ประสงค์ เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหาที่ดิน-เรียกร้องแก้เหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓

ประสงค์ บูรณ์พงศ์ หารือปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีการรุกล้ำที่ดินเกษตรในจังหวัดนครพนมและพื้นที่บ้านกุดทิง บ้านหนองหล่ม ซึ่งส่งผลให้ชาวบ้านสูญเสียที่ดิน ถูกดำเนินคดี และเดือดร้อนจากการถูกจำกัดสิทธิ พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน การกว้านซื้อที่ดินโดยกลุ่มทุน รวมถึงเร่งปรับปรุงกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้สอดคล้องกัน ส่งเสริมความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร และเพิ่มบทบาทประชาชนในการบริหารจัดการที่ดินอย่างมีส่วนร่วม

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย พร้อมด้วยคุณธนพร โสมทองแดง ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงความเหลื่อมล้ำในประเทศ ของเรานี้ ความเหลื่อมล้ำทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหลื่อมล้ำในทรัพย์สินในการถือครองที่ดิน ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้ อย่างมาก ประชาชนหรือเกษตรกรไม่สามารถทำประโยชน์ในที่ดินจากการกระจายรายได้ ของปัญหาที่ดินอย่างรุนแรง การที่โครงสร้างรายได้มีการกระจุกตัวในกลุ่มคนจำนวนน้อย จึงมีผลทำให้ผู้ที่มีอำนาจการซื้อสูงและนำเงินเหล่านี้มาใช้ในการกว้านซื้อที่ดินจากเกษตรกร ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยมีที่ดินไม่ถึง ๑ ไร่ ในขณะที่คนร้อยละ ๑๐ มีที่ดินกว่า ร้อยไร่ รัฐบาลละเลยการแก้ปัญหาธุรกิจผูกขาดและไม่บังคับการใช้กฎหมายการแข่งขัน ทางการค้า ทำให้รายได้กระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจเพียงน้อยรายเท่านั้น ได้นำไปสู่ปัญหา การกว้านซื้อที่ดินอย่างมาก ซึ่งการกว้านซื้อที่ดินลักษณะนี้ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากร ได้เลยครับ การกว้านซื้อที่ดินทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น การที่ที่ดินราคาสูงขึ้นทำให้เกษตรกร ที่ถือครองที่ดินอยู่ต้องเผชิญกับค่าเสียโอกาสในที่ดินที่มีมูลค่าสูง เกษตรกรจำนวนมาก ต้องขายที่ดินเพื่อเก็บทรัพย์สินไว้ในรูปอื่นแทนจึงไม่มีที่ดินที่จะทำกินต่อไปนะครับ จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ประชาชนผู้ยากจนทั้งหลายมีปัญหากับภาครัฐอย่างมากมาย ดังตัวอย่าง ๒-๓ ตัวอย่างดังนี้

๑. ข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่อ่างเก็บน้ำชลประทาน เขตสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมและสำนักงานธนารักษ์เขตพื้นที่จังหวัดนครพนมกับพวก ดำเนินการจัดรังวัดแนวเขตอ่างเก็บน้ำชลประทานตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด รุกล้ำเข้ามาในบริเวณที่ดินที่เป็นที่นาของราษฎรผู้ทำมาหากินมานานแล้วประมาณ ๒๐๐ กว่าไร่เศษ ทำให้ราษฎรผู้ถูกร้องเรียนเดือดร้อน ปัญหาที่เกิดในจังหวัดนครพนม อีกแห่งหนึ่งคืออำเภอท่าอุเทน บ้านห้วยพระ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยุ่งยากเหมือนกันเพราะว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินร่วมกับนายทุนออกเอกสารสิทธิทับที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นห้วย หนอง คลอง บึง ทางสาธารณะ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

๒. การอออกเอกสารสิทธิมากกว่าเอกสารที่ดินเดิมก็ทำให้ที่ดินของประชาชน หายไป

๓. ประชาชนก็ถูกขับไล่ออกมาเพราะว่าเมื่อฟ้องแล้วก็แพ้สู้ไม่ได้เพราะว่า เจ้าหน้าที่ไปร่วมกับฝ่ายนายทุนทั้งหมด

