ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือปัญหาที่ดินทำกินที่เกิดจากความไม่ชัดเจนของเขตที่ดินรัฐ การทับซ้อนของแผนที่ และการประกาศเขตป่าสงวนย้อนหลัง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนขาดเอกสารสิทธิและเกิดความไม่แน่นอนในการถือครองที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนและเขตอุทยานแห่งชาติ จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาผ่านการจัดทำแผนที่รูปแบบเดียว (One Map) ทบทวนนโยบาย และออกเอกสารสิทธิอย่างเป็นธรรม รวมถึงพิจารณาสิทธิของผู้ครอบครองที่ดินก่อนปี 2541 โดยไม่แบ่งแยกฐานะ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งและคุ้มครองสิทธิเกษตรกรรายย่อยอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาครับ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกได้ยื่นญัตติ ๑๓ ญัตติ ผมเองก็เป็นผู้ยื่นหนึ่งในนั้นครับ วันนี้ญัตติ ที่ผมจะนำเรียนท่านประธานก็คือขอให้มีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ความไม่ชัดเจนที่ดินของรัฐ การประกาศเขตที่ดินสาธารณะ ทับซ้อนที่ดินของประชาชน ความไม่ชัดเจนในแผนที่ และอื่น ๆ อีกหลายปัญหา แม้ปัจจุบัน ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคการปรับปรุงแผนที่ระบบบูรณาการ มาตรา ๑ : ๔๐๐๐ หรือวันแมป (One Map) ได้จัดทำหลักเกณฑ์การปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถ แก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนได้ อีกทั้งประชาชนที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก ยังขาดความเข้าใจเรื่องเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินประเภทต่าง ๆ และเชื่อว่าตนมีสิทธิ ครอบครองที่ดินนั้นโดยชอบธรรม ตลอดจนปัญหาที่เกิดจากการประกาศเขตหวงห้ามที่ดิน หรือเขตป่าสงวนจากภาครัฐที่มักเป็นการประกาศภายหลังที่ประชาชนได้เข้าถือครองและ ทำกินเป็นเวลานาน จึงเกิดปัญหาในการขอคืนพื้นที่และเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ ของรัฐและประชาชนอยู่เรื่อยมา นอกจากนี้การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นการออกครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง เช่นทั้งอำเภอส่งผลให้การเข้าไปดำเนินการเพื่อให้เกิด การพัฒนาพื้นที่บางส่วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก หากต้องการยกเลิกบางส่วนต้องทำ เป็นมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ท่านประธานครับ ญัตติที่ยื่นไปอาจจะดูยืดยาวไปหน่อย เป็นข้อสรุปสั้น ๆ เป็นข้อ ๆ ให้กับ เพื่อนสมาชิกและพี่น้องที่ติดตามฟังอยู่ก็คือ
ข้อที่ ๑ ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่
ข้อที่ ๒. ความไม่ชัดเจนของเขตที่ดินของรัฐ
ข้อที่ ๓. การประกาศเขตที่ดินสาธารณะทับซ้อนที่ดินของประชาชน
ข้อที่ ๔.ความไม่ชัดเจนในแผนที่
ข้อที่ ๕ การออกพระราชกฤษฎีกา เขตปฏิรูปที่ดินหรือว่า ส.ป.ก. คลุมพื้นที่ โดยวงกว้าง นี่คือประเด็นทั้งหมด ผมเองก็ดีใจมากที่ท่านบอกว่าผมมายื่นหลัง ผมยื่นวันที่ ๒๙ มกราคม ซึ่งตรงกับวันเกิด ผมภูมิใจมากมาทำหน้าที่ ส.ส. มีความตั้งใจอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นขับเคลื่อนเรื่องของยางพารา ในเรื่องของการก่อสร้างถนน ๔ เลนในเขตพื้นที่ และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งผมในช่วงจังหวะลงพื้นที่ พี่น้องประชาชน นอกจากเรื่องปากท้อง เรื่องที่ดินนี้เป็นเรื่องใหญ่อันดับรองลงมา ท่านประธานครับ เมื่อผมประกาศบอกพี่น้องในเขตพื้นที่ว่าผมจะอภิปรายเรื่องที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิ ปรากฏว่ามีประชาชนชาวนาทวี หมู่ที่ ๓ ตำบลคลองกวาง เขียนจดหมายน้อยมาให้ผม ท่านรู้ไหมผมอ่านจดหมายฉบับนี้ ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมต้องขึ้นมาพูดให้กับประชาชน เรื่องขอให้ รัฐบาลพิจารณาที่ดินติดเขตอุทยาน เรียนท่าน ส.ส. สงขลา เขต ๗ ผมจะไม่อ่านรายละเอียด ทั้งหมด คือต้องการให้รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์ในที่ดินทำกิน ที่ประชาชนทำกินมาตั้งแต่ ก่อนประกาศ ทั้งที่มีอยู่ในแบบสำรวจและตกสำรวจ นี่ก็คือลายมือของชาวบ้านที่อยากให้ ส.