ผ่องศรี แซ่จึง หารือปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิที่เกิดจากแนวเขตทับซ้อนระหว่างกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกรณีประชาชนที่อาศัยอยู่มาก่อนการประกาศพื้นที่ป่า ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน จึงเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเร่งขับเคลื่อนแผนที่รวมเขตที่ดินของรัฐ (One Map) พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานอย่างรอบคอบและดำเนินการตามมติรัฐบาลอย่างเป็นธรรม โดยอ้างถึงพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 เพื่อย้ำความสำคัญของการปกป้องสิทธิของประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่เดิมอย่างยุติธรรม
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไข เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิ ท่านประธานคะ ด้วยปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนเป็นปัญหาที่มีมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกสมัยจะถูกนำมาอภิปรายเป็นปัญหาแรก ๆ ของการประชุม แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ประชาชนทั่วไปยังคงประสบปัญหากับ เรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งในบางพื้นที่ได้มีการกำหนดแนวเขต ที่ดินสาธารณประโยชน์ไว้ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ประชาชนก็ยังไม่สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้ บางพื้นที่ยังมีประเด็นที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับแนวเขต พื้นที่ไม่ชัดเจน เมื่อประชาชนเข้าไปทำกินในพื้นที่จะถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จับกุมและดำเนินคดีเนื่องจากบุกรุกพื้นที่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน และยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของประเทศ จึงเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ และขออธิบาย เหตุผลต่อไปค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย แม้แต่ที่ดิน ที่ทำประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมันเป็นความมั่นคงของชีวิต มันเป็น ความภาคภูมิใจของคนที่เป็นเจ้าของ แต่ ณ วันนี้ยังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะ ในเขตพื้นที่ของดิฉันถ้าจะว่าไปแล้วปัญหามันก็จะมีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้นเอง ก็คือคนทับป่า หรือป่าทับคน แต่วันนี้ในพื้นที่เขต ๘ จังหวัดศรีสะเกษของดิฉันเองได้รับเรื่องร้องเรียนมาก เป็นตำบลเลยนะคะ เช่น ตำบลหนองบัวดง ตำบลหนองแค เกือบทุกหมู่บ้านเลยนะคะ ตำบลส้มป่อย พวกเหล่านี้เขาจะอยู่มานานมากค่ะท่านประธาน มีหลักฐานวัดวาอาราม ที่เขาไปตั้งอยู่ คือเขาเข้าไปอยู่ก่อน พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ ค่ะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ มันก็ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องการเรียกร้องสิทธิ และวันนี้ประเทศไทย เราเดินมาถึงจุดนี้แล้วท่านประธาน รัฐบาลประกาศว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว เราประกาศเราจะเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ แต่ว่าในเรื่องของที่ดินทำกิน ในเรื่องของน้ำ ในเรื่อง ปัญหาต่าง ๆ ที่ยังรุมเร้าพี่น้องประชาชน เรายังไม่ไปถึงไหนหรอกค่ะท่านประธาน ดิฉันก็เลย