มานพ ชี้ปัญหาที่ดินป่าภาคเหนือ ผลักดันสิทธิชุมชนร่วมรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าภาคเหนือ โดยเฉพาะกรณีชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานมาก่อนการประกาศใช้กฎหมายป่าไม้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งหาทางออกร่วมกับชุมชน ผ่านการจัดระบบสิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรม ทั้งการรับรองสิทธิร่วม การแก้ปัญหาเอกสารสิทธิ และการเปิดโอกาสเข้าถึงงบประมาณของรัฐ โดยเสนอตัวอย่างแนวทางการจัดการที่ดินจากชุมชนท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ เพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนานโยบายต่อไป

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ เรื่องที่ดินป่าไม้เป็นปัญหาที่ยาวนานผมเองก็มีส่วน ในการมาเรียกร้องตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวลิต นายกรัฐมนตรีบรรหาร รวมถึง ท่านประธานตอนที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ทีนี้ผมจะขออนุญาตใช้เวลาเพื่อให้ เห็นภาพในพื้นที่ว่าปัญหาที่มันอยู่ยาวนานมันมาจากสาเหตุอะไร ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ปัญหาที่ดินป่าไม้ภาคเหนือ โดยทั้งหมดจะเป็นพื้นที่ภูเขา เป็นต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน เพราะฉะนั้นเป็นเขตพื้นที่ที่จะต้อง มีการรักษาป่าต้นน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมดอยู่มาก่อน อันนี้คือข้อมูลที่ผมได้มาจากเอกสารทางราชการ พื้นที่ป่าสงวน ๑๒ ล้านไร่ มีพี่น้องประชาชน อาศัยอยู่ ๔.๘ ล้านคน ๑.๒ ล้านครัวเรือน ๑๒,๐๐๐ ชุมชน อันนี้ทั้งประเทศ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ๕ ล้านไร่ มีคนอยู่ประมาณ ๒ ล้านคน ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ๕,๐๐๐ ชุมชน ในเขตอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเขตอุทยาน เขตสงวนคุ้มครอง เกือบ ๒ ล้านไร่ เกือบ ๔,๐๐๐ ชุมชน แล้วก็พื้นที่ป่าชายเลน ๘๐๐ ชุมชน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ แต่อันนี้ รูปของผมยกมาเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เราจะเห็นจุดต่าง ๆ ที่อยู่จุดสีแดง อันนี้คือที่ตั้งของ ชุมชน ชุมชนเหล่านี้อยู่มาพร้อมกับจังหวัดเชียงใหม่เมื่อ ๗๐๐ ปี เพราะฉะนั้นการที่กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่ได้ประกาศทับลงไป คนเหล่านี้อยู่อย่างไม่ชอบ กฎหมายทันที อยู่อย่างผู้ผิดกฎหมายทันที เพราะฉะนั้นจะไม่มีสิทธิที่จะได้รับเอกสารหรือว่า สิทธิที่ทำกิน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่ออยู่แบบไม่ชอบกฎหมาย ท่านประธานผมขออนุญาต อธิบายตรงนี้ให้ชัดเจนนิดหนึ่ง การเข้าถึงงบประมาณของรัฐไม่ว่าจะกระทรวงไหนไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงได้เลย เพราะว่าเมื่อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายงบประมาณ ของรัฐไม่สามารถดำเนินการได้ หลาย ๆ งบประมาณของรัฐบาล จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องส่ง งบประมาณคืนประมาณเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท พื้นที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่อยู่ในเขตป่า อย่างนี้ งบประมาณเหล่านี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป่าไม่สามารถที่จะเข้าถึงงบประมาณ เพราะฉะนั้นคุณภาพชีวิตหรือว่าต้นทุนในการใช้ชีวิตจะสูงกว่าพี่น้องคนทั่วไปศักยภาพ ที่จะแข่งขันเพราะว่าต้นทุนมันต่ำก็ขาดโอกาสและวงจรก็จะวนไปวนมา ก็ประท้วงเรียกร้อง ขัดแย้งไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่แก้ที่สาเหตุมันก็จะไม่จบ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมอยากให้เห็นพื้นที่ครับ อันนี้โดยเป้าหมายผมคิดว่าสมาชิกหลายคนได้อภิปรายไปแล้วว่า เราต้องการให้เกิดระบบสิทธิการมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นก็คือว่าที่ผ่านมาเวลาทำงานก็คือ ทำโดยไม่มีส่วนร่วม โดยกรมใด โดยกระทรวงหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากให้เห็นก็คือว่า เราจำเป็นจะต้องแยกเป็น ๒ เรื่องให้ออก เรื่องที่ ๑ คือเรื่องข้อมูล เรื่องที่ ๒ คือเรื่องระบบสิทธิ ที่ผ่านมาเราเอามาปนกันครับ พอมาปนกันมันเถียงกันตลอดเลยครับว่าสิทธินี้ไม่ได้ สิทธินี้ ไม่ได้มีปัญหา สิ่งที่ผมอยากจะให้เห็นคือระบบข้อมูลให้ชัดเจนหลังจากนั้นคือค่อยพิจารณาว่า ระบบสิทธิที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ในประเทศไทยมันมีรูปแบบสิทธิกี่รูปแบบ และรูปแบบไหน ที่ควรจะเป็น หรือจำเป็นจะต้องคิดรูปแบบสิทธิใหม่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งคนและป่า คุณภาพชีวิต กระบวนการมีส่วนร่วม ผมได้เสนอไปแล้ว ทำเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่ได้ ต้องมีปกครอง ต้องมีหน่วยงานหลาย ๆ ฝ่ายเข้ามาทำงาน และที่สำคัญ คือใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้หน่วยข้างบนลงไปไม่มีทางที่จะประสานงานได้ อันนี้ประสบการณ์ ที่ผมทำงาน สไลด์ (Slide) ต่อไปเนื่องจากว่าผมมีเวลาน้อยนะครับ อันนี้คือรูปแบบตัวอย่าง รูปแบบตัวอย่างที่จอมทองที่บ้านหลวงครับ ชาวบ้านไม่รอแล้วครับ ใช้คำว่า หนังสือรับรองการใช้ที่ดิน หน้าตาคล้าย ๆ โฉนด มีกติกา มีกฎระเบียบ มีนายก อบต. มีกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายลุ่มน้ำ มีผู้ใหญ่บ้านเซ็น ถ้ามีการบุกรุกจะขอคืน อันนี้ชัดเจน หมดเลยครับท่านประธาน อันนี้ตัวอย่างที่ตำบลดอยแก้วที่อำเภอจอมทอง เหมือน ๆ กันเลย อันนี้ประเด็นทั้งหมดที่ผมพยายามจะให้เห็นคือวันนี้ภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมกับท้องที่ ท้องถิ่นและข้าราชการในพื้นที่ไม่รอกระบวนการแล้วครับ เพราะว่ารอมานาน แต่ว่าบทเรียน ประสบการณ์ชุดนี้ผมเข้าใจว่ามีความสำคัญ ถ้าหากว่าเราใช้กระบวนการอย่างมีส่วนร่วม แล้วก็ใช้เครื่องมือ เครื่องมือความรู้จากภายนอกและความรู้จากท้องถิ่นมาผสมผสานกัน และออกแบบกลไกในการทำงานที่มันมีประสิทธิภาพ กระบวนการที่เราทำผมเข้าใจว่า จะเป็นต้นแบบ พื้นที่ของพี่น้องเครือข่ายที่ให้ผมมาพูดในวันนี้มีความพร้อม มีความยินดีที่จะ เชิญท่านประธานหรือผู้ที่สนใจมาดูว่าเรามีกระบวนการอย่างไร พื้นที่ตรงนี้เราตั้งเป้าหมายว่า การบุกรุกอยู่ที่ศูนย์เปอร์เซ็นต์ และระบบสิทธิเราก็ยังยืนยันว่าถ้าเป็นระบบสิทธิแบบปัจเจก ถ้าเป็นโฉนดหลาย ๆ พื้นที่ก็กลัวครับ ท่านประธานครับ กลัวว่าพี่น้องของเราจะไม่รักษาที่ดิน เราจำเป็นจะต้องคิดระบบเชิงซ้อนขึ้นมาว่าสิทธิตรงนี้ไม่สามารถที่จะให้คนใดคนหนึ่งใช้ได้ เราจำเป็นจะต้องออกแบบสิทธิ ๒ ระบบ ทั้งของชุมชนแล้วก็ของบุคคลครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