ส. อยากให้ผู้แทนราษฎรมาพูดในสภา ท่านประธานสภาที่เคารพ เราพูดกันในเรื่องแผนที่ ความคลาดเคลื่อนมันเกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่าในประเทศไทยเราย้อนหลังไปดูว่าแผนที่ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นตัวปัญหา ในเรื่องของที่ดินทำกิน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ปรากฏว่าเราย้อนไป ปี ๒๔๑๘ เมื่อ ๑๔๕ ปีที่แล้วสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ตั้งกองแผนที่เพื่อสำรวจ นี่ถือว่าเป็นปฐมบทในการสำรวจแผนที่ ปี ๒๔๙๑ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาช่วยเหลือส่งหน่วยงาน มาทำแผนที่มาตรา ๑ : ๕๐๐๐๐ การเข้ามาสำรวจของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาขณะนั้น สร้างผลกระทบเป็นปัญหาเรื้อรังมาเพราะอะไร โดยเฉพาะที่เขาใหญ่รอยต่อจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมา ปรากฏว่าคณะสำรวจของสหรัฐอเมริกามาถ่ายแผนที่ทางอากาศ หลังจากนั้นก็มีแผนที่ของกรมที่ดิน แผนที่ของกรมป่าไม้ แผนที่ของอุทยาน ท่านประธาน ครับ แต่ละหน่วยงานมาตราส่วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อหน่วยงานแต่ละหน่วยงาน ไปสำรวจ ไปดำเนินการจับกุม ดำเนินการชี้แนวเขตก็เลยไปอ้างแผนที่สหรัฐอเมริกาในอัตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ท่านรู้ไหมครับ อัตราส่วนเหล่านี้แค่ขีดเดียวระยะทางไปเป็น ๑๐ กิโลเมตร มันก็เลยเกิดปัญหาในช่วงรอยต่อระหว่างแนวป่า แนวอุทยาน วันนี้ผมเอง ๔๕ ปี มีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่อุทยาน มีความคุ้นเคยกับ เจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติ ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่พนักงานที่ดิน ท่านประธานสภาที่เคารพ บุคคลเหล่านี้กลัวอะไร กลัวมาตรา ๑๕๗ การละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ก็เลยเห็นการบังคับ ใช้กฎหมาย มีการจับกุม มีการไล่ออกจากพื้นที่เพราะมีกฎหมายบังคับให้เขาดำเนินการ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ปัญหาของเราก็คือแผนที่ต้องมีวันแมป (One Map) ภาพรวมทั้งหมด ในเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องเอกสารสิทธิมีการพูดกันมาอย่างยาวนาน ตอนผมเด็ก ๆ ที่อำเภอจะนะบ้านผมนี้แทบจะไม่มีเอกสารสิทธิ ย้อนหลังมาเกือบประมาณ ๓๐ ปี ถึงจะมี การออกโฉนด มีเดินสำรวจ มีการออก ส.ป.ก. แสดงว่าย้อนหลังไปปี ๒๕๑๘ ประเทศไทย โดยส่วนใหญ่ไม่ได้มีเอกสารสิทธิ วันนี้ที่เกิดปัญหาขึ้นเพราะอะไรครับ พี่น้องประชาชนบุกรุก พี่น้องประชาชนเข้าไป ทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ของรัฐ มติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ นี่ก็คือเป็นปฐมบท ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่ดินของรัฐ ท่านประธานสภาที่เคารพ มติ ครม. ในปี ๒๕๔๑ บอกว่าจะให้พี่น้องเกษตรกรที่บุกรุกพื้นที่อุทยาน ป่าไม้ เขตห้ามล่าเป็นพื้นที่ของรัฐทั้งหมด จะไปสำรวจ จะให้ชะลอการจับกุม มีการพิสูจน์สิทธิห้ามซื้อขายและห้ามเปลี่ยนอาสิน คำว่า เปลี่ยนอาสิน หมายถึงอะไรครับ ถ้ามีสวนยางพาราอยู่โค่นไม่ได้ถ้ามีสวนมะพร้าวหมดอายุ โค่นไม่ได้ นี่ก็คือมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน เราเรียกว่า มติ ครม. ๒๕๔๑ ท่านประธานสภา ที่เคารพ ปัญหาก็เรื้อรังมาตลอด ปรากฏว่าการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากมีการปฏิวัติพวกเราจำได้ดี นอกจากที่จะดำเนินการในเรื่องของทางการเมือง ก็มีการดำเนินการในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ปรากฏว่า คสช. ประกาศ มติ คสช. ๖๖/๒๕๕๗ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ระยะเวลาไม่เกิน ๑ เดือนหลังจากปฏิวัติ คสช. ให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติ รายละเอียดของคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ว่าอย่างไร เรื่องการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติจะไม่ให้กระทบกับผู้ยากไร้ จะไม่ให้กระทบกับ ผู้ไม่มีที่ทำกิน และจะดำเนินการทวงคืนผืนป่า ทวงคืนพื้นดินของรัฐจากนายทุน เห็นไหม ภาพที่เราเห็นก็คือหน่วยงานของป่าไม้ อุทยาน ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังไปดำเนินการให้ นายทุนออกจากพื้นที่ นี่ก็คือคำสั่งของ คสช. ๖๖/๒๕๕๗ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หลังจากคำสั่งนี้ออกมาการแก้ปัญหายังไม่สะเด็ดน้ำ ปรากฏว่ามติ ครม. วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กำหนดให้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐ สำรวจที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ทั้งหมดเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ดินของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกว่าปี ๒๕๔๑ มติ ครม. คำสั่ง คสช.ปี ๒๕๕๗ และมีมติ ครม. ปี ๒๕๖๑ ผมจะแยกเป็น ๒ ก้อนให้เข้าใจง่าย ๆ
