ประกอบ รัตนพันธ์ หารือรายงานกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสและคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ทั้งยังชี้ให้เห็นความแตกต่างของคุณภาพและโอกาสระหว่างโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนชายขอบ รวมถึงปัญหาการขาดความเสมอภาคในการเข้าถึงทรัพยากรของนักเรียนในโรงเรียนเอกชนและทุกสังกัด ส่งผลให้ต้องปรับแนวทางของกองทุนให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องรายงานกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษา ผมกราบเรียนว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องทันสมัย เป็นเรื่องที่ควรแก่การส่งเสริมสนับสนุน อย่างยิ่ง เหตุผลเพราะว่าวันนี้การศึกษาของไทยนั้น สิ่งที่โจษจันกล่าวขานพูดกันมากก็คือ เรื่องความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โครงการนี้แก้ปัญหา ด้วยการสร้างกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา แต่สิ่งที่ผมติดใจแต่ก็เข้าใจว่ากองทุนเสมอภาค ทางการศึกษานั้นได้คิดในช่วงหนึ่งของการศึกษาก็คือช่วงเริ่มต้นการศึกษาปฐมวัยเป็นหลัก จริง ๆ เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้นมันหลายระดับ มันทั้งหมดเลย ถ้าท่านจะทำ เรื่องความเสมอภาคทางการศึกษานั้นผมกราบเรียนว่าท่านต้องลงทุน และต้องทำให้สมบูรณ์ ทุกระดับ อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา เพราะความเหลื่อมล้ำ มันมีหลายเรื่องท่านประธานครับ
เรื่องแรกคือโอกาสทางการศึกษา ท่านเชื่อไหมว่าวันนี้โอกาสทางการศึกษา ที่ลูกหลานไทยจะได้มีโอกาสไปเรียนในโรงเรียนที่มีความพร้อมไม่เท่ากัน นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา และตรงนี้นำไปสู่คุณภาพทางการศึกษาและความเสมอภาคทางการศึกษาซึ่งเป็น เรื่องที่มีความสำคัญมาก
ความเหลื่อมล้ำอันที่ ๒ เรื่องความพร้อมของสถานศึกษา โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนแดนไกล โรงเรียนชายขอบ โรงเรียนในเกาะ กับโรงเรียนในเมือง โรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงต่างกันลิบลับเหมือนฟ้ากับดิน โรงเรียนในเมือง โรงเรียนดัง ๆ มีความพร้อมทุกอย่างที่เอื้ออำนวยความสะดวก แต่โรงเรียนถิ่นไกลนั้นขัดสนทุกอย่าง นี่คือความเหลื่อมล้ำทางศึกษาที่มีความสำคัญมาก ความเหลื่อมล้ำที่เราเห็นได้ชัด ๆ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องคุณภาพทางการศึกษา ๒ เรื่องที่ผมกราบเรียนมันสะท้อนถึงคุณภาพ ทางการศึกษา ไม่ว่าเรื่องโอกาสทางการศึกษา ไม่ว่าเรื่องของคุณภาพโรงเรียน นำไปสู่ เรื่องความแตกต่างคุณภาพทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เรื่องคุณภาพ คุณภาพเราพูด ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ ก็คือคุณภาพในภาพรวม ท่านประธานจะเห็นว่าวันที่กระผมเองได้อภิปรายเรื่องของคุณภาพ ทางการศึกษานั้นจะเห็นชัดเลยครับ จากผลคะแนนเอ็นที (NT) โอเน็ต (O-NET) เอเน็ต (A-NET) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนพื้นฐาน ระดับพื้นฐานทางการศึกษาทั้ง ๘ สาระ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาระหลักที่สำคัญ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ต่ำน่าใจหาย นั่นคือเรื่องคุณภาพทางการศึกษา นอกจาก ความแตกต่าง ความต่ำต้อยในภาพรวมแล้ว ความแตกต่างระหว่างกลุ่มโรงเรียน กลุ่มสถานศึกษา ที่ผมกราบเรียนว่าโรงเรียนดี โรงเรียนห่างไกลมันแตกต่างฟ้ากับดิน ไม่มีมาตรฐานในเรื่องคุณภาพเป็นความเหลื่อมล้ำ ลูกหลานเราที่สำเร็จจากโรงเรียน ในระดับเดียวกัน กับสำเร็จโรงเรียนชายขอบ สมมุติว่าในระดับช่วงชั้นที่ ๑ ท่านลองคิดดูครับ ลองไปทบทวนดูว่าคุณภาพต่างกันเยอะ อันนี้คือเรื่องเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้บริหารกองทุนว่าท่านต้องมอง เรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาหลายมิติ อย่ามองมิติเดียว และท่านอย่ามองระดับเดียว ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือระดับปฐมวัย ท่านต้องมองทุกระดับ ทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ท่านถึงจะพูดถึงความเสมอภาคทางการศึกษาได้ ท่านถึงจะพูดเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เรื่องนี้เป็นหัวใจ และเรื่องนี้อยู่ในใจของคนไทยมานานแล้วว่าเด็กไทยนั้นมันเหลื่อมล้ำมาก ทางการศึกษา ไม่มีความเสมอภาค กองทุนเข้ามาช่วยเป็นโอกาสดีที่สุดครับ แต่ผมอยากให้ช่วย อย่างสมบูรณ์และหลุดพ้น ไม่ใช่ช่วยนิดหนึ่งแค่พื้นฐาน ไม่พื้นฐานด้วยซ้ำไป คือนิดหน่อย ระดับเด็กยากจน ยากจนพิเศษ ซึ่งก็เข้าใจครับว่าช่วยคนที่กำลังจะจมน้ำก่อนให้เขาอยู่ได้ แต่ไม่เพียงเท่านั้นครับ มันต้องช่วยอย่างเสมอภาคทุกสังกัด ไม่เฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สังกัดของรัฐบาล ของ สพฐ. ท่านต้องมองไปถึงโรงเรียน ตชด. มองไปถึงโรงเรียนในสังกัด ของท้องถิ่น ที่สำคัญที่ท่านลืมไปทุกครั้งครับ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนเอกชนท่านลืมไป คิดว่าเอกชนนั้นจัดการศึกษาแบบธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร แต่ท่านลืมไปว่าเด็กยากจนมีจำนวน ไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสเข้าเรียนโรงเรียนรัฐ ต้องไปเรียนโรงเรียนเอกชน ท่านลืมลูกหลาน ที่ยากจนกลุ่มนี้ไปโดยสนิท ผมดูในรายงานของท่านไม่มีโรงเรียนเอกชนเข้ามาเลยนะครับ ผมไม่มีส่วนได้เสียกับโรงเรียนเอกชนเพราะไม่ได้เป็นเจ้าของโรงเรียน แต่ผมสงสารลูกหลาน ของเราที่เข้าโรงเรียนรัฐไม่ได้ ต้องจำเป็นไปเข้าโรงเรียนเอกชน โดยอาศัยพื้นฐานการเรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ แต่พวกนี้ก็ขัดสนค่าอาหารกลางวัน ขัดสนเรื่องค่ารถ ค่าเสื้อผ้า ซึ่งรัฐจัดแล้วก็ไม่เพียงพอจริง ๆ ท่านต้องมองเด็กกลุ่มนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาท่านทำครอบคลุมถึง ๗ โครงการ ผมเรียนท่าน ด้วยความเคารพว่าท่านอย่าทำให้หลากหลาย อย่าทำให้เป็นเบี้ยหัวแตก ท่านเอาสักเรื่อง ๒ เรื่องที่เป็นหัวใจที่ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะคอมเมนต์ (Comment) ให้ท่านเห็นว่าท่านสิ้นเปลืองเงิน โครงการที่ ๓ ของท่าน โครงการสร้างโอกาส ทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ของชุมชน นั่นหมายความว่าท่านเห็นว่าโรงเรียนชายขอบ โรงเรียนที่อยู่ห่างไกลเป็นโรงเรียน ที่ขาดโอกาส ขาดโอกาสในเรื่องของครูไม่ครบชั้น ครูไม่เพียงพอ ทำให้เด็กเสียโอกาส ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผมเข้าใจได้ความคิดของท่าน แต่ข้อเท็จจริงที่ท่านลืมไปว่าประเทศไทยเรารักไทย ต้องการที่จะผลิตครูหลายโครงการ ท่านจำได้ไหมครับ โครงการคุรุทายาท โครงการคุรุทายาท ตชด. โครงการ สควค. โครงการ ผลิตครูที่เก่งเฉพาะด้านทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โครงการเพชรในตม โครงการ ครูพันธุ์ใหม่ ท่านไม่เคยใช้ให้เป็นประโยชน์ คนผลิตกลุ่มหนึ่ง คนใช้กลุ่มหนึ่ง พอผลิตเสร็จแล้ว ใช้ผิดฝั่งผิดฝา ท่านเชื่อไหมครับ โครงการ สควค. ผลิตครูวิทยาศาสตร์ เมื่อสำเร็จแล้ว ไปสอนวิชาอะไรครับ ภาษาไทย คนกลุ่มนี้ผลิตแล้วเหลือมาก ไม่สามารถบรรจุเป็นครูได้ แล้วท่านยังทำโครงการผลิตอีก ผมเกรงว่าจะมีปัญหา ผมเรียนท่านว่าวันนี้คนที่มีความพร้อม จะมาเป็นครูนั้นมากมายเหลือเกิน ท่านประธานครับ ผมขอเวลานิดเดียวด้วยความเคารพ ท่านทำไมไม่เอาเด็กกลุ่มนี้ที่จบการศึกษาทุกวิชาเอกมาเป็นครู ท่านจะบอกว่าไม่มีใคร อยากจะไปโรงเรียนทุรกันดาร ไม่จริงครับ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ ท่านไม่ต้องลงทุน ผลิตครูเลย เอาคนที่สำเร็จการศึกษาแล้วเข้าไปบรรจุครู ผมไปดูงานประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ใกล้ ๆ ตรงนี้ เขามีกลยุทธ์ในการจูงใจให้คนเก่ง คนดี ไปเป็นครูชายขอบ โดยเพิ่ม สวัสดิการให้เขาไปครับ เป็นแรงจูงใจเท่านั้นเอง ท่านไม่ต้องลงทุนที่จะผลิตครูพันธุ์พิเศษ ที่ท่านจะทำ เพียงแต่ท่านใช้เทคนิคการบริหารจัดการเท่านั้นเองครับ สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่มาก ก็ฝากเรียนท่านด้วยความเคารพว่าควรจะใช้เทคนิควิธีการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ที่มีประสิทธิผลครับ ขอบคุณมากครับ