วันมูหะมัดนอร์ มะทา หารือถึงปัญหารัฐประหารที่เกิดขึ้นซ้ำในประเทศไทย ซึ่งส่งผลเสียต่อประชาธิปไตย เศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเน้นว่าเป็นการแย่งชิงอำนาจโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนและขัดต่อกฎหมาย พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันการละเมิดอำนาจและนิรโทษกรรมทางการเมือง รวมถึงเรียกร้องให้มีการปรับบทบาทของทหารให้จงรักภักดีต่อรัฐ สนับสนุนการเรียนรู้ประชาธิปไตยในทุกระดับ และสร้างกฎหมายเพื่อป้องกันการรัฐประหารในอนาคตอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาติ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานและผู้เสนอญัตติ คือท่านอาจารย์ปิยบุตรเป็นอย่างมากครับ ที่ได้เสนอญัตติเพื่อให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาและป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นในอนาคต ซึ่งผมคิดว่าถ้าผมไม่ขึ้นพูดในวันนี้เท่ากับ ผมไม่ได้สนใจในการที่คณะรัฐประหารที่ปล้นอำนาจของประชาชนออกไปจากสภาของเรา ทุกครั้งไป ซึ่งผมคิดว่าถึงแม้เราจะไม่สามารถได้ป้องกันอย่างเต็มที่แต่การที่เรามาพูดถึง ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเข้าใจว่าการรัฐประหารที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างเดียว อาจจะมีหลายฝ่ายที่ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราเปิดใจกว้างมาร่วมกันศึกษาว่าความผิดที่เกิดขึ้นนั้นเราจะช่วยกันแก้ไข ไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นในประเทศของเราต่อไปครับ เวลาเกิด รัฐประหารขึ้นครั้งใดท่านประธานและพวกเราก็จะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกยึดอำนาจไป ยึดหน้าที่ ของเราไปทั้ง ๆ ที่เรามาโดยกฎหมายที่ประชาชนจำนวนหลายสิบล้านคนเลือกเข้ามา แต่คณะผู้ยึดอำนาจใช้กำลังและคนไม่มากเท่าไรก็มายึดอำนาจเราไป
ในประการที่ ๒ หลังจากยึดอำนาจแล้วเพื่อจะสร้างความชอบธรรมให้กับ ผู้ยึดอำนาจแล้วก็รัฐประหารก็มักจะโจมตีสถาบันรัฐสภาของเรา นักการเมืองทั้งหลายว่า ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วคณะรัฐประหารก็มักจะอ้างเข้ามาเพื่อที่จะปฏิรูปการเมือง และท่านประธานยืนมาในสภานี้ ๕๐ ปี ผมก็ ๔๐ ปี เคยเห็นไหมครับว่าคณะรัฐประหารนั้น ได้ปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง หลายครั้งหลายคราวได้ทำลายหลักการของประชาธิปไตย มากมายแล้วก็ขยายอำนาจของคณะรัฐประหารออกไปเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง กระผม เชื่อว่าสภานี้ถ้าเปิดใจกว้างพูดอย่างจริงแล้วความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากรัฐประหารนั้น กลุ่มแรก ๆ ก็คือสมาชิกรัฐสภาและนักการเมืองทั้งหลายที่ถูกเอาบาปมาใส่พวกเรา ประชาชนทั่วไปก็ได้รับผลกระทบมากเช่นเดียวกัน ซึ่งผมก็คงจะใช้เวลาพูดไปเล็กน้อย และด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ใช้เวลาเกินไปและจะพยายามให้จบก่อน เวลาเสียด้วยซ้ำไป เพราะว่าท่านผู้อภิปราย ผู้เสนอญัตติท่านอาจารย์ปิยบุตรนั้นได้พูด ในรายละเอียดมากพอสมควรแล้วผมก็จะไม่กล่าวซ้ำในประเด็นที่ไม่จำเป็นครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของการรัฐประหารนั้นมีหลายท่าน ได้กล่าวถึงว่ามันคืออะไร ผมอยากจะเอานักวิชาการบางท่านที่เขาศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วเป็นคนที่มักจะเขียนเรื่องของการรัฐประหารกับการเมืองอยู่ในหลายครั้ง ท่านอาจารย์ สุรชาติ บำรุงสุข ท่านก็ให้ความหมายว่ารัฐประหารคือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ที่ไม่เป็นไปตามกติกา พวกเราเข้ามาตามกติกา แต่เวลาเขาจะเปลี่ยนแปลงเขาก็เลิกกติกา และไม่ปฏิบัติตามกติกา ผมยังคิดว่าปล่อยได้อย่างไร เราคงจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ไปมากกว่านี้ เพราะเขามาด้วยรถถัง เขามาด้วยอาวุธที่พวกเราให้งบประมาณเขาไป ท่านประธานครับ ทหารนั้นเราสร้างไว้เพื่อป้องกันประเทศจากอริราชศัตรูและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ เรามีกฎหมายอนุญาตให้ทหารมีอาวุธได้ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีอาวุธนานาชนิดด้วยภาษี ของพี่น้องประชาชน เราไม่เคยมีกฎหมายฉบับใดนะครับว่าเอาภาษีของประชาชนและอาวุธ ที่สภานี้อนุมัติให้ซื้อแต่ละปีนั้นเพื่อมาทำปฏิวัติและรัฐประหาร และผมคิดว่าถ้าคนมีอาวุธ อยากจะมีอำนาจแล้วทำเหมือนกับคณะทหารที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารในบ้านเมืองของเรา ๑๓ ครั้งภายในระยะเวลา ๘๗ ปี เฉลี่ยแล้วประมาณ ๗ ปีต่อครั้ง นี่เราเพิ่งผ่านมา ๕ ปี เข้าปีที่ ๖ ปีหน้าจะเป็นปีที่ ๗ ถ้าหากว่าจิตใจของผู้ถืออาวุธไร้สำนึกว่า ที่มีอาวุธที่ได้รับอนุญาตนั้นเพราะเป็นทหาร มีหน้าที่ป้องกันประเทศและสร้างความมั่นคง ของประเทศ ไม่ได้ให้มายึดสภา ยึดอำนาจ ตั้งพวกพ้องของตัวเองเป็นคณะผู้บริหารประเทศ มันเป็นการเอาเปรียบองค์กรอื่น ๆ ในบ้านเมืองของเราสิ้นเชิง เพราะองค์กรอื่นไม่มีอาวุธ มากมายอย่างกับทหาร อาวุธนั้นก็ไม่ใช่ทหารสร้างเอง เป็นภาษีอากรของพวกเราที่สร้างไปให้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านอาจารย์ปิยบุตรพูดนั้นก็ถูกต้องแล้ว ทำอย่างไรเราถึงจะมีกฎหมาย เพื่อป้องกันและลงโทษผู้ที่ถืออาวุธโดยได้รับอนุญาตให้ถืออาวุธไม่ให้ทำรัฐประหาร แล้วถ้าทำได้ใคร ๆ ก็อยากทำ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับทหารในหลายประเทศ เขาบอกว่าเขาเองเป็นทหารก็อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีอยากจะเป็นรัฐมนตรี อยากจะ มีอำนาจ เช่นเดียวกับนายทหารของประเทศไทย แต่ผมถามว่าแล้วทำไมไม่ทำล่ะ เขาบอกว่า ทำไม่ได้เพราะกฎหมายก็อย่างหนึ่งไม่อนุญาต
อันที่ ๒ ประชาชนเขาไม่ยอมรับ ฉะนั้นเราจึงเห็นได้ว่าการปฏิวัติรัฐประหาร มันเกือบจะสูญพันธุ์แล้ว แม้แต่ที่อาจารย์ปิยบุตรที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่านอกจากประเทศไทย แล้วที่ทำการปฏิวัติบ่อย ๆ คือประเทศในแอฟริกา ในตอนนี้เราก็ไม่ค่อยได้ยิน ประเทศ ในแอฟริกาได้ทำการรัฐประหารเพราะประชาชนไม่ยอมรับ แล้วหลายท่านระดับพลเอก ระดับนายทหารก็ถูกขังคุกหรือไปประหารชีวิต แม้แต่ประเทศในเอเชียก็ขึ้นศาลไปหลายคน ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อถึงประเทศเหล่านั้นนะครับ แต่ท่านก็คงทราบว่ากำลังขึ้นศาลทหารอยู่ ๒-๓ นายพล โดยประชาชนเขาไม่ยินยอม บางครั้งก็ต้องไปตามจับในต่างประเทศเสียด้วยซ้ำ อีกท่านหนึ่งครับ นักวิชาการคืออาจารย์ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ บอกว่าการรัฐประหารนั้น เป็นการเข้ายึดอำนาจรัฐโดยฉับพลันและยังผิดกฎหมายครับ อันนี้เราไม่ได้พูดกันอย่างเดียว นักวิชาการทั้งหลายผมว่าทุกสถาบันคงมองเห็นว่าการรัฐประหารนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ยอมรับ แล้วรับไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะพูดซ้ำว่าสาเหตุของ การเกิดรัฐประหารในประเทศไทยนั้นมีจากอะไรบ้างนะครับ
ในประการแรก ผมคิดว่าเป็นการแย่งอำนาจเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ทั้ง ๆ ที่ ผิดกฎหมายแล้วก็ไม่ได้รับมอบหมายจากประชาชนเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง
ประการที่ ๒ อันนี้ก็สำคัญมากครับ ซึ่งต้องกล่าวซ้ำย้ำที่อาจารย์ปิยบุตร ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่าที่เป็นแรงจูงใจที่สำคัญก็คือว่าทำแล้วไม่ผิด หรือผิดก็สามารถจะออก กฎหมายนิรโทษกรรมตนเองได้ ผมคิดว่าถ้าใครมีโอกาสเช่นนี้เขาก็ไม่พลาดโอกาสนั้นไป เพราะทำแล้วไม่มีความผิด ถ้าผิดก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราลองดูสิครับว่าตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมานะครับ จากทุกพรรคการเมือง และอาจจะมีบุคคลภายนอกเข้ามาดูว่าเราจะมีวิธีทางของการป้องกันอย่างไรได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นแนวคิดเพื่อการศึกษาและเพื่อการป้องกัน แล้วถ้าหากสภาของเราซึ่งเป็นสภาของประชาชน เราได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แม้แต่จะคิดป้องกันประชาชนไม่ให้ถูกปล้นอำนาจ แม้แต่จะคิดป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา ประณามเราอย่างไม่ถูกต้องเราก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิด ผมคิดว่ามันเป็นการที่จะเรียกอย่างไรดี เราถูกกระทำทุกอย่าง ผมเพียงแต่ขอให้เรามาช่วยกันคิดครับ หามาตรการแม้ถ้าสิ่งนั้น มันเป็นความผิดของเราเป็นองค์ประกอบ เราก็ต้องกล้าที่จะชี้แนะและเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น ในอนาคตเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็หวังว่าจะได้รับความกล้าหาญและความคิดริเริ่ม จากผู้แทนของประชาชนเพื่อป้องกันประชาชนไม่ให้ถูกทำร้ายหรือปล้นอำนาจต่อไปครับ
