จิรวัฒน์ ชี้โมเดลรัฐประหารขยายอำนาจทหาร สนับสนุน กมธ. ศึกษาปิดช่องรัฐประหาร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้โมเดลรัฐประหารที่ทำลายรัฐธรรมนูญและขยายอำนาจกองทัพผ่านโครงสร้างรัฐ พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายและคืนอำนาจสู่การเมืองปกติ โดยสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางยุติการรัฐประหารและย้ำความสำคัญของระบบรัฐสภาและความเคารพต่อรัฐธรรมนูญ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภา กทม. เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองแขม แขวงหนองค้างพลู เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ ผมได้เตรียมเนื้อหามาทั้งหมด ๒๐ นาที แต่ว่าผมได้ถูกตัดไปก็ไม่เป็นอะไรครับ ๑๐ นาที ผมก็จะตัดเนื้อหาออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะเข้าเนื้อหาเลยว่าการรัฐประหารของเรา ๑๓ ครั้งที่ผ่านมาอาจจะสรุปออกมาได้เป็น โมเดล (Model) อยู่ ๒ โมเดล (Model) ๑. โมเดล (Model) ก็คือแบบไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ อย่างในกรณีของสมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มีการยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ แล้วก็ตั้งนายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะจัดการเลือกตั้ง แต่นัยก็คือ ยึดอำนาจเพื่อตัวเอง หรืออย่างในกรณีประการที่ ๒ เป็นการรัฐประหารแบบฉีกรัฐธรรมนูญ ในสมัยจอม พลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีการยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ ประกาศ ใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรใช้อยู่ ๙ ปีแล้วมีมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๗ ก็คือ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีโดยมติ ครม. จะสั่งการกระทำการใด ๆ ก็ได้ ยิงเป้าก็ได้ครับ เอาเรื่องผิดเป็นเรื่องถูก เรื่องถูกเป็นเรื่องผิดก็ได้ อย่างเช่นในกรณีอย่างที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ต้องขอบคุณท่านครับที่เอารูปมาขึ้นในสภาแห่งนี้ ถูกยิงครับ เป็นอดีต ส.ส. และเป็นครู ที่ทำการต่อต้านการรัฐประหารถูกยิงครับ ก่อนที่จะถูกยิงเป้าก็ลั่นวาจาว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ อีกเคส (Case) หนึ่งก็คือ ถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ เอาธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรหลักการแนวคิดหลักในทางปฏิบัติ เหมือนกับจอมพล สฤษดิ์ มีมาตรา ๑๗ เหมือนกันครับ ใช้อย่างไรครับ ก็จับกลุ่มเรียกร้อง รัฐธรรมนูญ ๑๓ คน ออกคำสั่งคณะปฏิวัติ ๓๖/๒๕๑๕ จำคุกนายอุทัย พิมพ์ใจชน ๑๐ ปี อนันต์ ภักดิ์ประไพ บุญเกิด หิรัญคำ คนละ ๗ ปีครับ นี่อย่างไรการใช้อำนาจตามมาตรา ๑๗ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ใช้โมเดล (Model) การรัฐประหารของ จอมพล สฤษดิ์ และ จอมพล ถนอม ใช่หรือไม่ ไอดอล (Idol) ท่านใช่ไหมครับ ดังนั้น สิ่งที่ผ่านมาก็คือว่าเราก็ย้อนกลับไปสิ คิดเพลงที่เราได้ยินกัน คืนความสุขให้ประเทศไทย เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นานแผ่นดินจะดีในไม่ช้า ตบท้ายครับ ความสุขจะคืนมา ประเทศไทย ผมถามว่าวันนี้ปฏิรูปอะไรบ้าง ปรองดองอะไรบ้าง ล้มเหลวหมด แม่น้ำ ๕ สาย สุดท้ายเป็นอย่างไร ได้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ๒ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นมันจึงต้อง ถามกันในสภาแห่งนี้ว่าแล้วสังคมไทยได้ประโยชน์อะไรจากการรัฐประหาร ๕ ปีที่ผ่านมา ผมว่ามันไม่ใช่การคืนความสุข แต่มันคือการคืนอำนาจและบทบาทให้กับกองทัพ เข้ามา มีอำนาจขยายอำนาจในการเมืองไทย ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องกายภาพที่ใช้อาวุธ ใช้รถถัง แต่ในปัจจุบันเขาใช้กลไกองค์กรมาสร้างฐานอำนาจทางการเมืองไว้ในโครงสร้างสถาบัน ทางการเมืองของไทย โดยเฉพาะผมจะยกตัวอย่างการขยายอำนาจก็ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ขยายบทบาทกองทัพ กอ.รมน. ต้องยุบครับ โดยเฉพาะในมาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๑/๒ และ มาตรา ๑๓/๑ มาตรา ๑๓/๒ ไปเพิ่มสัดส่วน เพิ่มตำแหน่งที่ไม่ควรเข้าไปอยู่ใน กอ.รมน. ภาค และ กอ.รมน. จังหวัด เช่น คุณเอาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด อธิบดีอัยการภาค อธิบดีอัยการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานราชการทั้งหลายไปนั่งอยู่อันเดอร์ (Under) ภายใต้ กอ.รมน. เป็นอย่างไร ทำอย่างนี้ไม่ได้ครับ แล้วภารกิจของหน่วยงานนั้น ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการที่คุณเอาอัยการตำรวจเข้าไป แล้วคุณวิษณุคุณเป็นที่ปรึกษา คสช. นักกฎหมาย ก็เอาอัยการตำรวจเข้าไปนั่งอันเดอร์ (Under) กอ.รมน. แล้วถามว่าอัยการ ตำรวจ เขาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และผมจะเชื่ออย่างไร พี่น้องประชาชนจะเชื่ออย่างไรว่า การตัดสิน การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมจะเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส มีการชี้นำ หรือไม่ หรือในกรณีขึ้นเงินเดือนให้ตุลาการศาลทหาร อัยการทหาร วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สนช. ที่ คสช. ตั้ง เพิ่มเงินเดือนให้ตุลาการศาลทหาร อัยการทหารหรือการเพิ่ม เงินเดือนให้กับคณะทำงาน คสช. ๒,๐๐๐ กว่าคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าน่าเกลียดที่สุด วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ สนช. ลงมติออกกฎหมายพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี ก็หมายความว่า สรุปใจความก็คือเปิดทาง ให้นายพลทั้งหลายเข้าไปเทียบตำแหน่งอธิบดีในหน่วยงานราชการอื่นได้ แล้วถามว่าต่อไป ท่านจะได้เห็นปรากฏการณ์อะไร นายพลไปนั่งอยู่ในกรรมการองค์กรอิสระเพราะคุณสมบัติ ในองค์กรอิสระบอกว่าคนที่จะเข้ามาสรรหาต้องมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี และทำอย่างไร นี่เห็นไหมครับว่าสิ่งที่รัฐประหารที่ผ่านมาทำอะไรไว้กับบ้านเมืองของพวกเราบ้าง ดังนั้น วิธีการแก้ที่ผมพูดไป เช่น กอ.รมน. รวมถึงพระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหมก็ต้องแก้ครับ โยกย้าย ผบ.ทบ. พวกนี้ต้องให้อยู่ในอำนาจของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎอัยการศึก ก็ต้องแก้ จากเดิมที่ให้เครื่องมือเป็นอำนาจของผู้บัญชาการทหารบก ต้องเอากลับมาให้ นายกรัฐมนตรีโดยรัฐบาลพลเรือนในการประกาศใช้กฎอัยการศึก ผมมีเวลาน้อยนะครับ ผมก็ต้องเข้าสู่บทสรุปและความจำเป็น จะบอกว่าทำไมผมจึงจะต้องสนับสนุนในการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็รัฐประหารเรามีทั้งหมด ๑๓ ครั้ง ไม่ได้มีแค่ครั้ง ๒ ครั้ง เฉลี่ย ๖-๗ ปีมีการรัฐประหาร ๑ ครั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุผลที่ผมสนับสนุน คือ