อยากนำเสนอว่าในการแก้ปัญหาเหล่านี้ควรจะต้องจริงจังสักทีหนึ่ง ดิฉันเป็นกรรมาธิการ สามัญคณะที่ดิน สัปดาห์ที่แล้วได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ในเรื่องของการ กำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐที่เราเรียกกันว่า วันแมป (One Map) เพราะว่าพี่น้องประชาชน ที่รู้เรื่องก็หวังพึ่งว่าวันแมป (One Map) จะช่วยคลี่คลายปัญหาในเรื่องของกำหนดเขตพื้นที่รัฐ และจะทำให้ประชาชนมีความหวังในการออกเอกสารสิทธิ แม้แต่ ส.ส. พวกเราหลายท่าน ก็ยังหวังว่าโครงการนี้จะทำให้ ส.ส. แก้ปัญหาช่วยพี่น้องประชาชนในเรื่องของที่ดินทำกิน ในเรื่องขอบเขตของที่ดินรัฐ ในเรื่องที่เราได้เชิญมานั้นเราขอความคืบหน้าในการจัดทำ แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ ปัญหาข้อเท็จจริงที่พบในการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ หรือในวงเล็บที่เรียกว่า วันแมป (One Map) ปัญหาข้อกฎหมายที่ส่งผลต่อการดำเนินการ จัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แนวทางในการดำเนินการกรณีนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนด ทั้งข้อเสนอแนะและการดำเนินการ ท่านประธานคะ เราได้ทราบมาว่า ขณะนี้คณะกรรมการก็ยังไม่ได้ประชุมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นความหวังมาตรา ๑ : ๔๐๐๐ นี้ มาตราส่วนจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานนี้หรือไม่ แต่ปัญหาก็ยัง เยอะแยะมากมาย ท่านประธานคะ ปัญหาที่เกิดขึ้น คนทับที่ ที่ทับคน ดิฉันคิดว่าเราจะต้อง เรียงร้อยปัญหา เราจะต้องจัดลำดับ อะไรที่เป็นปัญหาเร่งด่วนคิดว่าจะต้องจัดทำก่อนเลย เช่น เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ก่อน อยู่ก่อนกฎหมายทุกฉบับจะเข้าไป กฎหมายที่ดินมีเยอะนะคะ แล้วมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเยอะมาก เยอะจนเราวิตกกังวลว่า ทำไปทำมาแล้วมันกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเองใช่ไหมที่เรายังตกลงกันไม่ได้ ที่ยังคุยกัน ไม่จบในเรื่องของมาตราส่วน ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องของขอบเขตงาน เพราะว่า พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้หรอกนะคะ เขารอรับ แล้วดิฉันก็เชื่อว่าเวลาจะนาน แค่ไหนก็ตามแต่ถ้าให้เขารออย่างมีความหวังว่ามันจะต้องจบแน่นอน จะต้องออกเอกสารสิทธิ ได้ในกรณีที่เขามีสิทธิอย่างเต็มที่ แล้วก็ไม่อยากให้อ้างว่าทำไมไม่เอา ส.ค.๑ มาแจ้งในช่วงที่ เขาให้แจ้ง ท่านประธานคะ สมัยที่ให้แจ้ง ส.ค.๑ นั้นดิฉันเชื่อว่าประกาศที่ศาลากลาง พี่น้องดิฉันอยู่ ๓๐-๔๐ กิโลเมตร แล้วตอนนั้นรถมอเตอร์ไซค์จะมีหรือเปล่า รถประจำทาง จะมีแค่ไหนอย่างไร แล้วที่สำคัญก็คือเจ้าหน้าที่รัฐได้บอกเขาหรือเปล่า ได้ประชาสัมพันธ์ อย่างทั่วถึงไหมว่าถ้ามี ส.ค.๑ หรือมี น.ส.๓ คุณจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้น เมื่อเวลาผ่านไปถ้าติดประกาศอยู่ที่ศาลากลางก็จะมีสักกี่คนล่ะคะท่านประธานที่จะได้ไปดู ได้ไปรู้ เพราะฉะนั้นเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็บอกว่าทุกคนจะต้องรู้กฎหมายปฏิเสธไม่ได้ ทุกคนไม่รู้กฎหมายนะ ไม่รู้ออกเมื่อไร อย่างไร ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้น แต่ข้อเท็จจริงจริง ๆ มันไม่ใช่ พี่น้องเรายังจะต้องได้รับการประชาสัมพันธ์บอกกล่าวอย่างชัดเจนโดยเฉพาะ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับเขา