สงวน ชี้ควรมีกรรมาธิการศึกษาปัญหาขัดแย้ง-ศาสนา หลังการตาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

สงวน พงษ์มณี วิพากษ์การยึดอำนาจว่าทำลายกระบวนการประชาธิปไตยและชนชั้นกลาง พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบทางปรัชญาการเมืองและกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันรัฐประหารในอนาคต

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาส ท่านประธานครับ นั่งฟังมาตั้งแต่เช้าอย่างพินิจพิเคราะห์หลายมุม หลายมิติที่ท่านสมาชิกได้แสดงทัศนะ ในเรื่องรัฐธรรมนูญ ในเรื่องอำนาจในเวทีนี้ ผมเองจะมองในมิติอื่นท่านประธานครับ มิติที่ผมว่า คือมิติทางปรัชญาการเมืองแบบบ้าน ๆ ความหมายคืออะไรครับท่าน ความขัดแย้งก่อนการตาย ของคนเรา ก่อนที่พวกเราจะตายกันแล้วขัดแย้งกันเรื่องว่าเราเห็นด้วยกับการรักษาสิทธิ ของพลเมืองอย่างไร คน ๒ กลุ่มก็ขัดแย้งกัน ใน ๒ กลุ่มมีตั้งแต่คนจนสุดถึงคนรวยสุด เหมือนกันทั้ง ๒ ฝ่าย เกิดแย่งชิงอำนาจกัน ความขัดแย้งที่ ๒ ก็คือความขัดแย้งหลังการตาย ก็รุนแรงเหมือนกัน เกิดสงครามเหมือนกัน นั่นคือสงครามศาสนา ท่านครับ ทั้ง ๒ เรื่องนี้ มันคือคำตอบว่าทำไมสภาแห่งนี้ควรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องเหล่านี้ แต่ฟังแล้วนี่ ทางฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนจะไม่เห็นด้วย ผมก็คิดว่าการวิเคราะห์ให้เห็นภาพว่าการยึดอำนาจ ไม่ดีอย่างไรก็เป็นอีกมิติหนึ่ง แต่ผมจะมองว่าเนื้อหาของมันจริง ๆ คืออะไร ท่านครับ ถ้าเราจะพูดมันต้องแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนใหญ่ ส่วนที่ ๑ เรื่องการยึดอำนาจ มันทำลายอะไร และมันสร้างอะไร ส่วนที่ ๒ กระบวนการยุติธรรมที่จะมาแก้ปัญหาควรจะ ดำรงอยู่อย่างไร ทั้ง ๒ อันนี้ต้องพูดให้เห็นภาพ ท่านประธานครับ ท่านครับ มีแต่ชนชั้นกลาง ที่มั่นคงเท่านั้นที่จะเป็นผู้นำการต่อต้านการยึดอำนาจ ชนชั้นกลาง กลุ่มทุนและการกระจาย อำนาจมันคืออาวุธสำคัญในการต่อต้านการยึดอำนาจ เราเป็นนักการเมืองที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ต้องดูว่ามีกฎหมายฉบับใดที่พยายามจะทำลายชนชั้นกลาง เราต้องคิดแก้ไข กฎหมายภาษี ท่านเห็นไหม ออกมาปุ๊บทำลายเกษตรกรภาคอุตสาหรรม ๑. คือที่ปลูกยาสูบตายเลย บุหรี่ไทยแพงเท่าเดิมขึ้นไป ๖๐ บาท บุหรี่ที่แพงที่สุดลดลงมา ๖๐ บาท องค์กรผลิตยาสูบ ได้กำไรปีหนึ่ง ๘,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๘๐๐ ล้านบาท ทำลายหมดเลยพลังเหล่านี้ วันนี้ยึดอำนาจคราวนี้สมบูรณ์แบบจริง ๆ วันนี้เราไม่มีนักการเมืองท้องถิ่นอีกแล้ว ในวันนี้ เรามีอะไรในชนบท เรามีนายก มีสมาชิกท้องถิ่น เขาไม่ใช่นักการเมืองท้องถิ่นอีกแล้ว เขาเป็นข้าราชการการเมืองของ คสช. เขาอยู่ตามคำสั่งนั้น ไม่เลือกตั้งเขาก็มีเงินเดือนกิน เขาทำงาน ไม่ได้ทำงานน้อยหน่อยก็ไม่เป็นอะไร การลุกขึ้นสู้ของคนกลุ่มนี้จึงไม่มีในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมพูดเรื่องนี้เขาทำลายอะไรไปบ้าง ทำลายกระบวนการพัฒนาการผลิต ของประชาชน ทำลายกระบวนการจัดสรรทรัพยากร ทำลายกระบวนการตรวจสอบเพื่ออะไร เพื่อจะอยู่ยาว เพื่อจะประคับประคองตัวเอง อยู่เพื่ออะไรครับ เขาเรียกว่ากดขี่ทางการเมือง เพื่อสะสมทุนทางเศรษฐกิจ วันนี้ไม่มีชนชั้นสูงและชนชั้นต่ำที่จะต่อสู้กัน มันไม่ใช่ ทั้ง ๒ กลุ่ม ความคิดมีองค์ประกอบเหมือนกันมันเป็นเรื่องของความเชื่อ ความเชื่อกำหนดวิธีคิด วิธีคิด กำหนดวิธีทำงาน เราวางตรงนี้ไว้เท่านี้ก่อน เหลือเวลา ๕ นาที กลับไปดูเรื่องกระบวนการ ยุติธรรม ท่านครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้เขียนใหม่ในบททั่วไปบทแรกนะครับ บทที่ ๑ มาตรา ๓ เหมือนกันว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ตั้งแต่ปี ๒๔๙๐-๒๕๔๐ มาจาก ประชาชน ปี ๒๔๗๕ อำนาจอธิปไตยก็เป็นของพลเมืองเป็นของราษฎรเหมือนกันกับปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาที่เป็นแนวปฏิบัติว่าใครยึดอำนาจมา คนนั้นก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ หมายความว่าคำพิพากษานั้นอยู่หลังปี ๒๔๙๐ แน่นอน เพราะอะไร เพราะว่าอำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน เหมือนโตโยต้า (Toyota) มาจากประเทศญี่ปุ่น ใครซื้อมาก็เป็นสมบัติของคนนั้น ใครแย่งชิงมา ใครปล้นมา ใครไปขับก็เป็นสมบัติของคนนั้น เพราะมาจากเฉย ๆ แต่ถ้าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ประชาชนรู้สำนึกอย่างนี้ ใครจะยึดอำนาจมามันก็ยังเป็นของประชาชน กฎหมายต้องลงโทษได้ สิ่งนี้จะแก้อย่างไร ผมเห็นการวางแนวทางของศาลฎีกาไว้ว่าเราไม่สามารถจะฟ้อง ป.ป.ช. ได้ ในที่สุดศาลฎีกา มีการประชุมใหญ่ก็ตกลงว่าในกระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. ถ้าไม่ชอบฟ้องได้รับฟ้องได้ วันนี้ถ้าศาลฎีกานำเรื่องนี้มาประชุมใหญ่แล้วมีมติอย่างไร มันจะเป็นทิศทางของการป้องกัน การรัฐประหารครับ ท่านครับ สังคมไทยต้องเรียนรู้ร่วมกันเรื่องหนึ่ง เราพูดเรื่องสิทธิและ เสรีภาพอย่างสนุกสนาน จริง ๆ ไม่ใช่ท่าน ถ้าเราพูดเรื่องสิทธิ เราต้องพูดเรื่องหน้าที่ ไมโครโฟนนี้เป็นสิทธิของผม ใครอย่ามาแย่ง ทุกคนมีหน้าที่ที่จะไม่แย่งของผมมันถึงจะมีสิทธิ ที่แท้จริง สิทธิต้องคู่กับหน้าที่ เรามีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น การยึดอำนาจเป็นการละเมิด สิทธิอย่างร้ายแรง แล้วเสรีภาพคู่กับอะไรครับ คู่กับกฎหมายและวินัย เราต้องใช้เสรีภาพอย่างมีวินัย วันนี้เราใช้ เสรีภาพเกินเหตุก็เป็นประชาธิปไตยเฟ้อ ถ้าประชาชนรับรู้เรื่องเหล่านี้ใครจะปฏิวัติ คุณปฏิวัติปุ๊บชนชั้นกลางลุกขึ้นสู้ทันทีเลย ผมศึกษาจากฮ่องกง คนไทยที่เป็นนักวิเคราะห์ ทางการเมืองสอบตกหมดเลย วันนี้เป็นอย่างไรครับ เขาไปไหนไม่ได้ท่านประธาน เขาต้องสู้ เพราะอะไร ชนชั้นกลางเขาลุกขึ้นสู้มา กลุ่มทุนเขาก็สู้กัน มีผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ผมนับถือ บอกว่าสงครามโลกแบบเดิมจะเกิดยากเพราะนายทุนมันลงไปหมด นายทุนไปลงกับฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ไปหมดเลย ทุนก็จะเป็นการถ่วงดุลในการใช้กำลัง ผมคิดว่าในสภาแห่งนี้มีความจำเป็น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราชื่นชม มันไปพลาดตรงไหนท่านประธาน พลาดตรงมาตราสุดท้าย ไม่ใช่คนเขียนรัฐธรรมนูญเขียนผิด เพราะองค์กรที่เสพอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่ยอมแก้ไข ไม่ยอมทำตามรัฐธรรมนูญในมาตราสุดท้าย บอกว่าถ้าเมื่อไรใช้รัฐธรรมนูญไป ๕ ปี เราเชื่อว่าเขตอำนาจขององค์กรต่าง ๆ จะล้ำกันไปล้ำกันมาให้ทุกองค์กรมาเสนอแก้ ไม่มีใครกล้าแก้เพราะกอดอำนาจตัวเองไว้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แล้วเราจะแก้ตรงนี้ อย่างไรครับ วันนี้ผมไม่เชื่อว่าท่านจะให้ตั้งเพราะท่านกลัวการตรวจสอบ วันนี้ทุกคนต้อง พยายามแก้กฎหมายที่ละเมิดสิทธิของชนชั้นกลาง ทำลายชนชั้นกลาง เราต้องสามารถ นำการเคลื่อนไหวขนย้ายข้อมูลแบบใหม่เข้ามาต่อสู้กับอำนาจที่เป็นอยู่ ผมไม่เชื่อว่าจะ ไม่ชนะ ผมพูดแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