๑. รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ ตอนที่พวกเราถวายสัตย์ปฏิญาณ ถ้าพวกท่าน จำกันได้ ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เรากล่าวเอาไว้ว่าในสภาแห่งนี้ บอกข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ คำว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ขยายความก็คือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ทุกมาตรา เอาเฉพาะหมวดสำคัญ อย่างเช่น บททั่วไปในมาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

๒. ข้อบังคับจริยธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการก็บอกไว้ ทุกอันครับ

๓. ที่ผ่านมาพวกเราตั้งคณะกรรมาธิการมาเยอะแยะมากมายในสภาแห่งนี้ ศึกษาปัญหาหนี้สิน ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเกษตรกร การเก็บภาษี และอีกหลายเรื่อง แล้วทำไมล่ะเราจะตั้งอีกสักคณะหนึ่งในสภานี้ไม่ได้ ก็เพราะว่ารัฐประหารคือสิ่งที่ทำลาย โครงสร้างสถาบันทางการเมืองของไทย แล้วทำไมเราต้องปฏิเสธครับ

ประการต่อมาก็คือว่าผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก นักการเมืองอาวุโสหลายท่าน ผมจะยึดมั่นในระบบรัฐสภา แต่ผมก็จะปฏิบัติตาม และผมคิดว่าท่านชวน หลีกภัย นี่ละ ท่านประธานรัฐสภาของพวกเราด้วยความเคารพอย่างยิ่งอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยกล่าวไว้ว่าจะยึดมั่นในระบบรัฐสภา สุดท้ายไม่ว่าปลายทางต่อให้ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ เท่าที่ผมฟังเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายก็ทราบครับ ตั้งไป บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไป สุดท้าย ก็ฉีกครับ แต่ปลายทางจะเป็นอย่างไร ผมว่าไม่ใช่สาระสำคัญ สำคัญคือว่ารัฐประหารคือสิ่งที่ ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับระบบรัฐสภา ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสภาผู้แทนราษฎร จะมีเหตุผลอะไร จะยกเหตุผล ยกเมฆ ยกฟ้า ยกดินอะไรที่บอกว่าเราจะปฏิเสธเพื่อที่จะไม่ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ ดังนั้นผมต้องสนับสนุนตั้งกรรมาธิการชุดนี้เถอะครับ เอาเข้ามาเพื่อที่จะศึกษาว่าเราจะ มีกลไกอย่างไรที่จะยุติการรัฐประหารได้ แล้วพวกท่านผู้ก่อการต้องคิดให้ดีนะผมนี่ ๒๙ ปี วันหน้าต่อไปอีก ๑๐ ปี ผมก็ ๓๙ ปี ผมยังอยู่อีกนาน ผมจะยืนยันแล้วยึดมั่นในระบบรัฐสภา แบบนี้ บอกลูก บอกหลาน บอกเพื่อนพ้องของผมและเพื่อนสมาชิกต่อไปครับ ขอบคุณครับ