ชวลิต สนับสนุนตั้งกรรมาธิการป้องกันรัฐประหาร เสนอทหารถวายสัตย์รักษาประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อป้องกันรัฐประหาร วิพากษ์การรัฐประหารที่ผ่านมาว่าทำลายเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประเทศ พร้อมเสนอให้ทหารถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ทำการรัฐประหาร และเรียกร้องการปฏิรูปศาลเพื่อยึดมั่นนิติธรรมและประชาธิปไตย โดยยกตัวอย่างคำวินิจฉัยของผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยที่ท้าทายอำนาจคณะรัฐประหาร เพื่อผลักดันให้ระบบตุลาการทันสมัยและเป็นธรรมต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทาง ป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคตของท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ ท่านประธานครับ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการอีกทางหนึ่งก็คือการเสนอร่างกฎหมาย ในการต่อต้านการรัฐประหาร ร่างกฎหมายฉบับนั้นได้เสนอต่อท่านประธานสภาเรียบร้อยแล้ว ก็คงรอการบรรจุระเบียบวาระตามขั้นตอนต่อไป กระผมได้ค้นข้อมูลสถิติการรัฐประหาร ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่กระผมก็อยากจะขอย้ำว่าประเทศไทยมีการรัฐประหารถึง ๑๓ ครั้ง มีกบฏ ๑๑ ครั้ง ซึ่งเมื่อรวมทั้งการรัฐประหารและกบฏเข้าด้วยกันจะมีถึง ๒๔ ครั้ง เฉลี่ยแล้ว ๔ ปีต่อครั้ง สะท้อนอะไรครับท่านประธาน สะท้อนว่าการเมืองของเมืองไทยนั้นไม่มั่นคง ไม่มีเสถียรภาพ ไม่เป็นอารยะแต่เป็นอนารยะ ใช้กำลังเข้าตัดสินไม่ใช้อำนาจประชาชนซึ่งเป็นอำนาจอธิปไตย ที่แท้จริง ถ้าการรัฐประหารเป็นเรื่องดีเป็นเรื่องที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ป่านนี้ ประเทศไทยก็คงเป็นมหาอำนาจของโลกไปแล้วเพราะมีการปฏิวัติรัฐประหารบ่อยเหลือเกิน แต่ตรงกันข้ามการปฏิวัติรัฐประหารครั้งใด ประเทศกลับถอยหลังเข้าคลองตามหลังเพื่อนบ้าน ไม่ทันยิ่งการปฏิวัติรัฐประหารครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคมที่ผ่านมาในปี ๒๕๕๗ ยิ่งเห็นชัดเจนว่าประเทศชาติเสื่อมทรุด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้เป็นผลพวง มาจากการปฏิวัติรัฐประหารอย่างแน่นอนที่ทำให้ประเทศไม่ได้รับความเชื่อมั่น การปฏิวัติ รัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สร้างความเสียหายกับประเทศมากกว่าการปฏิวัติ หลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะท่านอยู่ยาวแล้วท่านไม่ได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ และเหตุผลที่อ้างในการปฏิวัติรัฐประหารเลย เช่น การปฏิรูปประเทศไม่มีความคืบหน้าใด ๆ การปรองดองไม่มีความจริงใจในการดำเนินการสร้างความปรองดองแต่อย่างใด การปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันแทนที่จะลดลงกลับเพิ่มขึ้น เห็นได้จากองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ จัดอันดับประเทศไทยลดลงจากลำดับที่ ๙๖ ของโลกเป็นลำดับที่ ๙๙ ของโลก ได้คะแนน ๓๖ คะแนนจากคะแนนเต็มร้อย ประการสำคัญที่สุดครับ คณะรัฐประหารยังวางกติกาต่อ ท่ออำนาจให้ตนเองและพวกพ้องได้อยู่ในอำนาจต่อ เห็นได้จากการกำหนดกติกาให้การเลือกตั้ง เป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้มีพรรคการเมืองต่าง ๆ มาก ไม่มีทางที่จะมีพรรคการเมืองใด ได้เสียงข้างมากท่านก็สามารถเลือกช้อป (Shop) ได้ตามสบาย ๒. คณะรัฐประหารแต่งตั้ง ส.