อนุรักษ์ ชี้รัฐประหารทำลายสิทธิ-เศรษฐกิจ ขอตั้ง กมธ. ป้องกันซ้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

อนุรักษ์ บุญศล กล่าวถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอำเภอสว่างแดนดิน โดยยกตัวอย่างครูสองคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รัฐประหารในอดีต เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาประชาธิปไตยและหลีกเลี่ยงการทำรัฐประหารในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันรัฐประหาร วิพากษ์การใช้มาตรา 44 ที่กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนและภาพลักษณ์ประเทศ ผลักดันให้เกิดระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงภายใต้แนวคิด constitutional monarchy โดยย้ำว่าการเมืองต้องเป็นของประชาชนและเพื่อประชาชน

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงที่เมตตายังเรียกอีกครั้งหนึ่งค่ะ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องเมืองสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานก็คงทราบดีเพราะว่าอยู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงกันนะคะ ดิฉัน สนับสนุนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกัน ไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคตเพราะอะไร อำเภอสว่างแดนดินนั้นเป็นเมืองของนักสู้ เป็นดินแดนที่มีเกียรติประวัติอันยาวนานและกล่าวขานกันทั้งแผ่นดินว่าเป็นแผ่นดินของ นักต่อสู้ นักอุดมการณ์ นักประชาธิปไตย จนเป็นตำนานสืบสานถึงปัจจุบันถึงการต่อสู้กับอำนาจ เผด็จการของคณะปฏิวัติรัฐประหารซึ่งต้องแลกด้วยชีวิต เลือดเนื้อ วิญญาณและน้ำตากับ การให้คงไว้ซึ่งประชาธิปไตยไว้ให้ลูกหลานสืบไป วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๔ เมื่อ ๕๙ ปีที่แล้ว ครู ๒ คนที่ไม่ยอมก้มหัวให้คณะปฏิวัติรัฐประหารในขณะนั้นชื่อว่า จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และมาตรา ๑๗ ในคราวรัฐประหาร พุทธศักราช ๒๕๐๐ สั่งประหารชีวิตครู ๒ คนที่สนามบิน อำเภอสว่างแดนดิน ครูท่านนั้น ครูครอง จันดาวงศ์ วีรบุรุษสว่างแดนดิน และครูทองพันธ์ สุทธิมาศ ครูครอง จันดาวงศ์ นั้นเคยเป็น ส.ส. ๑ สมัยด้วยนะคะ ถูกประหารชีวิตกลางแจ้งที่ลานสนามบินอำเภอสว่างแดนดิน ซึ่งเป็นความเจ็บช้ำ บอบช้ำ เหลือที่จะช้ำของคนอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หัวหน้าคณะปฏิวัติในขณะนั้นเป็น จอมพลและมีมาตราครองอำนาจ คือมาตรา ๑๗ ดิฉันอยากให้เทียบเคียงกันดูสิว่าปัจจุบันนั้น คือมาตราที่เท่าไร แม้นจะไม่ได้เป็นจอมพลแต่หัวหน้าคณะปฏิวัติในขณะที่ผ่านมาไม่กี่ปีนั้น เป็นทหารดุจเดียวกัน นั่นภาพที่ครูครอง จันดาวงศ์ และครูทองพันธุ์ สุทธิมาศ เข้าหลักประหาร ชูมือขึ้นโดยไม่ร้องขอชีวิตเลย ครู ๒ คนเดินเข้าลานประหารชีวิต ถูกลิขิตด้วยรัฐประหาร ปืนขานใส่ มาตรา ๑๗ เจ็บปวดรวดร้าวใจ เลือดนองไหลเต็มร่างในสว่างแดนดิน ๕๙ ปีผ่านไป ใครเจ็บปวด อำนาจขมวด ขมวดร้ายไม่เคยสิ้น และรัฐประหารยังผลาญเผาเงาแผ่นดิน ลือจะสิ้นสิทธิเสรีที่ไกลปืน ปืน ๙๐ นัดรัวใส่ร่างครู ๒ คน ขณะที่ก่อนกระสุนจะลั่นใส่ร่าง ของครู ๒ คนนั้นครูครอง จันดาวงศ์ ได้เอ่ยขึ้นเป็นวลีเด็ดจนถึงปัจจุบันนี้ ๕๙ ปีมาแล้วว่า เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ที่ต้องหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตมากล่าวอ้าง เนื่องเพราะการรัฐประหารของเผด็จการทหารน่าจะจบสิ้นไปตั้งแต่นมนานกาเลมาแล้ว แต่ความเป็นจริงยังมีการรัฐประหารมาโดยตลอดจากปี ๒๔๗๕ ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยซึ่งปัจจุบัน ๘๘ ปีมีการรัฐประหาร ครั้งแล้วครั้งเล่า ขอชาร์ต (Chart) ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