ก้อนที่ ๑ เกษตรกร ประชาชนที่ไปบุกรุกพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ของรัฐ ก่อนวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ก่อนหน้าครับให้สำรวจทั้งหมด ให้คนจน คนรวยได้สิทธินั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนายทุน ไม่ว่าคุณจะเป็นเกษตรกร รัฐบาลให้สิทธิที่คุณครอบครองทั้งหมด หลังจากปี ๒๕๔๑ และไม่จำกัดจำนวนไร่ แสดงว่ามติ ครม. ปี ๒๕๔๑ ให้สิทธิเยอะครับ เป็นโอกาส เป็นทางเลือก เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลในขณะนั้นที่หลายคนบอกว่า มาถูกทาง แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาอะไรได้ครับท่านประธาน
ก้อนที่ ๒ ระหว่างปี ๒๕๔๕-๒๕๔๗ คือคำสั่ง คสช. หลายคนสงสัยว่า ปี ๒๕๔๑-๒๕๔๕ มันหายไปไหน ๔ ปี ทำไมยกเว้น เพราะมีการสำรวจทางดาวเทียม ปี ๒๕๔๕ เป็นการสำรวจใหม่ก็เลยใช้ปี ๒๕๔๕ เป็นเกณฑ์จนถึงคำสั่ง คสช. ปี ๒๕๔๗ โดยให้ผู้ที่ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินไม่เกิน ๒๕ ไร่ เข้าไปดำเนินการ ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้การตรวจสอบคุณสมบัติของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ไปใช้ประโยชน์มีคณะกรรมการ ชุดหนึ่งระดับจังหวัดมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สิ่งเหล่านี้ที่ผมได้นำเรียนท่านประธาน เพื่อบอกไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าวันนี้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาใหญ่มาก เป็นปัญหาเรื่องเทคนิค เป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องอธิบายชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้าน ท่านประธานสภาที่เคารพ สิ่งที่เราตกใจ มากที่สุดคือวันนี้พี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจว่าเอกสารสิทธิที่เขามีสิทธิคืออะไร วันนี้ในพื้นที่ บ้านผม ภ.บ.ท. ๕ ชาวบ้านนึกว่าเป็นเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ชาวบ้านก็นึกว่าเป็นเอกสารสิทธิ สิ่งเหล่านี้วันนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะลุกขึ้นมาอภิปรายในประเด็น โดยภาพรวมพื้นที่ต่าง ๆ ผมเองวันนี้จะขอลงในรายละเอียดในพื้นที่ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ เห็นภาพรวม ผมอยู่ในจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดใหญ่ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๘ ท่าน ประชากรประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ผมโชคดีที่อยู่ในจังหวัดใหญ่ พื้นที่ของผมติด ๓ จังหวัดชายแดน จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส แต่ความโชคร้าย ของพวกผมคืออะไรครับ พื้นที่ส่วนใหญ่ใน ๔ อำเภอ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย พื้นที่สีแดงมีเอกสารสิทธิน้อยมากครับ โดยเฉพาะโฉนดที่ดินและ ส.ค. วันนี้ท่านประธานสภาที่เคารพ ในเขตพื้นที่สงขลา ในเขตเลือกตั้งผมมีพื้นที่อะไรบ้างครับ เขตอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างที่อำเภอนาทวีขึ้นชื่อครับ ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นต้นน้ำ ของอำเภอนาทวีและอำเภอจะนะ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีที่อำเภอสะบ้าย้อยไหลมา ที่อำเภอเทพาเป็นต้นน้ำให้กับ ๒ อำเภอ มันเกิดอะไรขึ้นครับ นอกจากสร้างผลกระทบให้กับ หมู่บ้านตำบลที่อยู่บริเวณรอยขอบอุทยานทั้ง ๒ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องจังหวัดยะลา อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี และอำเภอสะเดา จะมีข้อพิพาทกับอุทยานตลอดเวลา วันนี้สิ่งที่ผมได้นำเรียนว่ามติ ครม. จะเป็นตัวไปแก้ปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นก่อนที่ผมจะลุกขึ้นมา อภิปรายผมสอบถามหัวหน้าอุทยานว่าท่านมีปัญหาในเรื่องของการปฏิบัติงานหรือไม่ ท่านพร้อมที่จะให้ประชาชนได้มีเอกสารสิทธิ ได้มีที่ทำกินหรือไม่ เขาบอกเขาพร้อม แต่มันติดในเรื่องของปัญหาครับ ในเรื่องของเขตป่าไม้ เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตห้ามล่า