ประกอบ รัตนพันธ์ หารือประเด็นความเสมอภาคทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นปัญหากองทุนกระจัดกระจาย ซ้ำซ้อน และไม่ทั่วถึง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลขยายการสนับสนุนนักเรียนยากจนทุกสังกัดอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะในโรงเรียนเอกชน รวมถึงเสนอให้เชื่อมโยงกองทุน กสศ. และ กยศ. เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงอุดมศึกษา พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนในการวิเคราะห์ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้การแก้ไขตรงจุดและยั่งยืน รวมถึงเสนอแนวทางพัฒนาโครงการครูคืนถิ่นด้วยการเสริมมาตรการผูกพันและแรงจูงใจ เช่น เงินเดือนสูง บ้านพัก หรือที่ดิน เพื่อดึงดูดให้ครูอยู่สอนในพื้นที่ห่างไกลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการใช้ทรัพยากรจากผู้จบใหม่ที่มีอยู่จำนวนมากให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการผลิตซ้ำซ้อน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้วท่านผู้จัดการกองทุนได้ตอบอย่างครอบคลุม ชัดเจนมากครับ แต่ผมเรียนท่านว่าในเรื่องบางประเด็นเราต้องทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะว่า เรื่องกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษานั้นเป็นกองทุนใหม่ แล้วสนองตอบปัญหา ของชาติซึ่งเป็นปัญหาหลักคือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความไม่เท่าเทียม ทางการศึกษา แล้วท่านตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผมกราบเรียนว่าเป็น เรื่องที่เกาถูกที่คันและเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อลูกหลานของเราที่ยากจน ยากจนพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากทำความเข้าใจทุกท่านทั้งพี่น้องประชาชนได้รับทราบทั่วกันว่า วันนี้เรามีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หลายกองทุนมาก แต่อยู่อย่างกระจัดกระจายไม่เป็นเอกภาพ ต่างคนต่างทำ ซึ่งถ้ามองไปแล้ว ทั้งซ้ำซ้อน ทั้งไม่ทั่วถึง เพราะว่าไม่รวมศูนย์ด้วยกองทุน ผมยกตัวอย่างหนึ่งกองทุนที่เพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพูดถึงเมื่อสักครู่ก็คือความต่างของ กยศ. กับ กสศ. ของ กสศ. ที่ท่านทำขณะนี้ก็คือกองทุนเพื่อที่จะดูแลลูกหลานของเราที่มีฐานะยากจน ยากจนพิเศษ เป็น พิเศษ โดยท่านทำโครงการครอบคลุมหลายโครงการ ที่เห็นว่าโครงการเหล่านี้ไปแก้เรื่อง ความเหลื่อมล้ำ ไปเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาได้ แต่ในเรื่องของ กสศ. ก็มีประเด็น ปัญหาอยู่ว่า ๑. ท่านทำทุกระดับชั้น ทุกระดับการศึกษาทั่วถึงหรือไม่ อย่างไร เท่าที่ท่านตอบ ท่านบอกว่าท่านทำครอบคลุมใน พ.ร.บ. ของกองทุน แต่เท่าที่ผมดูรายงานเมื่อปี ๒๕๖๑ นั้น มันไม่ใช่ ท่านได้ทำในบางส่วนเท่านั้นเองก็คือเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแน่นอนที่สุดครับ ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ การศึกษาขั้นพื้นฐานและเขามุ่งเน้นเด็กที่มีความยากจนกับ ยากจนพิเศษโดยให้เงินทุน ๑,๒๐๐ บาทต่อคนต่อปี คำถามว่ามันต่อเนื่องทุกปีไหมครับ สมมุติว่าวันนี้ท่านให้ ๑,๒๐๐ บาท กับเด็ก ป. ๑ ท่านส่งเขาจนไปถึงการศึกษาภาคบังคับ หรือไม่ ให้ตลอดไปหรือไม่ อย่างไร ถ้าเด็กคนนั้นได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของท่านทุกประการ ท่านส่งต่อหรือไม่ ตรงนี้ล่ะครับเป็นสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนถามประเด็นหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ เท่าที่ผมดูท่านเริ่มดูแลโรงเรียน