๑๓ ครั้ง ล่าสุดวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เกิดรัฐประหาร ดิฉันอยากให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้ายและมาตราที่ทำลายล้างกันเอง เผ่าพันธุ์เดียวกันที่ชื่อว่า ไทย คือมาตรา ๔๔ ควรหายไปจากประเทศไทย แม้จะรู้ว่าไม่มี กฎเกณฑ์ใด ๆ ที่จะล้อมรั้วอำนาจซ้อนอำนาจไม่ให้เหลิงอำนาจที่จะยืนยันได้ว่าจะไม่มีการ ปฏิวัติอีกในอนาคต ยังเรียกร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าขอให้มีการตั้งกรรมาธิการ พิจารณาเถิด เพราะว่ามันจะเป็นทรัพย์เสรี สิทธิเสรีภาพแก่ลูกหลานสืบไป ท่านประธาน ที่เคารพคะ หลังการรัฐประหารทุกครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งประเทศ ถูกย่ำยี ลิดรอน ทุกยุคทุกสมัย ประเทศสูญเสียโอกาสดี ๆ ทุกด้านทั้งด้านการค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว ใครก็หวาดหวั่นกับความไม่มั่นคงของสิทธิเสรีภาพในประเทศไทย เศรษฐกิจแย่ลงมาก แม้กระทั่งมีประชาธิปไตยในทุกวันนี้เป็นประชาธิปไตยที่สืบทอดอำนาจ ก็ยังไม่สามารถจะฟื้นคืนชีวิตของประชาชนนั้นยากเย็นแสนเข็ญน่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่างชาติไม่ให้เครดิตกับรัฐบาลทหาร ไม่น่าเชื่อถือ ไม่เกิดความเชื่อถือ ไม่เชื่อมั่น การออกกฎหมายนั้นข้ามหัวประชาชน มองไม่เห็นประชาชนชนชั้นใดออกกฎหมายก็เพื่อ ชนชั้นนั้น นี่เป็นเรื่องจริงเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้ว เขาเจริญรุดหน้าทุกด้าน การคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพงดงามยิ่งนัก เกิดความเท่าเทียม และเสมอภาคทุกด้าน ประชาชนอยู่ดีกินดี หน่วยงานของรัฐรับฟังเสียงประชาชนกฎหมาย ก็ยึดโยงกับประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ขณะที่เรามีประชาธิปไตยเต็มใบ ขณะที่เรามีความงอกงามในด้านประชาธิปไตย ประชาชนไปติดต่องานราชการในอำเภอ แม้นใส่รองเท้าหูคีบก็ได้รับการต้อนรับจากข้าราชการอย่างดีเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันนี้นั้น เสียงสะท้อนเป็นอย่างไรบ้างคะ นั่นคือการเกิดชนชั้นที่มีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนจะมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันคืออยากเห็นอำนาจของประชาชน เป็นใหญ่ในแผ่นดินตามครรลองของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยากให้ สมาชิกทั้งหลายได้ร่วมกันสร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็งโดยประชาชนและเพื่อประชาชน ช่วยกันสร้างหลักเกณฑ์ที่เข้มแข็งเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข และป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ดั่งเช่นครูครองที่เปล่งวลีก่อนถูก ประหารชีวิตกลางแจ้งตรงสนามบิน อำเภอสว่างแดนดิน ว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตย จงเจริญ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