ประการที่ ๓ ผมคิดว่าเนื่องจากการศึกษาทางด้านการเมืองของเรายังมีน้อย เพราะฉะนั้นก็ควรจะได้ส่งเสริมให้เรื่องการศึกษาความเป็นประชาธิปไตย ให้การศึกษา ในทุกระดับ รวมทั้งสถาบันการศึกษาของทหารก็ควรจะให้การศึกษาว่าประชาธิปไตยมันเป็น อย่างไร และอำนาจที่มาทำรัฐประหารนั้นมันเป็นอำนาจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรที่จะดำเนินการ ต่อไป และประเทศทั้งหลายเขาก็ไม่นิยมทำกัน ในประการที่ ๓ นั้นผมคิดว่าประเทศเรา ยังขาดสถาบันทางการเมืองที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แม้แต่เราเคยมีครับเขาเรียกว่า สภาพัฒนาการเมืองของประชาชน แต่ในการปฏิวัติคราวที่แล้วก็ยกเลิกสภาพัฒนาการเมือง ของประชาชนนี้สิ้นไป อันนี้ก็เป็นหนทางหนึ่งเป็นการเรียนรู้ให้ประชาชนซึ่งเลือกตั้งจาก องค์กรทั้งหลายเช่นเดียวกับสภานี้ แต่เขาเป็นสภาของภาคประชาชน เขาจะได้ทำงานควบคู่ กับสภาของเรา แต่ถูกผู้ที่ทำรัฐประหารก็เห็นว่าไม่มีประโยชน์แล้วก็ไม่อยากจะเห็นประชาชน มีส่วนร่วมทางการเมือง อันหนึ่งผมเคยมีความหวังว่าสถาบันของสภาที่สนับสนุนจัดตั้งขึ้นมานี้ คือสถาบันพระปกเกล้า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่ตั้งตอนแรกว่า สถาบันพระปกเกล้าน่าจะ เป็นสถาบันทางการเมืองที่ปกป้องรักษาประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการในทุกรูปแบบ เพราะเป็นสถาบันทางการเมืองที่ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยของรัฐสภา ของประชาชน แต่ผมก็ต้องผิดหวังว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นสถาบันพระปกเกล้าของเราได้ให้ การส่งเสริมประชาธิปไตยเพียงน้อยนิด บางครั้งก็ไปรับใช้เผด็จการ เพราะอยากจะมีอำนาจ ผมคิดว่าท่านประธานในฐานะที่เป็นประธานสถาบันพระปกเกล้าควรจะพิจารณาปรับปรุง แนวทางการดำเนินการของสถาบันพระปกเกล้าให้เป็นสถาบันที่รักประชาธิปไตย ปกป้อง ประชาธิปไตย แทนที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนเผด็จการ
ท่านประธานครับ อีกประการสำคัญที่เกิดเหตุรัฐประหารในประเทศของเรา ก็คือว่าผู้ที่ทำรัฐประหารนั้นเมื่อทำแล้วได้อำนาจ ได้ประโยชน์แล้วก็สามารถส่งเสริม พวกพ้องได้รับประโยชน์อย่างที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้กล่าวขึ้น แต่ผู้ที่ได้อำนาจเหล่านั้น ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นกลุ่มนายทุน ขุนศึกทั้งหลาย แล้วที่บอกว่าจะ พัฒนาประเทศ จริง ๆ ก็ไม่ได้พัฒนา นอกจากพัฒนาเพียงบางกลุ่ม แล้วท่านจะเห็นว่า เมื่อคนเหล่านั้นหมดอำนาจไปอย่างที่ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ในสมัย จอมพล สฤษดิ์ หรือว่า จอมพล ถนอม และคนอื่นก็ดีครับ หลังจากถูกตรวจสอบแล้วปรากฏว่าร่ำรวยมหาศาล พวกพ้องก็ได้ประโยชน์เยอะแยะ เงินทองของประชาชนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราควรจะหาทาง ป้องกันให้ได้ แล้วก็ไม่ควรจะให้เขาได้อำนาจ เพราะอำนาจแล้วเขาได้ประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ของประชาชนโดยสรุปท่านประธานครับ ผลเสียของรัฐประหารนั้น เอาสรุปสั้น ๆ ว่า