นักเรียนที่สังกัด สพฐ. แต่ว่าโรงเรียนในสังกัดอื่นซึ่งเป็นลูกหลานไทยเหมือนกันก็ยังไม่ได้เริ่มต้น หรือท่านบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกค่อยเริ่มต้นในปีต่อไป แต่ผมคิดว่าเรื่องความเท่าเทียมท่านต้องกระจาย ความเท่าเทียมทุกสังกัด ทั้ง สพฐ. เอกชน ท้องถิ่น อะไรก็แล้วแต่ที่ลูกหลานของเราเรียน ท่านต้องกระจายความทั่วถึง ผมเข้าใจครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามีงบประมาณ จำกัดมาก การที่จะดูแลทั่วถึงครอบคลุมคนยากจน เด็กยากจน ยากจนพิเศษร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่น เรื่องที่เราเข้าใจว่าท่านก็ทำยาก รัฐบาลก็ทำยาก เพราะต้องใช้เงินมหาศาล ความยากจน ของลูกหลานเราที่เรียนหนังสือมันมากมายเหลือเกิน แต่ท่านต้องมีความเป็นธรรม ต้องให้ ความยุติธรรม ให้ความเสมอภาคกับลูกหลานของเราที่อยู่ทุกสังกัด ผมได้กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพเมื่อสักครู่ที่การอภิปรายครั้งแรก อย่าเข้าใจว่าลูกหลานเรา ที่ไปเรียนโรงเรียนเอกชนนั้นเป็นคนมีฐานะ ไม่ใช่ครับ ถ้าไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์ (Inter) โรงเรียนสองภาษา โรงเรียนที่มีชื่อเสียง ใช่ ลูกคนจน เรียนไม่ได้ครับ แต่ถ้าไปเรียนโรงเรียนเอกชนชายขอบ โรงเรียนเอกชนประจำอำเภอ ประจำจังหวัดหลายโรงเรียนที่เอาเด็กยากจน เด็กที่ไม่มีที่เรียนมาเรียนในโรงเรียนเอกชน ถามว่าเขาทำได้อย่างไรครับ ก็คือใช้บริการโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คิดริเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมาก็แก้ปัญหาตรงนี้ไปได้ครับ แต่ถ้าท่านมองว่า เอกชนนั้นท่านรวยแล้ว ไม่จริงครับ ไม่จริงครับ โอกาสลูกหลานของเราที่เรียนในโรงเรียน เอกชนเขาจะหมดโอกาส เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับที่ผมกราบเรียนท่านผู้จัดการว่าท่านต้อง ดูให้ทั่วถึงครอบคลุมทุกสังกัดอย่างเสมอภาค มีเงินน้อยแต่ท่านจะทุ่มไปส่วนหนึ่งส่วนใด ต้องกระจายนะครับ ต้องกระจายอย่างเสมอภาค นี่คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ในระดับการศึกษาความเท่าเทียม ความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ได้จำกัดอยู่พื้นฐานนะครับ มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ก็มีความเหลื่อมล้ำ เช่นเดียวกัน โชคดีครับที่ ฯพณฯ ท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรของเรา ท่านได้เห็นความเหลื่อมล้ำ ความขาดโอกาสของบุตรหลานพี่น้องประชาชนคนไทยที่ยากจน มีรายได้น้อย ลูกหลานเป็นคนเก่งแต่ไม่มีโอกาสเรียนต่อในชั้นระดับที่สูงขึ้นไปได้ เพราะว่า ขาดแคลนทุนทรัพย์ ท่านเลยคิดกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้มา แต่กองทุน ๒ กองทุนนี้ มีความแตกต่างกัน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ต่อปีใช่ไหมครับ ต้นดอกจบมาแล้ว ๕ ปีต้องทยอยจ่ายภายใน ๑๕ ปี ๒๐ ปี ผมไม่แน่ใจตัวเลข แต่นั่นหมายถึง ต้องคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้โอกาสคนที่ต้องคืน แต่กองทุนของท่านนั้นฟรี เพียงแต่ มีเงื่อนไขบางประการว่าเด็กต้องอยู่ในระเบียบวินัยและต้องอยู่ในเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด มันมีความแตกต่างกัน ผมกราบเรียนว่ากองทุน กยศ. นั้นก็เริ่มจากมัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา อุดมศึกษา แก้ปัญหาตรงนี้ได้เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการให้โอกาส จากการศึกษาได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นเองครับ ยังไม่ครอบคลุมร้อยเปอร์เซ็นต์ โชคดีนะครับ ท่านมาดูฐานรากของการศึกษาก็คือระดับพื้นฐาน ซึ่งกองทุน กยศ. ไม่สามารถครอบคลุมได้ ท่านมาเติมเต็มตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม น่าสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง หมายความว่า เราแก้ความเหลื่อมล้ำ เราให้โอกาสทางการศึกษาลูกหลานของเราตั้งแต่เริ่มเข้าสถานศึกษา จนกระทั่งจบอุดมศึกษาโดย ๒ กองทุนนี้มาเชื่อมต่อกันก็คือ กสศ. กับ กยศ. เป็นเรื่อง ที่มีประโยชน์มากที่สุด
