ไกลก้อง ไวทยการ หารือปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการตามแผนงานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นที่ล่าช้ากว่ากำหนดถึง 1 ปี 6 เดือน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของ กสทช. ชุดปัจจุบันภายใต้การกำกับตามมาตรา 44 ที่มีประวัติการปิดสื่อ และคัดค้านการล่าช้าในการแต่งตั้ง กสทช. ชุดใหม่ พร้อมกังวลต่อเจตนาในการยืดระยะเวลาการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการประมูล 5G และการกำกับกิจการโทรคมนาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใสและรายได้แผ่นดินที่สูญเสียไปกว่า 20,000 ล้านบาท เรียกร้องให้มีการเร่งรัดกระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบันเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่และรักษาผลประโยชน์ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมจะขออนุญาตอภิปรายถึงรายงานผลการเตรียมพร้อมในการตราพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อนอื่นอยากจะขอปูพื้นก่อนว่าการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เป็นการตรากฎหมายลูก ตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฉบับที่ ๓ นั่นก็คือในส่วนของการจัดสรรคลื่นความถี่ และการกำกับกิจการ ซึ่งระบุว่าหาก กสทช. ยังไม่มีคณะกรรมการ กสทช. ยังไม่มีเรื่องของ ความพร้อมและยังไม่ได้ตรากฎหมายนี้ขึ้นมาก็ให้ใช้วิธีการเดิมตามกฎหมายเก่าไปก่อน ซึ่งตัวกฎหมายเรียกสั้น ๆ ว่ากฎหมาย กสทช. ฉบับที่ ๓ นี้มีบทบัญญัติที่เอื้อต่อการทำ ในเรื่องของสิ่งที่เราเรียกว่า คอนเวอร์เจนซ์ (Convergence) เทคโนโลยี และมีเรื่องมาตรการ ใหม่ ๆ ในการกำกับกิจการและจัดสรรคลื่นความถี่อย่างน่าสนใจ เช่นเรื่องของการเมื่อได้ ใบอนุญาตประกอบกิจการมาแล้ว ๑ แพลตฟอร์ม (Platform) ก็สามารถประกอบกิจการ เพิ่มเติมอีกแพลตฟอร์ม (Platform) ได้ เช่น เมื่อได้ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล มาแล้วก็อาจจะทำในเรื่องของกิจการที่ประกอบกิจการทีวีบนอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือว่า สตรีมมิง (Streaming) ได้
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการสามารถโอนใบอนุญาตได้ เมื่อได้รับใบอนุญาต จากการประมูลมาแล้วก็ไม่มีความสามารถที่จะประกอบกิจการได้ หรือมีเหตุขัดข้องใด ๆ เช่นเราเห็นในรูปแบบของทีวีดิจิทัลแล้วก็สามารถนำไปโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นประกอบกิจการได้ หรือเรื่องของการประมูล ๔ จี (4G) ที่ผ่านมา ในครั้งแรกที่มีบริษัทเอกชน ๑ บริษัทประมูลได้ ใบอนุญาตไปแล้ว ก็ไม่สามารถประกอบกิจการได้ ข้อนี้ก็จะนำมาแก้ไขในเรื่องของข้อจำกัดนี้
อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้องค์กรสาธารณะ เรื่องของความมั่นคงของรัฐ แล้วก็เรื่องขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งอันนี้น่าสนใจก็คือ อย่างเช่น เรื่องของคลื่นความถี่ที่จะใช้ในอุปกรณ์ เรื่องของอินเทอร์เน็ต ออฟ ทิงส์ (Internet of things) เช่น เรื่องของเซนเซอร์ (Censor) วัดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เรื่องของเซนเซอร์ (Censor) ที่จะวัดระดับน้ำ เรื่องของสมาร์ตมิเตอร์ (Smart Meter) ก็สามารถมีคลื่นความถี่ ให้อุปกรณ์พวกนี้ส่งสัญญาณได้ เทคโนโลยีหลอมรวม ณ ปัจจุบันเกิดขึ้นแล้วอย่างที่เราเห็น ในสมาร์ตโฟน (Smartphone) ดังนั้นสิ่งที่ผมสงสัยก็คือเรื่องของแผนงานของการรับฟัง ความคิดเห็นตามที่สำนักงาน กสทช. ส่งรายงานมา แผนรับฟังความคิดเห็นนี่ยืดเวลาออกไป ถึงไตรมาสที่ ๒ ปี ๒๕๖๔ ผมมีสไลด์ (Slide) ขอให้ทางฝ่ายโสตนำสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
แต่ว่าแกนต์ชาร์ต (Gantt chart) เราก็จะเห็นว่าในการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ ๑ ของรายงานการเตรียมความพร้อมที่จะ รายงานต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภาครั้งที่ ๑ เริ่มก็คือกำหนดไว้ในเดือนตุลาคม ซึ่งปัจจุบันเป็น เดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่แผนจริง ๆ ถ้าเราเห็นตามแกนต์ชาร์ต (Gantt chart) จะเห็นว่า เริ่มนับตั้งแต่วันที่กฎหมายออกมาประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๒ หลังจากนั้น กสทช. พิจารณาความพร้อมจัดทำแผนงาน นั่นก็เท่ากับว่าเอกสารรายงานจำนวน ๑๙ หน้านี้ใช้เวลาถึง ๗ เดือนในการทำ นี่ไม่นับในเรื่องของยังต้องใช้เวลาตลอดทั้งปี ๒๕๖๓ ในการทำเรื่องของแผนหลักเกณฑ์การกำกับกิจการศึกษาเรื่องของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องนะครับ กว่าจะเริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจริง ๆ คือตุลาคม ๒๕๖๓ หลังจากนั้นไปเปิดรับฟัง ความคิดเห็นอย่างเต็มรูปแบบในปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นระยะเวลา ๑ ปี ๖ เดือนหลังจากวันนี้ ดังนั้นเมื่ออ่านรายละเอียดในรายงานการเตรียมความพร้อมก็จะพบว่าเรื่องของความพร้อม ด้านกฎหมาย กสทช. ก็บอกเองว่าไม่ได้มีข้อขัดข้องใด ๆ มีทั้งแผนแม่บทที่รองรับแล้ว มีทั้งระบบที่รองรับแล้ว เรื่องเทคนิคถ้าอ่านในตัวรายงาน กสทช. ก็มีแผนรองรับอยู่แล้ว ดังนั้นการยืดไปถึงปี ๒๕๖๔ เพื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วกว่าจะออกมาตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เป็นเวลาที่นานเกินไป
อีกอย่างหนึ่งผมอยากจะเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ ของ กสทช. มากางก็จะพบว่า เรื่องของกรรมการ กสทช. ยังเป็นชุดเดิมอยู่ตามมาตรา ๔๔ ของหัวหน้า คสช. คสช. ชุดปัจจุบันผลงานที่จดจำได้คือปิดสื่อไปแล้ว ๖ ครั้ง เป็นชุดเดียวที่ปิดสื่อมากที่สุดในยุค ที่ผ่านมา แล้วก็การคัดเลือก กสทช. ชุดใหม่ก็ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีนั้นก็คือถ้าหาก ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีมาก็ยังไม่มีการเลือก กสทช. ชุดใหม่นะครับ การประมูล ๕ จี (5G) ได้ข่าวแน่นอนว่าจะประมูลในปีหน้า จากที่ผ่านมา กสทช. ยืดหนี้ให้ผู้ประกอบการเอกชน ๔ จี (4G) ไปด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้สามารถมาประมูล ๕ จี (5G) ได้ ซึ่งจะทำให้ผลของการ ยืดหนี้ก็ทำให้เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้เข้าคลังในปีนี้มาเป็นงบประมาณแผ่นดิน เรื่องนี้ ก็เป็นไปตามมาตรา ๔๔ ซึ่งผลกระทบต่อมาตรา ๔๔ เพื่อนสมาชิกก็จะได้รายงาน จะได้ อภิปรายในวาระต่อไปข้างหน้านะครับ
อีกอย่างหนึ่งครับ พ.ร.บ. กสทช. ยังไม่นิ่ง เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีก็ร่าง พ.ร.บ. กสทช. เป็นฉบับที่ ๔ ออกมาในเรื่องของแก้ไขคุณสมบัติของ ผู้ที่จะมาเป็นกรรมการ กสทช. ก็จะเห็นว่าทั้งหมดนี้สภาพ ๑ ปีข้างหน้าก็แทบจะเป็น คณะกรรมการ กสทช. ในกำกับของรัฐบาลมีบทบาททั้งเรื่องของการต้องทำประมูล ๕ จี (5G) ทั้งเรื่องของวงโคจรดาวเทียม การยืดระยะเวลาต่าง ๆ ออกไปเพื่อให้องค์กรอิสระ ทั้งตัวบุคคล แล้วก็กฎหมายที่จะเป็นเครื่องมือใหม่ที่มาสอดคล้องกับเรื่องของเทคโนโลยี คอนเวอร์เจนซ์ (Convergence) ถูกยืดเวลาออกไปทำให้เห็นเจตนาบางอย่างของรัฐบาลว่า อาจจะต้องการเข้ามากำกับเรื่องของการประมูลคลื่นความถี่ ๕ จี (5G) ที่มีผลประโยชน์หลาย หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ก็ค่อนข้างประจักษ์ว่ามีพฤติกรรมเอื้อต่อทุนใหญ่ และทุนผูกขาด ผมเสนอให้ลดระยะเวลาเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นออกมาเพราะอะไร การรับฟังความคิดเห็นในข้อกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ของ กสทช. ทาง กสทช. ทำมาเป็น นับร้อยครั้งแล้ว รายชื่อของนักวิชาการภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ผู้ประกอบกิจการ ทั้งหมดนี้ กสทช. มีลิสต์ (List) รายชื่ออยู่แล้ว ท่านเริ่มจากการทำโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) ท่านเริ่มจากการจัดรับฟังความคิดเห็นไม่ยาก อีกทั้งเรายังมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งท่านทำได้ อยู่แล้วเช่นกัน รับฟังความคิดเห็นออนไลน์ (Online) เป็นต้น ที่สำคัญก็คือ กสทช. สำนักงาน กสทช. ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณและบุคลากรที่จะทำเรื่องนี้ ดังนั้นไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ท่านจะยืดเรื่องการออกกฎหมายลูกไปถึง ๑ ปี ๖ เดือน ที่สำคัญอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าควรเร่งการคัดเลือก กสทช. คณะกรรมการ กสทช. ชุดใหม่โดยใช้ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน เพื่อให้การประมูลและการกำกับกิจการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ๕ จี (5G) หรือว่าการกำกับ กิจการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นไปด้วยความมีธรรมาภิบาล และมีคณะกรรมการชุดใหม่ และมีกฎหมายใหม่ที่พร้อมต่อการใช้เทคโนโลยีหลอมรวมซึ่งมีอยู่แล้วในปัจจุบัน เกรงว่า ยืดเวลาออกไป กฎหมายก็จะไม่ทันเทคโนโลยี ขอบคุณครับ