ประการแรก ก็คือว่าอำนาจอันชอบธรรมของประชาชนที่เป็นหนึ่งในอำนาจ อธิปไตยของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นก็ถูกปล้นไป อย่างน้อยอำนาจอธิปไตย ของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บางครั้งก็ล่วงละเมิดไปถึงฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการด้วย อำนาจนี้ เป็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ของประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผลเสียอย่างมาก ก็คือว่าทุกอำนาจถูกปล้นไปโดยบุคคลที่ถืออาวุธที่เราอนุญาตให้ถืออาวุธ แต่ว่าใช้ใบอนุญาต ของเรานั้นมาปล้นอำนาจของเราเอง เพราะฉะนั้นเราไม่กล้าแม้แต่จะศึกษาคนที่ปล้นอำนาจ ปล้นอำนาจได้อย่างไร ผมคิดว่ามันเกินเหตุไป แล้วผมคิดว่าเสียเวลาของประชาชน เสียความหวังของประชาชนที่มอบให้กับเรา
ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อมีการรัฐประหารครั้งใดหรือทุกครั้ง ต่างชาติเขาไม่ยอมรับ เราจะเห็นว่าเขาก็ไม่คบกับเรา ไม่ทำการค้าขายกับเรา แล้วก็ไม่ยอม อำนาจเรา แล้วก็บีบจนกระทั่งว่าประเทศเราเสียหายในทางเศรษฐกิจอย่างย่อยยับเกือบทุกครั้ง เราต้องยอมรับด้วยการกระทำอันนั้น ผมคิดว่าไม่ได้ไปกล่าวร้ายเลย แม้แต่การท่องเที่ยว ในระยะแรกของการรัฐประหาร ผมคิดว่าเป็นปีเขาก็ไม่กล้ามาเที่ยว เขาก็คิดว่าจะไปทำไม ในเมื่อประเทศวุ่นวาย จลาจล มีทหารเข้ามายึดอำนาจ การลงทุนก็ลดลงหรือเกือบไม่มี กลับตรงกันข้ามนักลงทุนในประเทศเราเองเมื่อเห็นเขาไม่มาแล้ว ก็ต้องไปลงทุนที่อื่น ที่มีโอกาสน้อย เขายังคิดต่อไปว่าไม่ใช่คราวที่แล้วรัฐประหารแล้วตอนนี้เป็นประชาธิปไตย เขาก็ยังติดว่าเมื่อไรจะมีรัฐประหารอีก เขายังเลือกประเทศอื่นจะดีกว่าที่เลือกประเทศไทย นี่คือผลร้ายอันสำคัญยิ่ง มันก็ฉุดความเจริญของประเทศที่จะไปข้างหน้าอย่างน่าเสียดาย ท่านประธานครับ แม้แต่ในอาเซียน (ASEAN) ขณะนี้ผลร้ายที่เกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารนี้ เราตามเขาไม่ทัน อย่าไปเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย แม้แต่ประเทศเวียดนาม และบางประเทศเราถดถอยไปมาก ถ้านึกถึงความเจริญเติบโตเศรษฐกิจแล้วการลงทุนอะไร ต่าง ๆ
ประการสำคัญก็คือว่าได้สร้างความสับสนต่อการเรียนรู้ การศึกษาของ ประชาชนในประเทศนี้คือว่าประชาธิปไตยคืออะไร ใครมีอำนาจในด้านนิติบัญญัติ ใครมีอำนาจในด้านบริหาร ใครมีอำนาจในด้านตุลาการ เพราะว่าท่านประธานคงเข้าใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมขอพูดสัก ๒ นาที แนวคิดที่จะป้องกันรัฐประหารในอนาคตนั้น ท่านประธานครับ อันแรกที่เราพูดถึงกันแล้วคงจะมีคนกล่าวถึงก็คือว่าเราคงต้องศึกษา แล้วสร้างกฎหมายที่สามารถปฏิบัติได้คือป้องกันรัฐประหาร รายละเอียดผมคิดว่าเราพูดใน กรรมาธิการ