ว. เอง และให้มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ประการนี้ผูกขาดการต่อท่ออำนาจ ของคณะรัฐประหาร ต่างประเทศเขามองออกครับว่าระบบการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพเขาจึง ไม่มาลงทุน นอกจากไม่มาลงทุนแล้วยังย้ายฐานหนีจึงมีแต่การลงทุนลม ไม่มีการลงทุนจริง ถ้าระบบการเมืองยังเป็นอยู่เหมือนเช่นในปัจจุบัน ประเทศไทยก็จะเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย อย่างแน่นอน กระผมจึงขอฝากกรรมาธิการวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินการอยู่ใน ขณะนี้โปรดหาหนทางแก้รัฐธรรมนูญให้การเมืองมีเสถียรภาพเป็นประชาธิปไตยและขอฝาก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ท่านจะมีวิป (Whip) รัฐบาล แต่ท่านเป็นผู้แทนที่มาจาก ประชาชน อย่าลืมว่าประชาชนเขากำลังเดือดร้อนในปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างหนัก อย่าเพลินกับอำนาจวาสนาและเงินตราจนลืมประชาชนที่กำลังทุกข์ยาก ท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นประเทศเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ขณะนี้ความเชื่อมั่นประเทศด้อยค่าลงเรื่อย ๆ เพราะหลังรัฐประหารและมีการเลือกตั้งทั่วไป นายกรัฐมนตรีเป็นคนคนเดียวกันนี่ ๖ ปี เข้าไปแล้วสะท้อนว่าท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้เลย โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง เมื่อพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าการปฏิวัติรัฐประหารสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ และประชาชน เราซึ่งเป็นผู้แทนควรตอบแทนประชาชนที่ลงคะแนนให้เรา ร่วมมือกันเป็น หนึ่งเดียวในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ขณะเดียวกันในญัตติของอาจารย์ปิยบุตรครั้งนี้ผมขอเสนอความเห็น ไม่ว่าจะตั้งกรรมาธิการ ได้หรือไม่ก็คือ ๑. ผู้ปฏิวัติทุกครั้งที่ผ่านมาล้วนเป็นทหาร อย่างไรก็ตามเราเห็นใจทหารอาชีพ ทหารมีธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญอยู่ประการหนึ่งก็คือการถวายสัตย์ปฏิญาณ ทหารจะยึดมั่น การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญทุกฉบับ ที่ผ่านมากำหนดไว้ว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข กระผมเห็นว่าเพื่อเป็นการป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารควรมีถ้อยคำในการ ถวายสัตย์อยู่ข้อหนึ่งว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่ทำการปฏิวัติรัฐประหารการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งกระผมมั่นใจว่าหากมีการถวายสัตย์ เช่นนี้จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก

ประการที่ ๒ กระผมเห็นว่าศาลควรปฏิรูปตัวเอง เป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบัน ศาลฎีกายุคใหม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จะเห็นได้ว่า ประธานศาลฎีกาได้ปฏิรูปการบริการประชาชนของศาลประการหนึ่งในหลายประการก็คือ การพิจารณาการให้ประกันตัวผู้ต้องหาในวันหยุดราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอยกตัวอย่างเคยมีคำวินิจฉัยของผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อยได้ปฏิเสธอำนาจคณะรัฐประหาร ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๕๒ ซึ่งกระผมขอยกมาเพียงบางส่วน ดังนี้ การได้อำนาจ ในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยเท่ากับ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ หากศาลรับรองอำนาจของบุคคล หรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้วเท่ากับศาลไม่ได้ รับใช้ประชาชนเป็นการละเลยหลักยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ความเห็นส่วนตน ดังกล่าวเป็นของท่านกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้พิพากษา ซึ่งแสดงความเห็นส่วนตนไว้ในคำพิพากษา อย่างกล้าหาญ เพียงแต่ท่านเป็นเสียงส่วนน้อย บัดนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ประเทศไทย เราไม่ทันโลกเขาแล้ว เราไม่ควรที่จะเป็นกบอยู่ในกะลาต่อไปอีก ผมขอเรียกร้องให้ศาลปฏิรูป ตนเองเพื่อประชาชน ประเทศชาติ และตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและขอรบกวนเพื่อนสมาชิก ได้มีความเห็นในแนวทางประชาธิปไตยโดยพร้อมเพรียงกัน ขอขอบคุณครับ