ท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมจำเป็นต้องกราบเรียนถามผู้จัดการว่า วันนี้ท่านมีความชัดเจนหรือยังครับว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือว่าความเสมอภาค ทางการศึกษานั้นมีประเด็นใดบ้าง ท่านได้แยกประเด็นหรือยังครับว่าวันนี้ที่เป็นปัญหา เรื่องของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้น เหลื่อมล้ำเรื่องอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ ถ้าท่านยังไม่ชัด ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ท่านก็ไปแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ในที่สุดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก็จะเหมือนดินพอกหางหมูใช่ไหมครับ มันจะเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ ก็กราบเรียนถามว่าท่านได้ แยกประเภทของความเหลื่อมล้ำได้อย่างชัดเจนหรือยังในขณะนี้ครับ
แล้วก็อีกส่วนหนึ่งท่านครับที่ผมกังวล แล้วก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าท่านคิดดีครับ คิดดีมากครับ ก็คือช่วยเหลือลูกคนจนที่อยู่ชายขอบให้มีอาชีพมาเป็นครู คือโครงการพัฒนา ครูคืนถิ่นที่เป็นกองทุน เรื่องนี้เป็นเรื่องดีมาก แต่สิ่งที่ผมกังวลเหมือนกับที่ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ได้กังวลว่าถ้าเกิดท่าน ผลิตครูโครงการนี้เสร็จแล้วเอาครูเหล่านี้เข้าสู่โรงเรียนชายขอบ โรงเรียนที่ขาดโอกาส โรงเรียนที่ไกลปืนเที่ยงที่ขาดครู แต่สักวันหนึ่งลูกหลานเราที่ได้รับทุนแล้วไปเป็นครู ขอย้าย กลับไปโรงเรียนที่ดีกว่าจากโรงเรียนห่างไกลไปโรงเรียนในเมือง ถ้าท่านไม่มีระเบียบรองรับ ผมคิดว่าท่านจะแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่มีทางหมดสิ้น ท่านได้คิดเรื่องนี้หรือไม่ เพราะข้อเท็จจริง เกิดขึ้นแล้ว ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้กราบเรียนตั้งแต่ตอนแรกว่าถ้าเราต้องการที่จะ แก้ไขปัญหาครูขาดแคลน ถ้าต้องการที่จะให้ครูเก่ง ครูดี ไปสอนโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล โรงเรียนที่ขาดโอกาส มีวิธีครับ คือท่านต้องสร้างแรงจูงใจเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน ของเรา ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน กราบเรียนท่านผู้จัดการ ประเทศเวียดนาม แม้แต่ ประเทศลาวเพื่อนบ้านของเราเขามีกลยุทธ์อย่างนี้ครับ ครูที่ไปสอนโรงเรียนห่างไกล โรงเรียน ที่ขาดโอกาสเขาดูแลเป็นพิเศษ มีสวัสดิการครับ เงินเดือนที่สูง มีเบี้ยเลี้ยง มีที่ดิน มีบ้านสร้างให้เขาอยู่ ถ้าอย่างนี้ท่านไม่ต้องลงทุนที่จะผลิตครูไม่รู้กี่ชนิดแล้วนะครับเพื่อที่จะ มาเติมเต็มให้กับสถานศึกษา ใช้กลยุทธ์ง่าย ๆ คือใช้แรงจูงใจ เพราะวันนี้ลูกหลานของเรา ที่สำเร็จอุดมศึกษาทั้ง ๘ สาระวิชาเยอะแยะเต็มไปหมดครับ ท่านสังเกตได้จากกระทรวง ทบวง กรม ประกาศรับสมัครผู้สำเร็จปริญญาตรีไปเป็นครู อัตราแข่งขันเท่าไรท่านครับ อย่างน้อยที่สุด ๑ : ๑๐๐ ๑ : ๑,๐๐๐ นั่นหมายความว่าขณะนี้ลูกหลานของเราที่จบการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาพร้อมที่มาเป็นครูเยอะแยะหมดเลย ท่านใช้โอกาสอย่างนี้ลงทุนน้อยที่สุด ได้ครูที่มีคุณภาพมากที่สุด