ประการที่ ๒ เราคงต้องสร้างทหารอาชีพ ที่จริงแล้วผมก็มีความเคารพทหาร ผมถือว่าทหารคือผู้มีเกียรติ ผู้ป้องกันประเทศ แต่ต้องเป็นทหารอาชีพ ไม่ใช่ทหารการเมือง ทหารอาชีพคืออะไร ทหารอาชีพคือทหารที่เชื่อฟังและจงรักภักดีต่อรัฐหรือผู้ปกครอง ประเทศ ไม่ใช่มายึดอำนาจจากผู้ปกครอง เพราะหน้าที่ทหารนั้นคือต้องปฏิบัติตามนโยบาย ของรัฐ ในประการที่ ๒ ผมคิดว่าเราคงต้องเข้าใจทหารเช่นเดียวกัน เราควรจะเพิ่มเงินเดือน ทหารชั้นผู้น้อย ให้สวัสดิการในฐานะที่เขาดูแลประเทศด้านหนึ่ง แล้วให้เขามีความสามารถในช่วงที่เขาเป็นทหารนั้นเพื่อเอาความสามารถนั้นไปช่วยประชาชน ในยามจำเป็น แต่ขณะเดียวกันเมื่อทหารนั้นพ้นจากราชการทหารเกณฑ์ก็ดี ที่รับราชการ ทหารก็ดี เขาต้องไปมีอาชีพได้ไม่ต้องรอปฏิวัติรัฐประหารแล้วก็สบาย ให้เขามีอาชีพที่ดี ให้สวัสดิการที่ดี ทหารก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เราบอกว่าเราต้องสร้างทหารอาชีพที่ดีของประเทศ
ประการต่อมา ทหารที่ดีนั้นก็คือเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อสร้างความมั่นคง และการพัฒนาของประเทศ ประการสำคัญที่สุดก็คือว่าทหารที่เป็นทหารอาชีพนั้นต้อง เป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่ทหารเข้ามาเพื่อจะเป็นรัฐมนตรีเพื่อจะเป็นโน่นเป็นนี่ ช่วงปฏิวัติ ที่ผ่านหรือปฏิวัตินี้ท่านลองไปอ่านดูว่าประธานรัฐวิสาหกิจหรือบอร์ดวิสาหกิจอะไรทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย การบินไทย หรืออื่น ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ในขณะนี้ต้องเป็นพลเอกหรือเทียบเคียง นี่มันอะไรกันครับ ประเทศนี้มันเป็น ของใคร เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าเข้ามาแล้วเพื่อแสวงหาอำนาจ เพื่อแบ่งผลประโยชน์ให้ พวกพ้องและสืบทอดอำนาจต่อไป ท่านประธานครับ ผมก็คงจะจบเพียงแค่นี้ แต่ก็อยากจะ ฝากพวกเราทั้งหลายว่าผู้ที่ถืออาวุธที่เราให้อาวุธเขานั้นเราควรจะจำกัดการอนุญาตให้เขา ใช้อาวุธภาษีของเรา ภาษีของประชาชนทำหน้าที่ที่ควรจะเป็น ไม่ใช่มาปล้นอำนาจ ยึดอำนาจ ขยายอำนาจต่อไป เพราะฉะนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาของเราคงจะได้อภิปรายแล้วคงจะ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาหาแนวทางอย่างเป็นกลางว่าการรัฐประหารนั้นไม่ดี เป็นการปล้นอำนาจประชาชนแล้วเราควรจะยุติกันอย่างไร ถึงแม้เมื่อมีข้อยุติแล้วต่อไป ข้างหน้าเกิดขึ้นอีกก็เป็นเรื่องที่เราต้องมอบให้คนข้างหน้าเขาคิดกันต่อไป แต่อย่างน้อยที่สุด เรามีจิตสำนึกว่าเรามาเพื่อรักษาประชาธิปไตยของประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