้อโรค แล้วเราซื้ออาวุธ รถถัง ปืนใหญ่ เรือดำน้ำมาไว้มันป้องกันได้ไหม เขตพรหมแดนมันไม่สามารถป้องกันขีปนาวุธที่ยิงระดับข้ามทวีปได้แล้ว นี่คือสิ่งที่ทหาร จะต้องไปคำนึงในสิ่งที่ต้องทำหน้าที่ในการที่จะป้องกันชาติบ้านเมืองในอนาคตอย่างไร ความจำเป็นมีมากน้อยแค่ไหน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้คิดกัน แต่ว่าการที่จำเป็นจะต้องศึกษา ในเรื่องของการป้องกันการรัฐประหารเหมือนกับคนเป็นโรคนะครับท่านประธาน ประเทศไทย ป่วยด้วยโรครัฐประหารมาหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่เสียใจหรือว่าอาจจะเสียดายบางเรื่อง ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าไม่ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการ ก็เหมือนกับปฏิเสธการศึกษาค้นคว้า ต้นเหตุแห่งโรคว่าเราจะป้องกันได้อย่างไรในอนาคต ผมจินตนาการไปถึงปี ๒๖๐๐ ว่าคน รุ่นนั้นสภาแห่งนี้ การเมืองไทยในขณะนั้นไม่ควรจะเจอสภาพที่เราเจอกันอยู่ในปัจจุบัน คนยุคนั้นควรจะอยู่ในท่ามกลางสิทธิเสรีภาพ การแสดงออกความคิดเห็น แต่กว่าจะค้นหาว่า ในปี ๒๖๐๐ เราไม่อยากจะทำให้ศตวรรษที่กำลังอยู่อยู่นี้มันสูญหายไปเฉย ๆ ในฐานะที่ เข้ามาเป็นนักการเมืองในรัฐสภา แต่การเมืองไทยและการรัฐประหารเราจะดูถ้าเป็นทฤษฎี ทางการเมืองการปกครองนี้จะบอกว่าทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง เราเห็นแต่ข้างบน แต่เราไม่ยอม ค้นลึกไปข้างล่างว่ามันใหญ่โตขนาดไหน นั่นคือปัญหาของเราที่จะเอามาแก้ปัญหาของชาติ บ้านเมืองในอนาคตปี ๒๖๐๐ ผมไม่ได้คาดหวังเพื่อปัจจุบัน เพราะไม่สามารถที่จะทำได้ ภูเขาน้ำแข็งมันมีอยู่อย่างไร แต่อีกอย่างหนึ่งที่ต้องค้นหาก็คือเมื่อเราต้องการศึกษาและ แก้ปัญหาอันนี้มันต้องหาต้นเหตุและที่มาของเหตุด้วย การรัฐประหารทุกครั้งที่ผ่านมา มันไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ ปรากฏการณ์ทุกปรากฏการณ์ในโลกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าก็มีที่มา แต่สิ่งหนึ่งที่มันเป็นปัญหาสำหรับบ้านเมืองเราที่ศึกษากันค้นพบ ก็คือการสร้างความชอบธรรมกับการรัฐประหาร การให้ความชอบธรรมกับการรัฐประหาร และสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารนี่คือเขาน้ำแข็งที่อยู่ข้างล่าง แน่นอนครับการเมือง คือการพยายามที่จะรักษาอำนาจและการช่วงชิงอำนาจ แต่ที่ผ่านมามันเกิดเหตุทุกครั้ง ที่อำนาจมาจากประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ พี่น้องเพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ ลองสังเกตดูว่าเมื่อไรก็ตามที่อำนาจทางการเมืองที่มาจากประชาชนเริ่มแสดงศักยภาพ ออกมาก็จะมีกลุ่มคนสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร สร้างความชอบธรรมให้เกิดการ รัฐประหารแล้วก็สร้างวัฒนธรรมให้ผู้นำในการรัฐประหารเป็นพระเอก ซึ่งมันควรจะเขียน ในปี ๒๖๐๐ ว่าคือผู้ร้าย เพราะผมไม่ได้หวังในช่วง ๑๐ ปี ๒๐ ปีนี้ เด็กรุ่นหลังคงต้องมา เขียนกันเองประวัติศาสตร์ยุคนั้น แต่เราต้องเริ่มต้นให้ได้ว่าเราจะเริ่มต้นในการศึกษาและค้นพบปัญหามันให้ได้ และเอามาเป็น บทเรียนเข้าสู่โรงเรียน เข้าสู่สถาบันการศึกษา สร้างจิตสำนึกที่มีความรู้สึกว่าฉันคือคนนะ ฉันคือมนุษย์ที่เกิดมาเหมือนกับคนอื่นและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน นี่คือสิ่งที่ จะต้องดำเนินการให้ได้ การศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างมาตรฐาน สร้างวัฒนธรรม สร้างบรรทัดฐาน ให้กับสังคมว่าที่แล้วมาของการรัฐประหารมันคือความเลวร้ายของแผ่นดิน มันคือผู้ร้าย ไม่ใช่พระเอก ถ้าหากเราย้อนกลับไปปี ๒๕๐๐ ก่อนที่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะยึดอำนาจ มันมีการกระทำอย่างหนึ่งที่เราเห็นว่าเป็นการช่วงชิงอำนาจและพยายามทำลายกันคือ การบอยคอตต์ (Boycott) การเลือกตั้ง โจมตีฝ่ายที่มีอำนาจว่าโกงกิน คอร์รัปชัน จำเป็น ต้องรัฐประหาร นี่คือวาทกรรมที่สร้างว่าจำเป็นต้องรัฐประหาร วาทกรรมที่สร้างให้เห็นเป็น รูปธรรมอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๔๙ ก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ความจำเป็นในการรัฐประหาร ทั้ง ๆ ที่มีกระบวนการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร เพราะในเวลานั้นอำนาจที่มาจาก ประชาชนเริ่มแสดงออกถึงความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แล้วย้อนกลับมาใกล้ ๆ ปี ๒๕๕๗ ก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ศึกษาให้พบครับว่ามีการสร้างเงื่อนไขไหมให้เกิดการรัฐประหาร แล้วเอาผู้นำในการรัฐประหารมาเป็นพระเอก เป็นฮีโร (Hero) นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินจริง ถ้าเราไม่ศึกษาให้พบแล้วบอกกล่าวให้เป็นบทเรียนของเยาวชนในอนาคตแล้วเราจะแก้ปัญหา การรัฐประหารได้อย่างไร ขอแค่ศึกษาก็ยังไม่ให้ แค่นี้หรือครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ และที่สำคัญที่สุด ความชอบธรรมของการรัฐประหาร ณ เวลานี้เราก็เห็นกันอยู่ ทุกคนรู้ว่า นี่คือการสืบทอดอำนาจ ผมก็ได้แต่คาดหวังว่าในปี ๒๖๐๐ จะมีนักการเมืองและพรรคการเมือง มีความละอายพอที่จะไม่รับตำแหน่งที่มาจากการสืบทอดอำนาจครับ ผมขออนุญาตพูดกับ ท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