เรื่องที่ดินเป็นเรื่องสำคัญอยู่มาเป็นร้อยปีค่ะท่านประธาน ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครเอาคืนแน่นอน ไม่มีใครสามารถจะไปไล่เขาออกจากที่ตรงนั้นได้แน่นอน เพราะถ้าไล่เกิดเรื่องแน่เพราะว่ามันเยอะมาก แต่เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เขาได้รับ ประโยชน์จากตรงนั้น ได้รับประโยชน์ ได้รับสิทธิที่เขาอยู่มาตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย วัดบ้านหนองบัวดงนี่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๐ กว่านะคะท่านประธาน ตำบลหนองบัวดง ตำบลด่าน ตำบลเมืองคง ตำบลส้มป่อย ตำบลเป๊าะ หลายหมู่บ้านเลยดิฉันไม่อยากเอ่ยถึง หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน หนองแค หลักด่าน หนองจอก ทับสวายอะไรประมาณนั้น เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรจึงจะจัดการให้คนเหล่านี้ได้รับสิทธินี้ก่อน ในการแก้ปัญหาคณะกรรมาธิการ ถ้าจะตั้งขึ้นต้องศึกษาเรื่องนี้แล้วก็จัดการแยกเลยว่าอะไรที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องคัดแยก ออกไปก่อน ดิฉันยังเชื่อว่าประชาชนที่เขาอยู่ก่อนกฎหมายทุกฉบับน่าจะได้รับการดูแลก่อน ให้สิทธิเขาก่อนเลย เมื่อแยกออกมาแล้วปัญหาอื่น ๆ ค่อยว่ากันไป ปัญหาป่าไม้ พ.ร.บ. ป่าสงวน หรือแม้แต่กฤษฎีกา ส.ป.ก. ก็น่าจะได้ ของอำเภอดิฉันจังหวัดศรีสะเกษเป็นการ ประกาศพระราชกฤษฎีกาทั้งอำเภอเลยนะคะท่านประธาน แล้วเวลาเสนอพระราชกฤษฎีกา ปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดิน ๒ ฉบับ ๑๑ อำเภอก็มีท้องที่ตำบลโจดม่วง หนองบัวดง ศิลาลาด ตำบลด่าน หนองแค บัวหุ่ง เมืองแคน เมืองคง ไผ่ หนองอึ่ง หนองหมี ราษีไศล ตำบลคูซอด น้ำคำ หญ้าปล้อง หนองไผ่ หนองครก หมากเขียบ อำเภอเมือง ตำบลขะยูง อุทุมพรพิสัย ตำบลทุ่งสว่าง ตำบลธาตุ ตำบลบุสูง ตำบลบ่อแก้ว ตำบลดวนใหญ่ ตำบลวังหิน ตำบลโพนยาง ตำบลศรีสำราญ อันนี้วังหิน ตำบลตำแย ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. .... แล้ว ๑.๒ ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ ตำบลกฤษณา ตำบลสำโรงตาเจ็น ตำบลหัวเสือ ตำบลโคกเพชร ตำบลใจดี ตำบลศรีสะอาด ตำบลปราสาท ตำบลกันทรารมย์ ตำบลห้วยสำราญ ตำบลโสน ตำบลห้วยใต้ ตำบลปรือใหญ่ ตำบลศรีตระกูล อำเภอขุขันธ์ ตำบลตูม ตำบลสะพุง ตำบลเสื่องข้าว ตำบลศรีโนนงาม ตำบลสีแก้ว ตำบลสระเยาว์ ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ ตำบลหนองยาง ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบญจลักษ์ ตำบลเขิน อำเภอน้ำเกลี้ยง ตำบลตระกาจ ตำบลภูเงิน ตำบลจานใหญ่ ตำบลกุดเสลา ตำบลสวนกล้วย ตำบลกระแซง ตำบลหนองหญ้าลาด น้ำอ้อม สังเม็ก ขนุน เวียงเหนือ ทุ่งใหญ่ มีกันทรลักษ์ มีขุนหาญ มีภูสิงห์ แล้วคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ส่งร่างคืนเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ ให้ ส.ป.ก. เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาตามขั้นตอนใหม่ อีกครั้งเนื่องจากมีปัญหาดังนี้ค่ะท่านประธาน การตรวจสอบแนวเขตทับซ้อนกับเขตป่าสงวน แห่งชาติของกรมป่าไม้