หลังการเลือกตั้งครั้งนี้เราเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งก็มีกลุ่มที่เรียกว่า กลุ่มสมัชชาคนจนได้นำเรื่องนี้เข้ามาปรึกษาแล้วก็รวมกลุ่มกันก็ได้เชิญพรรคการเมือง หลายพรรครวมทั้งพรรคที่เป็นรัฐบาลและพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ประกอบด้วยพรรคประชาชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ เขาไปประชุมที่บ้านโนนสมบูรณ์ อำเมืองเมือง จังหวัดบึงกาฬ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เดือดร้อนของชาวบ้านทั้งหลาย จึงมีความจำเป็น ที่ต้องมาเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็เรื่องของบ้านกุดทิง บ้านกุดทิงก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งมีที่การออก หนังสือสำคัญที่หลวงเมื่อปี ๒๔๗๒ เป็นที่สาธารณะเขตหวงห้ามออกเมื่อครั้งที่แล้ว แต่มาออกใหม่เป็นหนังสือสำคัญที่หลวงคือ น.ส.ล. เมื่อปี ๒๕๔๔ ก็ผิดไปมาก ประชาชน เดือดร้อนมาก และประชาชนที่เดือดร้อนมาก็คือเมื่อมีคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๔ ปี ๒๕๕๗ ก็มีคำสั่งให้นายอำเภอไปดำเนินการในเรื่องนี้ ประชาชนถูกขับไล่ถูกจับแล้วก็มีการฟ้องร้อง มีการบอกว่าให้รับสารภาพ เมื่อรับสารภาพแล้วก็จะไม่มีเรื่องราวอะไร ปรากฏว่ารับสารภาพแล้ว ก็ต้องเสียที่ดินแล้วก็ต้องถูกดำเนินคดีเป็นผู้แพ้ต่อไป ก็ต้องออกจากที่นั่น ซึ่งตอนหลังชาวบ้าน ก็ไม่ยอมก็ไปศึกษาว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเป็นการวัดผิดหรือเปล่า ก็ปรากฏว่าวัดผิดไป เพราะเหตุที่ว่าน้ำมันมีเพิ่มขึ้นเมื่อมีฝายน้ำที่บ้านกุดทิงนี้ แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรทั้งสิ้นเพราะว่า เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร หน่วยงานที่เป็นคณะทำงานก็ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้แล้วก็ ไม่ได้ช่วยเหลือเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ตัดสินโดยศาลแล้ว ทั้ง ๆ ที่เขาแก้ปัญหาได้แต่พยายาม ไม่แก้ปัญหา สามารถแก้ได้โดยการใช้ระเบียบเพิกถอน น.ส.ล. ปี ๒๕๒๙ ก็แก้ปัญหานี้ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำนะครับ อีกแห่งหนึ่งก็คือการเข้าไปในบ้านหนองหล่ม บ้านหนองหล่มเนื้อที่เดิม ตามที่ทะเบียนหวงห้ามเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์จดไว้ ๑๕๐ ไร่ มาเปลี่ยนแปลงเป็น ๖๙๕ ไร่ ก็เลยไปทับที่ดินเขา ๓๐๐ กว่าไร่ ประชาชนก็เดือดร้อนอีกเหมือนกัน ถูกฟ้องร้อง แต่ก็สู้ไม่ได้ เรื่องกุดทิงอีกครั้งหนึ่ง กุดทิงเป็นที่สาธารณประโยชน์ชาวบ้านก็หากินในลุ่มน้ำ แต่อยู่ ๆ โดยเหตุที่มีการประกาศว่าเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ซึ่งแรงมากครับ กฎหมายห้ามล่าสัตว์ เขาต้องไปแจ้ง จะไปหากินของในป่าก็ทำไม่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อนจริง ๆ ในเรื่องนี้เพราะ จะต้องถูกจับดำเนินคดีกันหมดนะครับ ซึ่งปัญหาทั้งหลายเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วเกิดมาตลอดยาวนานแล้ว ผมทราบว่าแต่ละครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีสภาผู้แทนราษฎรปัญหาเรื่องนี้ได้เข้าสภา ทุกครั้งไปแต่ก็ไม่มีการแก้ไขอะไร ทั้ง ๆ ที่ทางราชการ รัฐบาลทุกครั้งก็มีการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งได้เริ่มต้นตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองก็มีมาตลอด มีมาเรื่อย ๆ ในการที่จะ พยายามแก้ไขทั้งหลาย ครั้งหลังสุดมีประกาศใช้ พ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยอาศัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ มาตรา๘๑ ที่ว่า ให้รัฐพึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ และสิทธิเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงโดยการปฏิรูปที่ดินและวิธีการอื่น ๆ รัฐก็พยายามแก้ไขเรื่องนี้ การจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดที่ดิน ในรูปนิคมสหกรณ์และนิคมสร้างตนเอง พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ การจัดที่ดินตาม พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ การจัดที่ดินในรูปสิทธิ ทำกินตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ แต่ก็ปรากฏว่านายทุน นักธุรกิจ นักการเมืองบางกลุ่ม ผู้มีอำนาจบางกลุ่มใช้ช่องว่างในการบริหารจัดการในที่ดินของรัฐ เข้าไปถือครองเสียเอง ท่านประธานครับ การดำเนินการยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจาก กระบวนการพิสูจน์สิทธิเพื่อแก้ไขข้อพิพาทมีความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับการปฏิรูปตามโครงสร้าง การจัดที่ดินตามเจตนารมณ์ ของกฎหมาย และคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับคนจนและเกษตรกรรายย่อย คดีพิพาทเรื่องที่ดิน การจัดทรัพยากรที่เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในชั้นพิจารณาของศาลให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องต่อสู้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่สมควรจะออกให้เขาด้วย ในค่าใช้จ่ายเพราะว่าชาวบ้านไม่มีทุนรอน การต่อสู้ทุกครั้งก็แพ้ทุกครั้งครับ การปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมเพื่อส่งผลถึงความเป็นธรรม ควรปรับปรุงประมวลกฎหมายที่ดิน กฎหมายป่าไม้ให้มีเอกภาพแล้ววางหลักการของกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรม จัดทำหลักเกณฑ์การกระจายอำนาจของการจัดการทรัพยากรและการมีส่วนร่วม ของประชาชนให้เกิดความเป็นธรรมทางนิเวศ ควบคู่กับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และสังคม จัดทำกฎหมายวิธีพิจารณาคดีที่ดินป่าไม้เพื่อให้การพิจารณาคดีที่ดินมีมาตรฐาน เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เข้าถึงงานรวดเร็ว สะดวก ใช้วิธีพิจารณาคดีที่หลากหลาย การเดินเผชิญสืบ การนำระบบไต่สวนที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมชุมชนมาประกอบ การตัดสินคดี การเจรจาไกล่เกลี่ยโดยคนกลาง ตลอดจนการให้มีการกลั่นกรองคดีระดับชุมชน ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาล พัฒนาระบบการฟ้องคดีสาธารณะโดยให้ประชาชน สามารถฟ้องคดีได้และรัฐฟ้องคดีอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยประชาชนหรือชุมชน ตื่นตัวในการรักษาทรัพยากรของชาติมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ โดยสรุปแล้วนะครับ กระผมว่าเรื่องเหล่านี้ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากเย็นอะไรแต่กลายเป็นเรื่อง ยากเย็น เพราะว่า ๑. การปกครองของเราในระดับของเจ้าหน้าที่นั้นรู้สึกว่าธรรมาภิบาล มันจะน้อยลง มีเรื่องการฉ้อฉล มีเรื่องการเข้าไปร่วมกับนายทุนมากขึ้น เพราะว่าถ้าพูดกัน ตรง ๆ ที่ดินที่ประชาชนเขาอยู่ก่อนก็ควรจะให้เอกสารสิทธิเขา ถ้าเข้าไปอยู่ทีหลังที่รัฐบาล ประกาศเป็นเขตหวงห้ามหรือเขตเอกสารที่ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่ควรจะให้เข้าไปอยู่ก็ออกมา แต่รัฐบาลก็ควรจะหาที่ให้เขาด้วยนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเหตุที่ว่า ในเรื่องของการแก้ไขก็คือการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่เท่านั้นเป็นเรื่องส่วนสำคัญที่สุด เรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ต่อนายทุนนี่ควรจะลบไปให้ได้ แล้วที่สำคัญที่สุด เราปกครองแบบประชาธิปไตยแล้ว กระผมได้กราบเรียนแล้วว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์คนมีที่ไม่ถึง ๑ ไร่ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์มี ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนที่เดือดร้อน ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็ฝากพี่น้อง ประชาชนที่เดือดร้อนในเรื่องอย่างนี้ ก็เลือกดูพรรคการเมืองสิครับ ที่อาสาเข้ามาช่วยแก้ไข ในเรื่องนี้ มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ไม่มาหลอกเรา เราเอาอย่างนี้ละครับ เราถึงจะแก้ไข บ้านเมืองของเราได้ พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนที่มาจากราษฎรก็จะดำเนินการเรื่องนี้ อย่างจริงจัง แต่การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