อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ วิพากษ์การจัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มีวัตถุประสงค์กว้างแต่ขาดงบประมาณและทรัพยากรเพียงพอ โดยยกตัวอย่างปัญหาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร ครูขาดแคลน ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ได้รับค่าตอบแทนต่ำ จนส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กผู้ด้อยโอกาส และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกองทุนในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษารายงานการบริหารกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ปี ๒๕๖๑ ก็ได้ดูผลการดำเนินการที่ทำ รวมถึงวัตถุประสงค์ที่จะทำ ก็เหมือนกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ได้อภิปรายว่ากองทุนนี้มีวัตถุประสงค์ที่ดีที่ได้มีการ พัฒนาเรื่องของการศึกษา แต่วัตถุประสงค์ที่ทางกองทุนได้ชี้แจงมาในเรื่องของการจัดตั้ง กองทุนถึง ๗ เรื่องนั้น ผมเห็นเหมือนกับทางท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ว่าวัตถุประสงค์ บางอย่างกับภารกิจของกองทุนนั้นมันเหมือนเบี้ยหัวแตก บางอย่างอย่างข้อที่ ๗ เรื่องของ การวิจัยพัฒนา ตรงนี้ผมถือว่ากับเงินกองทุนที่มีมันเกินศักยภาพของกองทุนเหมือนกับเรา ทำธุรกิจ เรากำลังผลิตสินค้าขั้นแรกเลยคือเราต้องทำอย่างไรให้สินค้าเราดีก่อน ก่อนที่เราจะ ไปวิจัยและพัฒนาสินค้าของเรา ฉะนั้นกองทุนควรจะต้องเริ่มต้นจากการทำอย่างไรให้เด็ก หรือเยาวชนของเรานั้นได้เข้าถึงการศึกษาที่ดี แล้วเราค่อยเข้ามาถึงเรื่องการวิจัยแล้วก็คิดถึง เรื่องการพัฒนาในส่วนของนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นองค์ความรู้ในการลดเรื่องของความเหลื่อมล้ำ แต่กองทุนเรามาดูแล้วตามมาตรา ๖ กองทุนมีรายได้มาจากการจัดสรรงบประมาณจากรัฐ แล้วก็มีกองทุนประเดิม ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาตรา ๖ แล้วก็จัดสรรโดยกองสลาก ซึ่งตรงนี้ งบประมาณที่ผมดูจากงบรายจ่ายมีประมาณ ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับภารกิจและวัตถุประสงค์ที่ท่านกำหนดไว้ถึง ๗ ข้อ โดยเฉพาะข้อที่ ๒ เรื่องของการ ดูแลเด็กผู้ด้อยโอกาสหรือเด็กที่พ่อแม่เป็นผู้มีรายได้น้อย ท่านจัดสรรให้ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งถือว่าเป็นเด็กจำนวนหนึ่งที่ท่านบอกว่าเป็นเด็กที่ยากจนพิเศษ ในรายงานของท่าน ท่านให้ เงินอุดหนุน ๑,๖๐๐ บาทต่อปี ๑,๖๐๐ บาทต่อปีคิดแล้ววันหนึ่งได้ ๔.๕๐ บาท ถามว่าตรงนี้ กับคำว่าลดความเหลื่อมล้ำทำอะไรได้บ้าง ถามว่าท่านให้ก็ยังดีกว่าไม่ให้ แต่ถามว่าให้สามารถ ลดความเหลื่อมล้ำได้ไหม ความเหลื่อมล้ำคืออะไรครับ คือการที่เด็กได้เข้าไปสู่โอกาสที่ดี ทางการศึกษา ได้โรงเรียนดี ได้ครูดี ได้ระบบการศึกษาที่ดี ได้สังคมที่ดี ได้อุปกรณ์การเรียน การสอนที่ดี ได้สิ่งแวดล้อมที่ดี ถามว่าวันนี้เด็กได้อย่างที่เราต้องการไหม กับสิ่งที่ท่านบอกว่า ๑,๖๐๐ บาทต่อปีในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อันนี้คือวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ กับเงินภารกิจกองทุนก็ไม่พอแล้วกับวัตถุประสงค์ที่ท่านตั้ง แต่ท่านไปตั้งวัตถุประสงค์อีก ๗ อย่าง มีทั้งเรื่องของการพัฒนา เรื่องของครู เรื่องของการวิจัยองค์ความรู้เพื่อไปลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งถามว่างบประมาณที่มีอยู่มันไม่พอ ผมอยากจะเล่าให้ท่านที่มาชี้แจงผู้บริหารกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาได้ทราบ ผมเป็นผู้แทนราษฎรอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผมได้มีโอกาสไปลงพื้นที่จะเล่าให้ท่านฟังนะครับว่าสภาพการศึกษานั้น โดยเฉพาะ สพฐ. เด็กประถมศึกษา แล้วก็เด็กที่อยู่ปฐมวัย เด็กอนุบาลเรานี่ การที่เด็กเข้าไปรับการศึกษา ถามว่าได้คุณภาพไหมถ้าเทียบกับเด็กในเมือง ผมเรียนกับท่านเลยครับว่าไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้โทษครู อาจารย์นะครับ ครู อาจารย์ท่านเชื่อไหมครับ โรงเรียนหนึ่งมีเด็ก ๘๐ คน มีครูอยู่ ๕ คน ครูสอนหนังสือสอนทุกวิชาครับ ทำกับข้าวให้เด็กทานตอนเที่ยง สายก็ต้องไปซื้อ กับข้าวแล้วครับ แถมต้องเป็นภารโรงด้วย เพราะว่าอัตราภารโรงไม่มี ก็เป็นปัญหาการศึกษา ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็ได้ท้วงติงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงเรื่องของอัตราภารโรงที่ควรจะต้องมีให้ในแต่ละโรงเรียนด้วย ฉะนั้นครู ๑ คนทำนอกจากจะสอนหลายวิชาแล้วยังต้องทำหน้าที่เป็นแม่ครัวด้วย ยังต้องทำ หน้าที่เป็นนักการภารโรงด้วย แล้วถามว่าคุณภาพทางการศึกษาจะมาจากไหนครับ วันนี้เด็ก ที่เรียนโรงเรียนเล็ก ๆ ในอำเภอบ้านโป่ง แล้วผมเชื่อว่าทั่วประเทศเด็กที่เรียนเป็นลูกของผู้ที่ มีรายได้น้อยจริง ๆ แต่ลูกของคนที่มีฐานะส่งมาเรียนในตัวเมืองหมดครับ มาเรียนโรงเรียน เอกชน เพราะอะไรครับ เพราะว่าพ่อแม่มีเงินอยากให้ลูกมีโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่าเรียน โรงเรียนในชุมชน เพราะอะไรครับ เพราะโรงเรียนในชุมชนคุณภาพไม่ได้ครับ คุณภาพไม่ได้ จริง ๆ ครับ ผมไม่ได้ว่าทุกโรงเรียนนะครับ แต่เพราะว่าครูทำหลายอย่างเหลือเกิน แล้วแถม ครูจำกัดด้วยครับ ครูอัตราจ้างเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ยังไม่รวมของอาชีวศึกษาที่ผมไป เยี่ยมนะครับ ๙,๐๐๐ บาทครับ ๙,๐๐๐ บาทวันนี้ สพฐ. ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ผมถามครับว่า ถ้าครูอัตราจ้างเหล่านั้นมีทางไป ไปที่อื่นหมดครับ แล้วถามว่าเราจะหาคนมีคุณภาพมาสอน ได้เพิ่มเติมได้อย่างไร เพื่อให้เพียงพอกับการให้การศึกษาที่มีคุณภาพให้กับเด็ก อันนี้ผมถือว่า เป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยังไม่ต้องพูดถึงความเหลื่อมล้ำหลังจากที่เด็กจบไป รุ่นพี่ศิษย์เก่า อันนี้เรียกการเหลื่อมล้ำไหมครับ ถามว่าวันนี้เราจะทำอย่างไรที่จะให้กองทุนนี้ แก้ปัญหาได้ตรงจุด ตรงเป้า ฉะนั้นท่านไม่ต้องไปดูวัตถุประสงค์ถึง ๗ ข้อล่ะครับ เรื่องของ การวิจัยอย่างที่ผมบอก ทำอย่างไรให้เด็กมีคุณภาพแค่นั้นพอแล้วครับ กองทุนที่ท่านมีอยู่แค่ พันกว่าล้านบาท แค่นี้ทำให้ได้วัตถุประสงค์เดียวก็มากมายแล้วครับ อีก ๖ วัตถุประสงค์ แทบจะไม่ต้องไปนั่งแตะเลยครับ เรื่องของการพัฒนาครู เรื่องของการช่วยเหลือสถานศึกษา ผมถามพันกว่าล้านบาทภารกิจวัตถุประสงค์ที่ท่านตั้งมาเหมือนกับวัตถุประสงค์ภารกิจของ กระทรวงศึกษาธิการทั้งกระทรวงเลยที่มีงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่วันนี้กองทุนท่านมีเงินงบประมาณอยู่พันกว่าล้านบาท แต่วัตถุประสงค์ท่านเยอะแยะเลย ไม่จำเป็นนะครับ ท่านทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีคุณภาพเลยครับ ท่านจะช่วยเด็ก วันนี้ถามว่า เด็ก ๕๐๐,๐๐๐ คน ๑,๖๐๐ บาทต่อปี ๘๐๐ ล้านบาท แค่นี้ก็หมดกองทุนของท่านแล้วครับ แล้วถามว่า ๑,๖๐๐ บาทต่อปี เด็กได้วันหนึ่ง ๔.๕๐ บาท ถามว่าลดความเหลื่อมล้ำอย่างไร ผมถามผู้บริหารกองทุนครับ วันนี้อยากจะส่งเสียงไปถึงผู้บริหารประเทศครับว่า วันนี้ผมเป็น อนุกรรมาธิการเรื่องของกองทุนและองค์การมหาชน ได้เรียกหลายกองทุนครับท่านประธาน ท่านประธานเชื่อไหมครับมีหลายกองทุนที่มีเงินมากมายมหาศาลเลยครับ อย่างเช่น กองทุน เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุหรือความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่มาจากการประมูลทะเบียนรถ กองทุน สสส. กองทุนพลังงาน มีเงินเป็นหมื่นหมื่นล้านบาท เฉพาะกองทุนที่เกิดจากการ ประมูลรถ ๕ ปี ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเหลื่อมล้ำตั้งแต่การบริหารกองทุนแล้วนะครับ ของ รัฐบาล บางกองทุนมีเงินเป็นพันล้านบาท หมื่นล้านบาท แต่เอาเงินไปใช้สะเปะสะปะท่าน ประธาน แต่หลายกองทุนที่ได้รับการจัดสรรของรัฐบาล อย่างเช่น กองทุนเด็ก กองทุน ผู้พิการ กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนนี้กองทุนเพื่อการศึกษาสามารถช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้จริง ๆ แต่กลับได้เงินงบประมาณน้อยมาก นี่คือความเหลื่อมล้ำของกองทุนต่าง ๆ ที่รัฐบาลบริหาร มีเป็นร้อยกองทุนเลยครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านประธานครับ เชิญผู้บริหารกองทุนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปเยี่ยมเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองพ่อแม่ เสียชีวิตไปก็ ๒,๐๐๐ ครับ ก็สงสัยทำไมได้ ๒,๐๐๐ ก็เชิญผู้บริหารกองทุนมาชี้แจงบอกได้เงิน แค่นี้ ๓๐-๔๐ ล้านบาท กองทุนเด็กเยาวชน อย่างนี้ครับที่ช่วยผู้ด้อยโอกาส ผู้เดือดร้อนจริง ๆ แต่เงินในกองทุนมีไม่กี่สิบล้านบาท มีร้อยล้านบาท สิบล้านบาท แต่กองทุนบางกองทุนใช้เงิน สะเปะสะปะ แต่มีเงินเป็นหลายพันล้านบาท จะทำอย่างไรที่ให้ความเหลื่อมล้ำนี้ไม่เกิดกับ กองทุนที่รัฐบาลบริหาร เอาเงินเหล่านั้นมาเข้ากองทุนนี้ได้ไหมครับ ฝากรัฐบาลไปพิจารณาดู ผมเห็นแล้วมีหลายเรื่องที่อยากจะพูดแต่เนื่องจากเวลาจำกัด อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้ปัญหาการศึกษาของบ้านเรานั้นมีปัญหาเยอะ จริง ๆ ก็อยากจะให้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสจริง ๆ ให้ได้รับคุณภาพ ทางการศึกษาที่แท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ กราบสวัสดีครับ