ข้อ ๒ ส.ป.ก. จะเพิ่มแปลงที่ดินเอกชนที่ได้ดำเนินการจัดซื้อแล้วจำนวน ๕ แปลงและมีแผนการซื้อที่ดินเอกชนเพิ่ม ข้อ ๓ ที่ดินอำเภอเมือง ศรีสะเกษและวังหิน เป็นพื้นที่ที่แตกต่างจากการโซนนิง (Zoning) จะต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมปัญหาอุปสรรค ปัญหาที่ท่านตอบมาก็คือการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดินฉบับใหม่ ส.ป.ก. จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งได้ กำหนดแนวทางว่าก่อนเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางให้ได้ข้อยุติเสียก่อนว่าแนวเขต ดำเนินการตามร่างกฎหมายกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเป็นแนวเขตที่สามารถเข้าดำเนินการได้ และไม่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ได้กำหนดไว้เป็นพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมายอื่น และข้อ ๒ แนวเขตปฏิรูปที่ดินในแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกายังมีปัญหาทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมพัฒนาที่ดิน ขั้นตอนนี้จะต้อง ใช้ระยะเวลามากค่ะท่านประธาน ส.ป.ก. ไม่สามารถเร่งรัดได้
ข้อ ๓ ปัญหาแนวเขตในการปกครอง อันนี้เป็นปัญหาเมื่อประกาศพระราช กฤษฎีกาคลุมทั้งอำเภอในเขตอำเภอราษีไศล ศิลาลาด บึงบูรพ์ โพธิ์ศรีสุวรรณ ยางชุมน้อย เหมือนขนมชั้น ๓ ชั้นเลยค่ะ แต่ชั้นที่สำคัญที่สุดในเบื้องต้นก็คือ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งตัวนี้สำคัญที่สุดเลย และพระราชบัญญัติป่าไม้ก็ซ้อนเข้ามาเป็นชั้นที่ ๒ แล้วก็ ส.ป.ก. ก็มาเป็นชั้นที่ ๓ ท่านประธานคะ ดิฉันก็พยายามในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญยังคิดว่าน่าจะจบได้ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือ ถ้าจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ตาม ดิฉัน คิดว่าเรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องน้ำ ไม่แพ้เรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และไม่แพ้เรื่องโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) เพราะว่าอันนี้เป็นความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน ขอให้เขาได้ภาคภูมิใจว่าเขาอยู่มาเป็นร้อยปีให้เขาได้มีสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิ ได้รับโฉนด ที่ดินเพื่อเป็นของขวัญให้กับเขา แล้วเขาจะได้มีความสุขอย่างแท้จริง จะได้ไม่นอนหวาดผวา ว่าเขาจะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะจบตรงนี้ดิฉัน ขอให้ทุกท่านได้ดูบนจอนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านอ่านดูบนจอ อันนี้เป็นพระราชดำรัส ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในป่าสงวนซึ่งทางราชการได้ขีดเส้นไว้ว่าเป็นป่าสงวน หรือป่าจำแนก แต่ว่าเราขีดเส้นไว้กับประชาชนที่อยู่ในนั้นแล้ว เราจะเอากฎหมายป่าสงวน ไปบังคับคนที่อยู่ในป่าที่ยังไม่ได้สงวนแล้วพึงไปสงวนทีหลัง โดยขีดบนเศษกระดาษก็ชอบกลอยู่ แต่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็กลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายไป ถ้าดูตามกฎหมายเขาก็ฝ่าฝืนเพราะตรามาเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่ว่าถ้าตามธรรมชาติ ใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมายก็คือผู้ที่ขีดเส้นนั่นเอง เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อน เขามีสิทธิในทางเป็นมนุษย์ หมายความว่าทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุก กฎหมายบ้านเมือง พระราชดำรัสนี้ วังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๖ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